“มกรา-ปีมะเมีย” เมื่อ “ภูมิรัฐศาสตร์โลก” ทวีดีกรีร้อน... โอกาสลงทุน 2 สินทรัพย์ทางเลือก ขุด “ความมั่งคั่ง” กับ “หุ้นทองคำ-น้ำมัน” !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?....ในปี2025 ที่ผ่านมา ราคา “ทองคำ” กับ “น้ำมัน” (WTI) วิ่งสวนกันชัดเจน
โดยทองคำอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” ที่แข็งแกร่ง (Bullish) บวกไป +66.53% ขณะที่ “น้ำมัน” เผชิญกับแรงกดดันจากอุปทานส่วนเกิน (Bearish) ติดลบไป -22.89%
ปี2026 นี้ มุมมองยังคงไม่ต่างไปจากในปีที่ผ่านมา โดยตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์เป้าหมายราคา “ทองคำ” ปีนี้ที่ระดับ 4,900 - 5,055 ดอลลาร์/ทรอยออนซ์
ในขณะที่คาดการณ์ราคาเฉลี่ยของ WTI ในปีนี้ไว้ที่ ระดับ 50 - 64 ดอลลาร์/บาร์เรล เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม “ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์” เองตั้งแต่ต้นปีจากกรณี “สหรัฐ-เวเนซุเอลา” และอาจจะมีเป็นระยะๆ ตลอดทั้งปีนั้น อาจเป็น “ปัจจัยบวก” หนุนให้ราคาของทั้ง 2 สินทรัพย์ไปไกลได้กว่านั้น
และเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนใน “ปีม้า-2026” เช่นเดียวกัน
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” มกรา-ปีมะเมีย ที่น่าสนใจที่ลงทุนใน “หุ้นทองคำ” และ “น้ำมัน” มาฝากกัน
“KT-PRECIOUS” โอกาสสร้างความมั่งคั่งไปกับ "ราคาทองคำ"
การลงทุนใน “ทองคำ” นอกจากจะลงทุนผ่าน “กองทุนทองคำ” ที่ไปลงทุนในทองคำโลกแล้ว ยังมีอีกทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน นั่นก็คือ การลงทุนผ่าน “กองหุ้นทองคำ” นั่นเอง
มีทั้งหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับทองคำ ตลอดจนหุ้นเหมืองทองคำ ซึ่งความน่าสนใจสูงเมื่อราคาทองคำเป็นขาขึ้นย่อมส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มนี้โดยตรง ปัจจุบันราคาล่วงหน้าของทองคำมีแนวโน้มทำ New High ต่อเนื่อง ทำให้บริษัทเหมืองทองคำมีส่วนต่างกำไร (Margin) ที่กว้างขึ้นอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจว่ามีสถิติพบว่าในช่วงทองคำอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หุ้นเหมืองทองคำมักทำผลตอบแทนได้สูงกว่าประมาณ 2 เท่า ถือเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและมีความเข้าใจ
เริ่มกันที่กองทุนแรก “KT-PRECIOUS: กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ แอนด์ เพรเชียส เอคควิตี้” ของบลจ.กรุงไทย ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ของบริษัทที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทองคําและโลหะมีค่าเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการเติบโตของเงินลงทุน ผ่านกองทุนหลัก ‘Franklin Gold and Precious Metals Fund, Class A (acc) SGD’ ที่บริหารจัดการโดย Franklin Advisers, Inc.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 28 พ.ย. 25) มีการลงทุนใน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย
-
แคนาดา 58.73%
-
ออสเตรเลีย 23.41%
-
สหรัฐอเมริกา 6.73%
-
แอฟริกาใต้ 5.75%
-
สหราชอาณาจักร 4.46%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘KT-PRECIOUS’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -40.80%
“SCBOIL” คว้าโอกาสลงทุน "น้ำมันโลก" ง่ายๆ
มาต่อกันที่สินทรัพย์ทางเลือกอย่าง “น้ำมัน” กันบ้าง สำหรับ “กองทุนน้ำมัน” ในไทยทั้งหมดไปลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศที่ลงทุนใน “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures)” นํ้ามันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เกือบทั้งหมด
“ปี26 นี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิง ‘ระมัดระวัง’ กับราคาน้ำมัน โดยคาดการณ์ราคาเฉลี่ยของ WTI ในปีนี้ไว้ที่ ระดับ 50 - 64 ดอลลาร์/บาร์เรล เท่านั้น อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวมจะดูอ่อนแรง แต่ยังมี ‘ปัจจัยบวก’ ที่สำคัญที่อาจผลักดันราคาให้มี Upside ไปแตะระดับ 70 ดอลลาร์/บาเรล ได้เช่นกัน โดยเฉพาะ ‘ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์’ (Geopolitical Risk) ที่ทวีดีกรีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นปีจากกรณี ‘สหรัฐ’ และ ‘เวเนซุเอลา’ โดยเฉพาะความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมถึงสถานการณ์ในรัสเซีย หากมีการยกระดับการคว่ำบาตรหรืออุปทานหยุดชะงักกะทันหัน จะดันราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นได้เช่นกัน”

สำหรับกองทุนถัดมาเป็น “SCBOIL: กองทนเปิดไทย์พาณิชย์ออยล์ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ระดับความเสี่ยง 8 (เสี่ยงสูงมาก) ที่เน้นลงทุนใน “สัญญาฟิวเจอร์” นํ้ามันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี ‘DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return’ ซึ่งเป็นดัชนีที่มุ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมูลค่านํ้ามันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco DB Oil Fund’ ซึ่งบริหารและจัดการโดย Invesco DB Oil Fund
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘SCBOIL’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -43.09%
“A-RING” ลงทุน "หุ้นเหมืองทอง" ขุดความมั่งคั่ง
มาต่อกันด้วย “A-RING: กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส โกลบอล โกลด์ ไมเนอร์ส อิควิตี้” ของบลจ.แอสเซท พลัส ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นเหมืองทองคำ” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี ‘MSCI ACWI Select Gold Miners Investable Market Index’ (IMI)

โดยดัชนีดังกล่าวมีเป้าหมายในการคัดเลือกบริษัทอย่างน้อย 30 บริษัททั่วโลก ซึ่งประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองแร่ทองคำ ครอบคลุมทั้งบริษัทขนาดใหญ่, ขนาดกลาง และขนาดเล็ก จากประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเกิดใหม่
ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares MSCI Global Gold Miners ETF’ สกุลเงิน USD ที่มี BlackRock Fund Advisor เป็นที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Adviser)
กองทุน ‘A-RING’ เพิ่งจัดตั้งเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 25 จึงยังไม่มีข้อมูลผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown)
“I-OIL” ลงุทน "น้ำมันโลก" ผ่านตลาดฟิวเจอร์
ปิดท้ายกันด้วย “I-OIL: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล ออยล์ ฟันด์” ของบลจ.เอ็มเอฟซี ระดับความเสี่ยง 8 (เสี่ยงสูงมาก) ที่เน้นลงทุนใน “สัญญาฟิวเจอร์” ที่อ้างอิงกับราคาน้ำมันดิบคุณภาพดี (light, sweet crude oil) น้ำมันดิบประเภทอื่นผ่านกองทุนหลัก ‘USO: United States Oil Fund LP’ ซึ่งบริหารและจัดการโดย United States Commodity Funds, LLC

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘I-OIL’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -35.39%
ปี26 นี้ น่าจะเป็นอีกปีที่ดีสำหรับกลุ่มสินทรัพย์ทางเลือก แม้จะไม่โดดเด่นเท่าในปีที่ผ่านมา สำหรับใครที่อยากกระจายการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสผลตอบแทน จากแนวโน้มขาขึ้นของ “ทองคำ” เชื่อว่า “กองหุ้นทองคำ” จะเป็นอีกทางเลือกใหม่ที่น่าสนเช่นเดียวกัน ส่วนใครที่อยากลุ้นกับ “น้ำมัน” จากความไม่สงบของภูมิรัฐศาสตร์โลก กลุ่ม “กองทุนน้ำมัน” ยังเป็นเครื่องมือที่ง่าย แต่ควรจำกัดสัดส่วนในการลงทุนไว้ด้วยเช่นกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
