ปี25 “กองหุ้นทองคำ” แชมป์ผลตอบแทน “ดีสุด” +165.46% ส่วน “กองหุ้นไทย” แชมป์ผลงาน “แย่สุด” -33.99%... “กองทุนไทย” ติดทำเนียบ 5 ผลงาน “ยอดแย่” ถึง 2 ประเภท !!!
สาระ Fund วันละนิด: ผ่านไปแล้วสำหรับ “ปีมะเส็ง-2025” ปีที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความ้ทาทาย แต่ภาพรวมการลงทุนส่วนใหญ่ยังคงให้ผลตอบแทนที่เป็น “บวก” มากน้อยแตกต่างกันไป
จะมีเพียง “หุ้นไทย” และ “น้ำมัน” เท่านั้น ที่กอดคอกัน “แดงเดือด” แปลกแยกจากคนอื่นเขา
แล้ว “ที่สุด” กองทุนในปี25 นั้น เป็นกองทุนไหน จากกองทุนกลุ่มไหนนั้น จากการสำรวจผลงานกองทุนแต่ละประเภทในปี25 ที่ผ่านมา ของทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ครอบคลุม 27 ประเภทกองทุน โดยใช้กองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” ของแต่ละประเภทเป็นตัวแทนของกลุ่ม
พบว่า กองทุนที่มี “ผลงานดีสุด” (The Best) ในปี25 ที่ผ่านมา สามารถทำผลตอบแทนได้ถึง +165.46% ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทองคำและโลหะมีค่า อยู่ในกลุ่ม “Global Sector Focus Equity” นั่นเอง
ส่วนกองทุนที่มี “ผลงานแย่ที่สุด” (The Worst) ผลตอบแทนแดงเดือดติดลบไป -33.99% ซึ่งเป็นกองทุนในกลุ่ม “หุ้นไทย” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นขนาดเล็ก” เป็นหลัก
5 กองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” ในปี25 ที่ผ่านมา เป็นกองทุนประเภทไหนบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
5 "กองทุน" ผลงาน "ดีสุด" ในปี25 โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ยสูง +85.99%...“KT-PRECIOUS” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +165.46%
สำหรับ 5 กองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” ในปี25 ที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ธ.ค. 25) สามารถทำผลตอบแทนได้มากกว่า 50% ทุกกอง ผลตอบแทนเฉลี่ยสูง +85.99% โดยเป็น “กองหุ้นต่างประเทศ” 4 กอง อีก 1 กองเป็น “กองทุนทองคำ” นำมาโดย
1) “Global Sector Focus Equity”: ได้แก่ “KT-PRECIOUS: กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ แอนด์ เพรเชียส เอคควิตี้” ของบลจ.กรุงไทย แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +165.46%

2) “Country Focus Equity”: ได้แก่ “SCBKEQTGE: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นเกาหลี (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +76.40%
3) “China Equity”: ได้แก่ “UCI-SSF: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไชน่า เอ แชร์ อินโนเวชั่น ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม” ของบลจ.ยูโอบี +67.25%
4) “Gold”: ได้แก่ “SCBGOLDH: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ THB เฮดจ์ (ชนิดสะสมมูลค่า)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +65.89%
5) “Alternative Energy Equity”: ได้แก่ “PRINCIPAL GCLEAN-A: กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล คลีน เอ็นเนอร์จี A” ของบลจ.พรินซิเพิล +54.96%
5 "กองทุน" ที่มีผลงาน "แป๊กสุด" ในปี25 ผลตอบแทนเฉลี่ย -22.40%...“TLSMALLEQ-SSF” ร่วงหนักสุด -33.99%
ส่วน 5 กองทุนที่มีผลงาน “แป๊กสุด” ในปี25 ที่ผ่านมานั้น ติดลบรวมกันเฉลี่ย -22.40% เป็น “กองหุ้น” 3 กอง “กองผสม” 1 กอง และ “กองทุนน้ำมัน” อีก 1 กอง ที่สำคัญมี “กองทุนไทย” ติดทำเนียบมาถึง 2 กองด้วยกัน ประกอบด้วย
1) “Equity Small/Mid-Cap”: ได้แก่ “TLSMALLEQ-SSF: กองทุนเปิดทาลิส SMALL CAP หุ้นทุน ชนิดเพื่อการออม” ของบลจ.ทาลิส แชมป์ผลตอบแทนติดลบหนักสุด -33.99%

2) “Aggressive Allocation”: ได้แก่ “LHMSFL-D: กองทุนเปิด แอล เอช เอ็ม เอส เฟล็กซิเบิ้ล ชนิดจ่ายเงินปันผล” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ -27.40%
3) “Oil”: ได้แก่ “ES-OIL: กองทุนเปิดอีสท์สปริง ออยล์ฟันด์” ของบลจ.อีสท์สปริง -18.94%
4) “India Equity”: ได้แก่ “KT-INDIA-SSF: กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดเพื่อการออม” ของบลจ.กรุงไทย -16.16%
5) “US Equity”: ได้แก่ “ASP-USSMALL-SSF: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ยูเอส สมอล แคป โฟกัส เพื่อการออม” ของบลจ.แอสเซท พลัส -15.51%
ทั้งหมดนี้เป็น 5 กองทุน ที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” ในปี “มะเส็ง-2025” ที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นว่า “หุ้นต่างประเทศ” ยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่า ในขณะที่ “หุ้นไทย” เองไม่ค่อยดีนัก แต่กุญแจสู่ความสำเร็จยังคงเป็นเรื่องของ “การกระจายการลงทุน (Asset Allocation)” เพราะไม่มีสินทรัพย์ใดจะให้ผลตอบแทนดี “อันดับ1” ได้ต่อเนื่องในทุกๆ ปีนั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
