ชี้จังหวะลงทุน “AI Infrastructure” โตตามธีม “AI”… ส่วน “หุ้นไทย” แนะโฟกัส “หุ้นปันผลสูง” !!!
Fun of Funds: รู้หรือไม่?...ธีม “ปัญญาประดิษฐ์” (AI: Artificial Intelligence) เป็นหนึ่งใน Megatrend ของโลกการลงทุน ที่แม้จะมีคนตั้งคำถามว่า “เป็นฟองสบู่ AI” หรือยัง?
แต่....นี่คือธีมแห่งอนาคตที่เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ทาง “BlackRock” มองว่า AI ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมในอนาคต แต่คืออนาคตของเศรษฐกิจโลก โดยกระแส AI เติบโตทั้งด้านการลงทุนและผู้ใช้เทคโนโลยี ในด้านการลงทุน
ปัจจุบันทั่วโลกมีการลงทุนใน AI มูลค่าประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าใน 3-4 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 3-4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และนั่นทำให้ธีม “AI Infrastructure” ที่เป็นตัวสนับสนุนมีแนวโน้มโตตามไปด้วย
จึงเป็นอีกธีมที่น่าสนใจลงทุนเลยทีเดียว !!!
ส่วน “หุ้นไทย” แม้ไม่ไปไหนไกล แต่กลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” ยังถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจลงทุน
ทำไมทั้ง 2 ธีม “AI Infrastructure” และ “หุ้นปันผลสูง” จึงน่าสนใจลงทุน ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมกันได้เลย

ชี้จังหวะลงทุน “AI Infrastructure”…โตตามเมกะเทรนด์ “AI” ที่อยู่ช่วงเริ่มต้นการเติบโตแบบก้าวกระโดด
โดย “ศรชัย สุเนต์ตา” รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product ธ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค “Digital Economy” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มไปสู่ยุคที่ “AI” เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก ไม่ใช่เพียงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แต่กำลังกลายเป็น “โครงสร้างเศรษฐกิจใหม่” ที่จะยกระดับการผลิต การบริการ และรูปแบบธุรกิจทั่วโลก นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่า “AI” จะเพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจโลกกว่า 15.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยพัฒนาการของ “AI” กำลังก้าวจาก “Generative AI” ไปสู่ “Agentic AI” (AGI) ที่ทำงานได้หลายหน้าที่พร้อมกัน (Multi -Task & Multi-Workflow) ซึ่งต้องการพลังประมวลผลสูงมาก ส่งผลให้ความต้องการ “AI Infrastructure” เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ

(ศรชัย สุเนต์ตา)
ทั้งนี้ องค์ประกอบของ “AI Infrastructure” ประกอบด้วย 1) Data Infrastructure เช่น Data Center ,ระบบจัดเก็บ และประมวลผลข้อมูล 2) Computing & Networking เช่น ความเร็วของเครือข่าย และระบบเชื่อมต่อ และ 3) Power/Grid & Cooling System เช่น ระบบพลังงาน และระบบทำความเย็นเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว คาดว่าความต้องการพลังงานของ “Data Center” ทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้น 4-5 เท่า เพื่อรองรับการเติบโตของ “AI” ในทศวรรษนี้ ดังนั้น โอกาสการลงทุน จึงไม่ใช่แค่ “AI” แต่ครอบคลุมถึงอุตสาหกรรมสนับสนุน
“จังหวะการเข้าลงทุน เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้นักลงทุนมีโอกาสรับผลตอบแทนที่ดี หรือไม่ดี หากเข้าลงทุนเร็วเกินไป อาจเป็นช่วงที่เมกะเทรนด์ยังไม่สามารถสร้างผลเชิงพาณิชย์ได้ แต่หากลงทุนช้าเกินไป ราคาอาจสะท้อนมูลค่าในอนาคตไปหมดแล้ว ซึ่งการลงทุนในเมกะเทรนด์ ‘AI’ นั้น เรามองว่า ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากการใช้ ‘AI’ ในหลายอุตสาหกรรม และอีก 5-10 ปีข้างหน้า ‘AI Infrastructure’ อาจขยายตัวระดับเมือง ระดับประเทศมากขึ้น ดังนั้น หากลงทุนใน ‘AI Infrastructure’ ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีได้ในระยะยาว”
“หุ้นไทย” แนะโฟกัส “หุ้นปันผลสูง” ตอบโจทย์…เผยช่วง 5 ปี “SETHD” +25.48% ชนะ “SET” ที่ติดลบ -3.34%
สำหรับ “ตลาดหุ้นไทย” เองนั้น แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะน่าผิดหวังและให้ผลตอบแทนที่ไม่น่าสนใจเท่าไรนักก็ตาม
อย่างไร “ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี มองว่า กลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” ยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีผลตอบแทนรวม SET High Dividend 30 (SETHD TRI) เป็นหลัก โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ย. 20 – พ.ย. 25) ดัชนี “SETHD” ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.48% ในขณะที่ดัชนี “SET” ลดลง -3.34% และหากพิจารณาผลตอบแทนย้อนหลังเป็นรายปีเมื่อเทียบดัชนี “SETHD TRI” กับดัชนี “SET TRI” (ผลตอบแทนรวมเงินปันผล) พบว่า SETHD TRI ในปี24 ให้ผลตอบแทนสูงถึง 8.44% ขณะที่ดัชนี SET TRI ผลตอบแทน 2.33% ,ปี23 ดัชนี SETHD TRI ให้ผลตอบแทน -1.94% ขณะที่ SET TRI ติดลบมากถึง -12.66%, ปี22 ดัชนี SETHD TRI ให้ผลตอบแทน 7.37% ขณะที่ SET ผลตอบแทน 3.53% เป็นต้น

(ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์)
“สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปี26 คาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ตลาดหุ้นไทยปรับฐานไปในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อสะท้อนปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่องจากปัจจัยสนับสนุนภายใน เช่น การลงทุนจากภาครัฐ การบริโภคภาคเอกชน การลดดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงการทยอยปรับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในทิศทางที่ดีขึ้น มูลค่าหุ้นของหลายบริษัทอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังอยู่ในระดับสูง ล้วนเป็นปัจจัยบวกช่วยประคับประคองภาพรวมของตลาดให้ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะกลางถึงยาว”
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการเติบโตสูงไปพร้อมกับ Megatrend AI ซึ่งเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นวงจรขาขึ้นรอบใหญ่นั้น ธีม “AI Infrastructure” ที่สนับสนุนการเติบโตนั้นทั้ง “กองทุน AI” หรือ “หุ้นรายตัว” ก็เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่ยังชอบ “หุ้นไทย” กลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” ยังเป็นธีมหุ้นที่โดดเด่นในตลาดหุ้นไทยที่น่าสนใจและตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
