“KFGG-A” เฟ้น “หุ้น Growth” ทั่วโลก… ปั้น “ผลตอบแทน” ที่โดดเด่น แบบ “Non Stop” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity Fully FX Risk Hedge” ที่เน้นลงทุน “หุ้นทั่วโลก” ซึ่งเป็นหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
ท่ามกลางตลาดการลงทุนที่ผันผวนมากขึ้น แต่ก็มีโอกาสการลงทุนแฝงอยู่เสมอ “หุ้นไทย” อาจไม่ไปไหนไกล แต่ไม่ใช่ว่าหุ้นตลาดอื่นในโลกจะเป็นเช่นนั้นด้วย
“หุ้นโลก” ถือเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจ กระจายการลงทุนไปทั่วโลกช่วยเพิ่มโอกาสและลดความเสี่ยงจากการทุ่มไปในตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
ปัจจุบัน “หุ้นโลก” ถือว่า “ไม่ถูก” มี Forward 12M P/E 19.61 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่17.04 เท่า โดยภาพรวมเศรษฐกิจโลกทาง “IMF” คาดว่าจะโตได้ 3.2% ในปีนี้ และชะลอลงเหลือ 3.1% 1ในปีหน้า แต่ก็ยังดูดีกว่าเศรษฐกิจไทยพอสมควรเลยทีเดียว (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 12 ธ.ค. 25)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นโลก” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“KFGG-A” ลุย “หุ้น Growth” ทั่วโลก ปั้น “ผลตอบแทน” ที่โดดเด่น
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “KFGG-A: กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลโกรท ชนิดสะสมมูลค่า” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.กรุงศรี’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2564 ที่มีนโยบายลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ซึ่งเป็นหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ที่ไม่ได้จำกัดวงแค่หุ้นเทคโนโลยีเท่านั้น แต่กระจายไปในหลากหลายอุตสาหกรรม ผ่านกองทุนหลัก ‘Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund, Class B USD Acc’ ที่บริหารจัดการโดย Baillie Gifford Worldwide Funds PLC.

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KFGG-A’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 พ.ย. 25) มีการลงทุนใน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย
-
United States 47.82%
-
China 15.36%
-
Netherlands 6.66%
-
Brazil 6.05%
-
Sweden 3.27%
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
-
Information Technology 30.58%
-
Consumer Discretionary 27.29%
-
Communication Services 17.50%
-
Health Care 7.53%
-
Financials 6.08%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก เป็นหุ้นที่นักลงทุนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ได้แก่ 1) Amazon.com 6.3%, 2) NVIDIA 5.7%, 3) AppLovin 4.7%, 4) Netflix 4.2% และ 5) ASML 4.0% ตามลำดับ”
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘KFGG-A’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ -3.21% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 1.38% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองก็เฉลี่ยอยู่ที่ 29.12% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 30.34% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีขาดทุนที่ค่อนข้างรุนแรงเช่นกันโดยในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -56.63%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 500 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายที่ระบุขั้นไว้ที่ 500 บาท หรือ 50หน่วย ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน(T+4)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคาร กรุงศรี จำกัด(มหาชน)และบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจํากัดทุกสาขาหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น @ccess Mobile Application
สำหรับใครที่มองหาโอกาสกระจายการลงทุนไปใน “หุ้นทั่วโลก” เพื่อเพิ่มโอกาสลงทุน และช่วยกระจายความเสี่ยง ไม่จำกัดแค่การลงทุนในประเทศไทยเท่านั้น กลุ่ม “กองหุ้นโลก” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และหนึ่งในสไตล์ที่น่าสนใจก็คือ “หุ้นเติบโต” (Growth) ที่มีโอกาสจะช่วยเพิ่มค่าให้เงินลงทุนได้แบบ “Non Stop” นั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
