“กองหุ้นญี่ปุ่น” ฟอร์มแจ่ม ปีนี้ “เขียวยกแผง” โชว์ 11 เดือนแรกปีนี้ “พุ่งทะยาน” เฉลี่ย +24.72%… กลุ่ม “Top5” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ยสูง +33.05% “Invesco” มองบวกระยะยาว !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ปีนี้ “หุ้นญี่ปุ่น” ปรับตัวขึ้นมาทำ “จุดสูงสุดใหม่” กันถ้วนหน้า ดัชนี “Nikei255” +28.87% ส่วน “Topix” ก็บวกไป +22.80% (ที่มา: Google Finance, วันที่ 9 ธ.ค. 25)
ถือว่า “ไม่น้อย” โดยเฉพาะถ้าเทียบกับ “หุ้นไทย” ที่ยังติดลบอยู่กว่า -10%
แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจโตไม่สูงมากตามสไตล์ “ตลาดพัฒนาแล้ว” (DM: Developed Market) โดยคาดว่าปีนี้จะโต 1.1% และปีหน้าเหลือ 0.6% ก็ตาม (ที่มา: World Economic Outlook, October 2025)
แต่ภาพของ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” กลับต่างออกไป เป็นหนึ่งในตลาดที่ Perform ดีมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดมูลค่าถือว่า “ไม่ถูก” สำหรับดัชนี “Nikkei225” มี Forward 12M P/E ที่22.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย10 ปีที่ 18.3 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 5 ธ.ค. 25)
แต่ด้วยนโยบายการเงินการคลังของญี่ปุ่นที่หนุนเศรษฐกิจ มีบริษัทชั้นนำระดับโลกให้เลือกลงทุน ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจเลยทีเดียว
สำหรับ 5 “กองหุ้นญี่ปุ่น” ที่มีผลงาน 11 เดือนแรกปี25 “ดีสุด-แย่สุด” เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

5 “กองหุ้นญี่ปุ่น” โชว์ผลตอบแทน 11 เดือนแรกปี25 “สุดปัง” พุ่งเฉลี่ย +33.05%...“KT-JAPANALL-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +35.60%
จากการสำรวจผลงานของ “กองหุ้นหุ้นญี่ปุ่น” ช่วง 11 เดือนแรกปี25 (ณ วันที่ 28 พ.ย. 25) พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 50 กอง “เขียวยกแผง” ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +24.72% (ดีสุด +35.60%, แย่สุด +13.15%) โดยมีกองทุน 25 กอง คิดเป็น 50% ที่ผลตอบแทน “ชนะ” ค่าเฉลี่ยกลุ่ม
สำหรับ “กองหุ้นญี่ปุ่น” ที่มีผลงาน 11 เดือนแรกปี25 ดีสุด 5 อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) นั้น ทำผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +33.05% นำมาโดย
1) “KT-JAPANALL-A” ของบลจ.กรุงไทย +35.60%
2) “ASP-NGF” ของบลจ.แอสเซท พลัส +34.50%
3) “SCBNK225E” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +33.18%
4) “ES-JE” ของบลจ.อีสท์สปริง +31.26%
5) “KFJPINDX-I” ของบลจ.กรุงศรี +30.72%

5 “กองหุ้นญี่ปุ่น” ผลงาน 11 เดือนแรกปี25 “สุดแป๊ก” ยังบวกเฉลี่ย +17.46%...“SCBRMJAPAN(A)” รั้งท้ายกลุ่ม +13.15%
ส่วน 5 “กองหุ้นญี่ปุ่น” ที่อยู่ท้ายตารางนั้น ผลตอบแทน 11 เดือนแรกปี25 ยังบวกเฉลี่ย +17.46% ได้แก่
1) “SCBRMJAPAN(A)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +13.15%
2) “LHJAPE-E” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ +15.65%
3) “B-JPPASSIVE” ของบลจ.บัวหลวง +17.37%
4) “K-JP-A(D)” ของบลจ.กสิกรไทย +20.31%
5) “B-NIPPON” ของบลจ.บัวหลวง +20.79%
“หุ้นญี่ปุ่น” ปี25 พุ่งทำ “จุดสูงสุดใหม่”...ด้าน “Invesco” มองบวก “หุ้นญี่ปุ่น” ในระยะยาว
สำหรับ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” เดือนธ.ค.25 ยังส่งสัญญาณสดใสในระยะกลาง-ยาว จากปัจจัยภายในที่แข็งแรง เช่น ปฏิรูปด้านองค์กร, การจ่ายปันผล และนโยบายเศรษฐกิจใหม่ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความผันผวนระยะสั้น จากสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยของ BoJ, การบริโภคที่อ่อนแอ, และความผันผวนของเยน
ทางด้าน “Invesco” ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรงในปี2025: ดัชนี TOPIX และ Nikkei 225 ทำสถิติ “สูงสุดใหม่” จากความเชื่อมั่นต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี “Sanae Takaichi” แรงหนุนเศรษฐกิจปี2026 คาดว่าการเติบโตของค่าจ้างและการบริโภคในครัวเรือนจะช่วยหนุนอุปสงค์ภายในประเทศ ส่งผลดีต่อ GDP และเปิดทางให้ “ธนาคารกลางญี่ปุ่น” (BoJ) ปรับนโยบายสู่ภาวะปกติ การปฏิรูปธรรมาภิบาลองค์กรมีการดำเนินต่อเนื่องมากว่าทศวรรษ โดยความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์โตเกียวและหน่วยงานกำกับ (FSA) จะช่วยเพิ่มความสามารถทำกำไรและประสิทธิภาพการใช้ทุน
“การหมุนเวียนการลงทุนสู่โอกาสที่กว้างขึ้น หลังจากหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์นำตลาดในปี25-26 คาดว่าการลงทุนจะกระจายไปยังบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งในหลายอุตสาหกรรม มุมมองบวกระยะยาวจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลที่ต่อเนื่องและการเติบโตของค่าจ้างจริงจะหนุนอุปสงค์ภายในประเทศ สร้างโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนเชิงรุก”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนใน “ตลาดพัฒนาแล้ว” (DM) ที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีสำหรับการลงทุนระยะยาว เชื่อว่า “หุ้นญี่ปุ่น” จะเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี ถือเป็นตลาดพัฒนาแล้วฝั่งเอเชียที่โดดเด่นไม่น้อยหน้าตลาดพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐและยุโรปแต่ประการใด
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
