“ธันวา-ปีมะเส็ง” ลดหย่อนภาษีแบบ “ไม่เสี่ยงมาก” กับ 2 ธีม “ไทยยั่งยืน” (กองทุนผสม-กองทุนตราสารหนี้) สร้างความั่งคั่ง พร้อมหนุน “ESG” ในไทย !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่? ลงทุน “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) ปีนี้ เซฟภาษีได้สูงสุด “ไม่เกิน 30%” ของเงินได้พึงประเมิน “ไม่เกิน 300,000 บาท/คน/ปี” (แยกต่างหากจากกลุ่ม RMF และการออมเพื่อเกษียณ)
โดยถือครองเพียง 5 ปี (นับวันชนวัน) เท่านั้น (สิทธินี้เฉพาะการลงทุนปี2024 -2026 เท่านั้น) !!!
จึงถือเป็นอีกปีที่ดีสำหรับการลงทุนเพื่อ “เซฟภาษี” พร้อมสนับสนุน “การลงทุนอย่างยั่งยืนในไทย” ได้ไปพร้อมๆ กัน
โดยมี 2 ธีม “ไทยยั่งยืน” ที่ไม่เสี่ยงมากมาให้เลือกกัน ได้แก่ “กองทุนผสม” และ “กองทุนตราสารหนี้” ที่ตอบโจทย์ใครที่เน้นเรื่องลดหย่อนภาษีเป็นหลัก พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากในช่วง 5 ปีข้างหน้า
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จึงได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” ธันวา-ปีมะเส็ง กับ 2 ธีม “ไทยยั่งยืน” น่าสนใจ “กองทุนผสม” และ “กองทุนตราสารหนี้” มาฝากกัน
“KTAG70/30ThaiESG” ลงทุน "ผสมยั่งยืน" คัดเกรดหุ้น ESG Rating "A" ไม่น้อยกว่า 70%
มาเริ่มกันที่ “KTAG70/30ThaiESG: กองทุนเปิดกรุงไทย ESG A Grade 70/30” ของบลจ.กรุงไทย ที่เน้นลงทุน "ผสมยั่งยืน" ใน 1) หุ้นของบริษัทที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ได้ ESG Ratings "A" ขึ้นไปไม่น้อยกว่า 70% ของ NAV และ 2) ตราสารหนี้ไม่เกิน 30% ของ NAV

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ต.ค. 25) มีการลงทุนใน “หุ้น” 71.05%, “ตราสารหนี้ภาครัฐ” 28.07% และ “เงินฝาก” 1.08% โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
บริการ 20.76%
-
ธุรกิจการเงิน 18.20%
-
ทรัพยากร 11.37%
-
เทคโนโลยี 9.97%
-
อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง 8.12%
“โดยหลักทรัพย์ที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) พันธบัตรรัฐบาลส่งเสริมความยั่งยืน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 17/06/2040 14.58%, 2) พันธบัตรรัฐบาล ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 17/06/2045 10.87%, 3) CPALL 6.83%, 4) ADVANC 5.88% และ 5) GULF 4.92% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘KTAG70/30ThaiESG’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -18.00%
“K-ESGBF-ThaiESG” เฟ้น "ตราสารหนี้ยั่งยืน" คุณภาพดีทั้งรัฐ-เอกชน
สลับมาที่ “K-ESGBF-ThaiESG: กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ ESG ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน” ของบลจ.กสิกรไทยที่เน้นลงทุน "ตราสารหนี้ยั่งยืน" ในตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) และหรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และหรือตราสารหนี้ส่งเสริ มความยั่งยืน (sustainability – linked bond) ที่ออกโดยภาครัฐและภาคเอกชนคุณภาพดีมีความน่าเชื่อถือ Investment Grade ขึ้นไป

กองทุนเพิ่งจัดตั้งเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 25 ข้อมูลพอร์ตการลงทุนยังไม่มี
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘K-ESGBF-ThaiESG’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ N/A
“SCBTM(ThaiESGA)” กระจาย "ผสมยั่งยืน" สร้างสมดุลผลตอบแทน
ถัดมาเป็น “SCBTM(ThaiESGA): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ไทยผสมยั่งยืน (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบสะสมมูลค่า)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ที่เน้นลงทุนใน "ผสมยั่งยืน" ในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social and Governance: ESG) และ/หรือมีเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตั้งแต่ 0 - 100% และตราสารหนี้ที่เป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตราสารเพื่อความยั่งยืน หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืนที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ต.ค. 25) มีการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ประกอบด้วย
1) หุ้น 61.55%
2) ตราสารหนี้ภาครัฐ 18.63%
3) เงินฝาก 16.37%
4) ตราสารหนี้ภาคเอกชน 3.63%
“โดยหลักทรัพย์ที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) เงินฝากออมทรัพย์ ธ.ยูโอบี 16.24%, 2) ADVANC 8.20%, 3) GULF 5.80%, 4) SCB 5.15% และ 5) PTT 4.61% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘SCBTM(ThaiESGA)’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -23.44%
“KFGBTHAIESG-A” เน้น "ตราสารหนี้ยั่งยืน" ภาครัฐคุณภาพดี
ปิดท้ายกันด้วย “KFGBTHAIESG-A: กองทุนเปิดกรุงศรีพันธบัตรรัฐบาลไทยเพื่อความยั่งยืน หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนสะสมมูลค่า” ของบลจ.กรุงศรี ที่เน้นลงทุนใน “ตราสารหนี้ยั่งยืน" ภาครัฐที่มีคุณภาพดีในพันธบัตรรัฐบาล, พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย, หุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้หรือตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน(sustainability-linked bond)

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ต.ค. 25) พบว่า มีการลงทุนใน “ตราสารหนี้ภาครัฐ” ที่ก.คลังเป็นผู้ออก 100.28% มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่ลงทุน 11 ปี 24 วัน และมี Yield to Maturity 1.90%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘KFGBTHAIESG-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -5.75%
สำหรับเทศกาลประหยัดภาษีส่งท้ายปี25 นี้ ใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนที่ช่วย “เซฟภาษี” พร้อมทั้งส่งเสริม “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ของไทย เชื่อว่ากลุ่มกองทุน “ThaiESG” จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และใครที่ไม่อยากเสี่ยงมาก เน้น Conservative สักหน่อย 2 ธีม “ไทยยั่งยืน” (กองทุนผสม-กองทุนตราสารหนี้) ก็เป็นคำตอบที่ลงตัวทีเดียว ที่สำคัญยังลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึ่งประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท (ปี25-27) อีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
