ชี้ “หุ้นเหมืองทอง” – “หุ้นเหมืองเงิน” ยัง Laggard… “ราคาไม่แพง-พื้นฐานแกร่ง” โอกาส “ขุดความมั่งคั่ง” รับ “วัฏจักรขาขึ้น” รอบใหม่ !!!
Fun of Funds: รู้หรือไม่?...ปีนี้ “ทองคำ” (Gold) ปรับตัวขึ้นมาแล้ว +61.58% มาอยู่ที่ 4,242 ดอลลาร์/ทรอยซ์ออนซ์
ในขณะที่ “เงิน” (Silver) แรงไม่น้อยหน้า +98.71% มาอยู่ที่ระดับ 57.43 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์ (ที่มา: Google Finance, วันที่ 1 ธ.ค. 25)
นั่นจึงทำให้ “หุ้นเหมืองทอง” และ “หุ้นเหมืองเงิน” ก้าวมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แตกต่างและน่าสนใจไปด้วย เพราะเป็นต้นน้ำของแร่สำคัญทั้ง 2 ชนิดที่กำลังวิ่งเป็นกระทิงเขียวอยู่ในขณะที่นี้
ซึ่งปัจจุบันทำได้แล้ว ผ่านรูปแบบของ “กองทุนหุ้นเหมืองทอง” และ “กองทุนหุ้นเหมืองเงิน” สำหรับผู้ที่สนใจ
เพื่อตอบรับแนวโน้มของ “ตลาดทองคำและเงิน” ที่กำลังขยายตัวทั้งในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” และ “วัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมอนาคต” นั่นเอง
ทำไม?...“หุ้นเหมืองทอง” และ “หุ้นเหมืองเงิน” ถึงน่าสนใจนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจากเหล่า “ผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมกันได้เลย

สถิติฟ้อง “หุ้นเหมืองทองคำ” มีแนวโน้มปรับตัวสูงกว่า “ราคาทองคำ” เฉลี่ยถึง 2 เท่า...ปัจจุบันราคายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 ปี ถึง – 1S.D.
โดย “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการผู้จัดการ บลจ.แอสเซท พลัส บอกว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นทั่วโลก ธนาคารกลางหลายประเทศได้ปรับพอร์ตทุนสำรองครั้งใหญ่ โดยเพิ่มสัดส่วนทองคำขึ้นสู่ระดับสูงสุดในประวัติการณ์ พร้อมลดน้ำหนักดอลลาร์และพันธบัตรสหรัฐ นักลงทุนทั่วโลกจึงหันกลับมามอง “ทองคำ” ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยที่สามารถรักษามูลค่าได้ดีที่สุดในช่วงดอกเบี้ยขาลง
ราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องยิ่งสนับสนุนให้ “หุ้นเหมืองทอง” คำเด่นชัดกว่า โดยมีสถิติเห็นได้ว่า เมื่อเข้าสู่รอบขาขึ้น หุ้นเหมืองทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงกว่าราคาทองคำเฉลี่ยถึง 2 เท่า และในปีนี้ยังเป็นหนึ่งในหมวดหุ้นที่ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุดในตลาดสหรัฐ จากกระแสเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยและสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่ำกับตลาดหลักทรัพย์ทั่วไป

(คมสัน ผลานุสนธิ)
“จากสถิติพบว่า เมื่อเข้าสู่รอบขาขึ้น ‘หุ้นเหมืองทองคำ’ มีแนวโน้มปรับตัวสูงกว่า ‘ราคาทองคำ’ เฉลี่ยถึง 2 เท่า แม้ปีนี้หุ้นเหมืองทองคำจะปรับขึ้นกว่า 100% แต่ Valuation ยังมีส่วนต่างให้เติบโต โดยค่า P/E ของอุตสาหกรรมเฉลี่ยอยู่ที่ 11.69 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 20 ปีราว -1 S.D. สะท้อนว่าตลาดยังไม่ได้ให้น้ำหนักศักยภาพการเติบโตเต็มที่”
การปรับโครงสร้างธุรกิจเหมืองทองคำตั้งแต่ปี 2015 ช่วยให้บริษัทเหมืองทองคำขนาดใหญ่ลดภาระหนี้ ควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด และสร้างกระแสเงินสดได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เมื่อรวมกับโครงสร้างต้นทุนแบบ Fixed Cost หากราคาทองคำปรับเพิ่มเพียงเล็กน้อย จะสามารถผลักดันอัตรากำไรให้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์และยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องถึงปี 2026
“หุ้นเหมืองเงิน” กำไรฟื้นตัวรับ “วัฏจักรเงินขาขึ้น” รอบใหม่...ชี้ราคายังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย-ราคายังไม่สะท้อนพื้นฐาน
นอกจากทองคำแล้ว คมสันยังชี้ว่า “เงิน” (Silver) กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในเศรษฐกิจยุคใหม่ และถูกมองเป็นทั้งสินทรัพย์ปลอดภัยและวัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เช่น โซลาร์เซลล์, เซมิคอนดักเตอร์, รถยนต์ไฟฟ้า และ ดาต้าเซนเตอร์ อุตสาหกรรมเหล่านี้ใช้ “เงิน” ในปริมาณสูงกว่าสินแร่โลหะอื่นหลายเท่า ทำให้ความต้องการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10–20% ขณะที่ฝั่งอุปทานกลับผลิตเพิ่มได้เพียง 1% ต่อปี ส่งผลให้ตลาดเงินเข้าสู่ภาวะ ขาดดุลเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่ปี 2021 และยังคงต่อเนื่องไปถึงปี 2026
“หุ้นเหมืองเงินเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวทั้ง ‘อัตรากำไรและกำไรต่อหุ้น’ ขณะที่ Forward P/E ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังไม่ได้สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของรอบวัฏจักรเงินในครั้งนี้”
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้ยังไม่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงคือ โครงสร้างอุตสาหกรรมที่ถูกประเมินต่ำกว่ามูลค่ามาอย่างยาวนาน เนื่องจาก “เหมืองเงินบริสุทธิ์” ทั่วโลกมีไม่ถึง 20% ส่วนใหญ่เป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองทองแดง ตะกั่ว และสังกะสี ทำให้ตลาดมักไม่ให้น้ำหนักเต็มที่แม้ราคาเงินจะทำจุดสูงสุดใหม่ก็ตาม
“หุ้นเหมืองเงิน” โอกาสลงทุนรับดีมานด์พุ่งต่อเนื่อง-ซัพพลายจำกัด...หนุนราคาทะยานตามความต้องการใช้
เช่นเดียวกับ “ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี ที่มองว่า “เงิน” (Silver) มีบทบาทสำคัญทั้งในฐานะโลหะมีค่าและเป็นโลหะที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรม จากข้อมูล “The Silver Institute” (ณ สิ้นปี 2024) ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากพลังงานแสงอาทิตย์ ส่งผลให้ความต้องการใช้แร่เงินในภาคอุตสาหกรรม มีสัดส่วนประมาณ 52% และมีความต้องการการใช้แร่เงินในอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ (Photovoltaic : PV) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี2015 และคิดเป็น 17% ของความต้องการทั้งหมดในปี 2024 นอกจากนี้แร่เงินถูกใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สวิตช์, รีเลย์, ภายในแล็ปท็อป หรือสมาร์ตโฟน รวมทั้งแร่เงินยังมีบทบาทสำคัญในการถ่ายภาพแบบดั้งเดิม เพราะมีคุณสมบัติไวต่อแสง แร่เงินมีอุปสงค์แตกต่างจากโลหะมีค่าอื่นๆ นอกจากจะใช้เป็นแหล่งเก็บมูลค่า (Store of Value) แล้วยังมีความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมและเครื่องประดับ ทำให้อุปสงค์ของแร่เงินขึ้นอยู่กับวัฏจักรเศรษฐกิจด้วย

(ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์)
“หุ้นหมืองเงิน โอกาสลงทุนรับ ‘ดีมานด์พุ่ง’ ต่อเนื่องในเทคโนโลยี AI และการผลิตพลังงานทดแทน ในขณะที่ ‘ผลิตได้จำกัด’ ปัจจุบันเกิดภาวะขาดแคลนแร่เงินมาเป็นปีที่ 5 แม้มีการรีไซเคิลเพิ่มขึ้นถึง 24% ยังไม่สามารถชดเชยได้ เพราะความต้องการมากกว่า 70% ของแร่เงินที่ขุดขึ้นมาทั่วโลก เหมืองส่วนใหญ่ผลิตเป็นจากผลพลอยได้ของโลหะอื่น ๆ เช่น ทองแดง ทองคำ และแร่ชนิดอื่น ๆ ส่งผลให้ราคาแร่เงินอยู่ในระดับสูงกว่าต้นทุนการผลิตเฉลี่ย ประกอบกับต้นทุนที่คาดว่าจะสูงขึ้นของการทำเหมือง ทั้งเงินเฟ้อและต้นทุนอื่นๆ เช่น ค่าแรง เครื่องจักร ฯลฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มอุปทานของความต้องการในระยะกลางถึงระยะยาว หนุนแร่เงินขึ้นแท่น ‘โลหะอุตสาหกรรมแห่งอนาคต’ ขับเคลื่อนพลังงานสะอาด ตามเมกะเทรนด์โลก”
โดยมีการคาดการณ์ตลาดแร่เงินทั่วโลกจะเติบโตเกินกว่า 11 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2028 จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรม ส่วนราคาเงินในปี 2025 คาดว่าปรับตัวขึ้นกว่า 78% ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 53.55 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากเป็นโลหะที่มีค่าและมีบทบาทสำคัญในภาคอุตสาหกรรมสูงถึง 58% ของความต้องการทั้งหมด โดยเฉพาะในพลังงานแสงอาทิตย์ แผงโซลาร์เซลล์ รถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอีกหลากหลายซึ่งเป็นเมกะเทรนด์สำคัญหนุนความต้องการแร่เงินในระยะยาว
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนที่สร้างการเติบโตให้เงินลงทุนได้ใน “วัฏจักรขาขึ้น” ของทองคำและเงิน “รับความเสี่ยงได้สูง” สามารถแบ่งเงินบางส่วนกระจายมาลงทุนใน “กองทุนหุ้นเหมืองทอง” และ “กองทุนหุ้นเหมืองเงิน” เติมเต็มพอร์ต เพื่อรับประโยชน์จากแนวโน้มราคาขาขึ้นของสินทรัพย์ทั้งสองในรอบใหม่ได้เป็นอย่างดี
