Official Update :

“บลจ.กรุงศรี” ลั่นปีหน้าดัน AUM ทะยานแตะ 8.04 แสนลบ. เพิ่มขึ้น +16%... มองบวกทั้ง “หุ้น” & “ตราสารหนี้” ยังน่าสนใจ ชู 4 ธีมหุ้น “กลุ่ม AI-สหรัฐ- Healthcare-เทคฯ จีน” เด่นสุด !!!

Fun of Funds: ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ซบเซา แต่ทาง “บลจ.กรุงศรี” ยังคงเติบโตสวนภาวะเศรษฐกิจได้


โดยเปิดแนวรุกในทั้ง 3 ธุรกิจครบครัน ทั้ง “กองทุนรวม-กองทุนส่วนบุคคล-กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ปั้นสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้โตกว่า +10% ชนะภาพรวมอุตสาหกรรมที่โตเพียง +3% เท่านั้น


พร้อมตั้งเป้าปีหน้าทะยานแตะ 8.04 แสนลบ. เพิ่มขึ้น +16%


ส่วนมุมมองการลงทุนในปีหน้าฟ้าใหม่ ยังมีโมเมนตัวที่ดีต่อเนื่องทั้ง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ที่ยังได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจหลักที่ยังเติบโตต่อเนื่อง และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายทั่วโลกที่เอื้อต่อการบรรยากาศการลงทุนนั่นเอง


แผนธุรกิจและมุมมองการลงทุนปีหน้าของ “บลจ.กรุงศรี” เป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตพร้อมๆ กันกับ “ทีมผู้บริหาร” ได้เลย



“บลจ.กรุงศรี” ปลื้มปี25
AUM โต +10% ชนะอุตสาหกรรม...ตั้งเป้าปีหน้าทะยานแตะ 8.04 แสนลบ. เพิ่มขึ้น +16%

โดย “สุภาพร ลีนะบรรจง” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี บอกว่า ปีนี้บริษัทมีทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) อยู่ที่ 714,755 ล้านบาท เติบโต 10% ตั้งแต่ต้นปี และสูงกว่าอุตสาหกรรม 3% โดย “กองทุนรวม” ยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัทและมีการเติบโตโดดเด่นถึง 13% ตั้งแต่ต้นปี สูงกว่าอุตสาหกรรม 6% การเติบโตที่แข็งแกร่งนี้ได้รับประโยชน์จากเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิกว่า 57,000 ล้านบาท คิดเป็น 23% ของเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิทั้งหมด ทั้งนี้ “ธุรกิจกองทุนรวม” ของบริษัทมีขนาดใหญ่ “อันดับที่ 5” ของอุตสาหกรรม (ข้อมูล ณ ก.ย. 25)


(สุภาพร ลีนะบรรจง)


นอกจากนี้ ในปี25 บริษัทยังได้รับรางวัลจากสถาบันชั้นนำระดับสากลรวมทั้งสิ้น 13 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลจากสถาบันในประเทศ 5 รางวัล รวมถึงรางวัลจากสถาบันต่างประเทศอีก 8 รางวัล ครอบคลุมทั้งรางวัลบริษัทจัดการกองทุนรวมดีเด่น รางวัลการบริหารกองทุนตราสารหนี้ และรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมประเภทต่างๆ สะท้อนถึงศักยภาพ ความเป็นมืออาชีพ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของบริษัท” (ข้อมูล ณ พ.ย. 25)


ปีนี้ บริษัทมี AUM เพิ่มขึ้น +10% สูงกว่าอุตสาหกรรม 3% ปี26 ตั้งเป้าหมาย AUM ที่ 8.04 แสนลบ. เติบโต 16% โดยบริษัทยังคงมุ่งพัฒนากองทุนและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ภาวะตลาด และตอบโจทย์ลูกค้าทั้งรายย่อยและรายใหญ่ เพิ่มความหลากหลายของกองทุนสกุลเงินต่างประเทศ พร้อมขยายช่องทางจัดจำหน่ายร่วมกับพันธมิตร รวมทั้งยกระดับประสบการณ์ใช้งานผ่าน @ccess Mobile อย่างต่อเนื่อง


ปี26 “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ...ชู 4 ธีมหุ้นเด่น “กลุ่ม
AI-สหรัฐ- Healthcare-เทคฯ จีน”

โดย “ศิระ คล่องวิชา” ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี มองการลงทุนปี2026 ว่า แนวโน้มยังดีต่อเนื่องทั้ง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ภาพรวมเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงมีแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่พื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ตลาดตราสารหนี้เริ่มฟื้นตัวจากทิศทางการลดดอกเบี้ย ซึ่งเหมาะกับการทยอยลงทุนของนักลงทุนระยะกลางถึงยาว ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจโลกมาจากการเติบโตของเทคโนโลยีและ AI รวมถึงการย้ายฐานการผลิตเพื่อลดผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐ นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และการยุติการลดขนาดงบดุลของ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) (QT) วงเงิน 40,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนถือเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดโลก


(ศิระ คล่องวิชา)


แต่ยังมี “ความเสี่ยง” ที่ต้องติดตาม เช่น ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีสหรัฐ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาการเมืองฝรั่งเศสที่อาจนำไปสู่วิกฤติในยุโรป และการแทนที่แรงงานด้วย AI ที่ส่งผลต่อการว่างงาน


ภาพรวมเศรษฐกิจโลกปีหน้ามีสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น ตลาดหุ้นทั่วโลก ยังคงมีแรงขายทำกำไรระยะสั้น แต่พื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ ตลาดตราสารหนี้ เริ่มฟื้นตัวจากทิศทางการลดดอกเบี้ย ซึ่งเหมาะกับการทยอยลงทุนของนักลงทุนระยะกลางถึงยาว โดยหุ้น 4 ธีมเด่นในปี26 ได้แก่ 1) หุ้นกลุ่ม AI, 2) หุ้นสหรัฐ ที่ได้แรงสนับสนุนจากการลงทุนด้าน AI และการลดภาษี, 3) หุ้น Healthcare ที่ราคาหุ้นไม่แพง และ 4) หุ้นเทคโนโลยีจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากการพัฒนา AI อย่างรวดเร็ว”


สำหรับกองทุนเด่นที่แนะนำ ได้แก่ KFGDIV, KFHEALTH, และ KFCHINA-T10PLUS ซึ่งคัดเลือกหุ้นคุณภาพจากกลุ่มเติบโตสูง และได้แรงหนุนจากทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในปี26



ด้าน “ฐนิตพงศ์ ชื่นภิบาล” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุน บลจ.กรุงศรี บอกว่า แม้เศรษฐกิจประเทศหลักจะฟื้นตัวแตกต่างกัน แต่ภาพรวมยังอยู่ในทิศทางขยายตัว เห็นได้จาก “เศรษฐกิจสหรัฐ” ยังแข็งแกร่ง “เศรษฐกิจยุโรป” มีแนวโน้มฟื้นตัวและเงินเฟ้อใกล้ระดับเป้าหมาย ส่วน “เศรษฐกิจจีน” โตในอัตราที่ชะลอตัวลง ยังเผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของการบริโภคและปัญหาอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ “เศรษฐกิจญี่ปุ่น” ฟื้นตัวจากการปรับขึ้นค่าจ้างและนโยบายของรัฐบาลใหม่ที่ผ่อนคลายมากขึ้น ในส่วนของ “หุ้นญี่ปุ่น” เอง ให้ผลตอบแทนที่ดีมาติดต่อกัน 3 – 5 ปีแล้ว กำไรบจ.ก็ยังเติบโตและมีบริษัทผลิตชิปรายใหญ่อยู่เช่นกัน ในช่วงนี้ Bond Yield ญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น จากปกติที่ดอกเบี้ยต่ำก็อาจจะส่งผลต่อภาระหนี้ภาครัฐ รวมถึงธุรรรม Carry Trade ที่กู้เงินจากญี่ปุ่นได้เช่นกัน ตรงนี้คงต้องติดตามดูต่อไป


(ฐนิตพงศ์ ชื่นภิบาล)


เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ‘คนละครึ่งการส่งออกที่ปรับตัวดี และภาคการผลิตที่ฟื้นตัวตามตลาดโลก แต่จะดีต่อเนื่องหรือไม่ ยังต้องจับตาดู เพราะมี ‘การเลือกตั้งใหม่ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะต่อเนื่องหรือไม่ Momentum หลังได้รัฐบาลใหม่จะหายไปหรือไม่ เป็นความท้าทายและยังต้องจับตา”


ทั้งหมดนี้เป็นแผนธุรกิจและมุมมองการลงทนปี26 ของทาง “บลจ.กรุงศรี” ที่ยังคงเน้นการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ พร้อมมองบวกการลงทุนปีหน้า ทั้ง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” จะยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีต่อเนื่องกับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai