Official Update :

“TLUSNDQ-H-A” ลุย “หุ้นสหรัฐ” ชั้นนำดัชนี “Nasdaq100” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง ด้วย “หุ้นเทคฯ” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม US Equityที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นสหรัฐ” ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุด 100 บริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้น NASDAQ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี NASDAQ-100”


“หุ้นเทคโนโลยี” ยังคงเป็นธีมการลงทุนที่เป็นแนวโน้มหลักของโลกการลงทุน ที่ยัง “ห่างไกลฟองสบู่” แม้มูลค่าอาจจะดู “แพง” ไปบ้างก็ตาม


ผลประกอบการของ “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ” ไตรมาสที่3/25 ที่ประกาศกันมา กำไรก็ยังเติบโตกว่าที่ตลาดคาด แม้จะมีแรงขายออกมากดดันหุ้นเทคฯ บ้างก็ตาม แต่ถือเป็นการ “ปรับฐานปกติ” สามารถลดลงได้ 10 – 15% เลยทีเดียวในระหว่างทาง แต่ก็เป็น “จังหวะลงทุน” ด้วยเช่นกัน


ปีนี้ ดัชนี Nasdaq100” ยังบอกได้+14.68% มี Forward12M P/E 28.79 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 23.56 เท่า และคาดการณ์เติบโตของกำไรปี26/25 ประมาณ +21.57% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 14 พ.ย. 25)


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นสหรัฐ” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



TLUSNDQ-H-A” ลุย “หุ้นสหรัฐ” ในดัชนี “Nasdaq100” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า TLUSNDQ-H-A: กองทุนเปิดทาลิส หุ้นยูเอส เอ็นดีคิว-เฮดจ์บริหารจัดการโดย บลจ.ทาลิสมีความเสี่ยง “ระดับ 6 (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2564 มีนโยบายลงทุน “หุ้นสหรัฐ” ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุด 100 บริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้น NASDAQ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี NASDAQ-100” ผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco NASDAQ 100 ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Invesco Capital Management LLC



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง TLUSNDQ-H-Aมีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ต.ค. 25) นั้น พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย

  • Technology 65.48%

  • Consumer discretionary 17.83%

  • Health care 4.38%

  • Telecommunications 3.38%

  • Industrials 3.37%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 18 พ.ย. 25) ได้แก่ 1) Nvidia 9.67%, 2) Apple 8.70%, 3) Microsoft 8.05%, 4) Broadcom 5.81% และ 5) Amazon 5.21% ตามลำดับ”



“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘TLUSNDQ-H-A’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 7.58% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 11.01% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 24.58% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 24.61% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -36.68%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1,000 บาท เท่านั้น

นักลงทุนที่กำลังสนใจกองดังกล่าวก็สามารถลงทุนโดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000 บาท เท่านั้น ส่วนการขายคืนขั้นต่ำและยอดคงเหลือขั้นต่ำ “ไม่กำหนด” ไว้แต่ประการใด โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 2 วันทำการนับจากวันทำรายการขายคืน (T+2)



สำหรับรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันจะสามารถทำได้ทั้งผ่านช่องทางออฟไลน์ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทาลิส จํากัดหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนที่บริษัทแต่งตั้งขึ้น และยังมีช่องทางออนไลน์ที่สามารถทำได้ผ่าน TalisAM Online และแอพพลิเคชั่น Streaming Fund+


สำหรับใครที่ยังมีมุมมองเชิงบวกกับ “หุ้นสหรัฐ” การกระจายลงทุนไปกับหุ้นชั้นนำในดัชนี “Nasdaq100” เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ถือเป็นหุ้นใหญ่ที่การเติบโตที่ดี มีโอกาสเพิ่มค่าให้เงินลงทุนของคุณในระยะยาวได้เช่นกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’