รู้หรือไม่?...“กองหุ้นไทย” 8 เดือนแรก ‘บวกยกแผง’ ไม่มีติดลบ-กอง ‘ผลงานแย่สุด’ ยัง +4.85%
ในท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 ที่สะกดเศรษฐกิจไทยต้องถอยหลังไปหาจุดตั้งหลักกันใหม่นั้น
แต่ในมุมของ “ตลาดหุ้นไทย” เอง ดูจะเป็นภาพที่ตรงกันข้าม ถือนี่คือดัชนีชี้นำเศรษฐกิจตัวหนึ่ง อีกไม่นานจากนี้เศรษฐกิจไทยก็คงจะฟื้นตัวตามทิศทางตลาดหุ้นไทยในตอนนี้ได้เช่นกัน
ช่วง 8 เดือนแรก “ผลตอบแทนรวมดัชนีหุ้นไทย (SET TRI)” เพิ่มขึ้น 15.66% เป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีในปีนี้และส่งผลให้ “กองหุ้นไทย” ในภาพรวมช่วง 8 เดือนแรก โชว์ผลตอบแทนเป็นบวกทุกกองทุน (ไม่มีกองไหนติดลบเลย)
โดยกองหุ้นไทยที่มีผลงานดีสุดอยู่ในกลุ่ม “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ทำผลตอบแทนได้ +44.21% ส่วนดีสุดในกลุ่ม “กองหุ้นขนาดใหญ่” ทำผลตอบแทนได้ +29.93% หรือต่างกันอยู่ 14.28% เลยทีเดียว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย
“หุ้นกลาง-เล็ก”...ช่วง 8 เดือนแรก-แรงทิ้ง “หุ้นใหญ่” ไม่เห็นฝุ่น
ปีนี้ก็ยังคงเป็นอีกปีที่ดีสำหรับ “หุ้นกลาง-เล็ก” ที่ยังคงเดินหน้าวิ่งทะยานเป็น “กระทิงเขียว” ทิ้งห่าง “หุ้นใหญ่” อย่างต่อเนื่อง ดังสะท้อนผ่านผลตอบแทนของดัชนีหุ้นกลุ่มต่างๆ ในตลาดหุ้นไทยในช่วง 8 เดือนแรกที่ผ่านมา

“จะเห็นว่า ‘ดัชนี mai’ และ ‘ดัชนี sSET’ นั้น สามารถให้ผลตอบแทนได้สูงถึง 55.27% และ 48.68% ตามลำดับ ในขณะที่ ‘ดัชนี SET50’ บวกเพียง 8.97% เท่านั้น เรียกว่าทิ้งห่างกัน 39.71 – 46.3% แบบไม่เห็นฝุ่นกันเลยทีเดียว”
“กอง KFTHAISM” กลุ่ม ‘กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก’…แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด 8 เดือนแรก 44.21%
สำหรับกลุ่ม “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” มี 97 กอง (ที่ผลงานครบ 8 เดือนมี 93 กอง) มีถึง 75 กอง คิดเป็น 80.65% ที่ชนะ SET TRI ที่+ 15.66% ได้ ในขณะที่มี 22 กอง คิดเป็น 19.35% ที่แพ้ โดยทุกกองมีผลตอบแทนเป็นบวกทั้งหมด แม้แต่กองที่มีผลงานแย่สุดก็ยังทำได้ 6.97%
ส่วนกองที่มีผลงานดีสุด ได้แก่ “กองทุนเปิดกรุงศรีไทยสมอล-มิดแคปอิควิตี้ (KFTHAISM)” ของ ‘บลจ.กรุงศรี’ ด้วยผลตอบแทน 44.21%
“โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีการเจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยเน้นลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน สิ้นก.ค. 21 กองทุนลงทุนในหุ้น 97.13%”
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 30 ก.ค. 21) ได้แก่
-พลังงานและสาธารณูปโภค 18.70%
-ขนส่งและโลจิสติกส์ 16.71%
-ธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้าง 7.97%
-อาหารและเครื่องดื่ม 7.64%
-การแพทย์ 6.67%

“กอง M-FOCUS” แชมป์กลุ่ม ‘กองหุ้นใหญ่’...โชว์ผลตอบแทน 29.93%
ส่วนกลุ่ม “กองหุ้นใหญ่” มีจำนวน 363 กอง ที่มีผลงานในช่วง 8 เดือนแรกชนะ SET TRI ที่+ 15.66% นั้น มีอยู่ด้วยกัน 111 กอง คิดเป็น 30.58% เท่านั้น ในขณะที่อีก 252 กอง คิดเป็น 69.42% แพ้ดัชนี อย่างไรก็ตามไม่มีกองทุนไหนที่มีผลตอบแทนติดลบเลย แม้แต่กองที่มีผลงานแย่สุดก็ยังทำได้ 4.85%
โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดในกลุ่มนี้ ได้แก่ “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โฟกัส อิควิตี้ (M-FOCUS)” ของ ‘บลจ.เอ็มเอฟซี’ ทำผลตอบแทนได้ 29.93%
“กองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวนไม่เกิน 30 บริษัท โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน สิ้นเดือนก.ค.21 มีการลงทุนในหุ้นอยู่ 85.14%”
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก (ณ วันที่ 30 ก.ค. 21) ได้แก่
1.พลังงาน 15.88%
2.พาณิชย์ 10.78%
3.ขนส่ง 10.17%
4.ธนาคาร 9.84%
5.อาหารและเครื่องดื่ม 8.63%
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่า แม้จะเป็น “กองหุ้นไทย” ที่ลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” เหมือนกัน แต่ผลงานก็ยังแตกต่างกันออกไปได้ ขึ้นกับหุ้นที่ลงทุน น้ำหนักของหุ้น จังหวะในการเข้าลงทุน เป็นต้น ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการลงทุนในหุ้นควรมีระยะเวลาการลงทุนที่นานพอสมควรเพื่อให้ผลจากกระบวนการลงทุนได้สะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์ได้อย่างที่ควรจะเป็นนั่นเอง
