เปิด 4 “ธีม” เด่น ฝ่ามรสุม “ปีม้าไฟ”... ที่ได้ประโยชน์จาก “ภูมิทัศน์ใหม่” ของโลกมากที่สุด !!!
Fun of Funds: รู้หรือไม่?...“ปีม้าไฟ-2026” ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสู่ “The Great Repricing” ตลาดตั้งราคาสินทรัพย์ใหม่ รับกติกาโลกเปลี่ยน
การลงทุนมีความ “ท้าทายมากขึ้น” มีความ “ผันผวนที่มากขึ้น”
การมองหาโอกาสของการลงทุนให้เจอและร่วมเข้าไปมีส่วนร่วมกับโอกาสนั้นๆ ให้ได้ จะเป็นการช่วยเพิ่มแต้มต่อให้กับ “พอร์ตการลงทุน” ของคุณในปีนี้ไม่มากก็น้อย
แม้ในยามที่โลกดูวุ่นวายไปหมดในปัจจุบัน แต่ยังมีโอกาสการลงทุนซ่อนอยู่เสมอ “อย่ากลัว...จนไม่กล้าลงทุน”
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มี “4 ธีม” เด่น ฝ่ามรสุมการลงทุน “ปีม้าไฟ” จากทาง “K WEALTH” มาฝากกัน
ชู “4 ธีม” เด่น รับ “ตลาดการเงินโลก” สู่จุดเปลี่ยน “The Great Repricing”
โดย “ศิริพร สุวรรณการ” Chief Investment Officer, K WEALTH ธ.กสิกรไทย บอกว่า ปี2026 เป็นปีที่ตลาดจะประเมินมูลค่าสินทรัพย์จาก “มุมมองใหม่” โดยราคาไม่ได้สะท้อนเพียงภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่จะให้น้ำหนักกับปัจจัยเชิงลึกที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจระยะยาว “ตลาดการเงินโลก” กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญภายใต้ปรากฏการณ์ “The Great Repricing” หรือการปรับมูลค่าสินทรัพย์ครั้งใหญ่ ท่ามกลางกติกาเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง
“เมื่อกติกาเศรษฐกิจโลกเปลี่ยน ตลาดจึงต้องตั้งราคาสินทรัพย์ใหม่ หุ้น สินทรัพย์ และธีมการลงทุนเดิม ไม่สามารถประเมินมูลค่าแบบเดิมได้อีกต่อไป และตลาดจะให้มูลค่ากับสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากภูมิทัศน์ใหม่ของโลกมากที่สุด”

(ศิริพร สุวรรณการ)
สำหรับปี26 มี “4 ธีม” (Theme) การลงทุนที่โดดเด่นน่าสนใจ ประกอบด้วย
1) ปลายวัฏจักรเศรษฐกิจ: พลังสภาพคล่องพยุงการเติบโต (Late Cycle, Still Turning Liquidity Keeps Growth Alive) เศรษฐกิจโลกยังขยายตัว ไม่ใช่ปีของภาวะถดถอยหรือวิกฤติ โดยแรงขับเคลื่อนเปลี่ยนจากประเทศพัฒนาแล้วไปสู่ประเทศเกิดใหม่มากขึ้น กำไรของบริษัทจดทะเบียนยังอยู่ในเกณฑ์ดี และอัตราการผิดนัดชำระหนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ เปิดโอกาสการลงทุนทั้งใน “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” แนะนำให้จัดสรรเงินลงทุนส่วนใหญ่ไว้ใน “พอร์ตหลัก” (Core Port) ที่กระจายการลงทุนทั่วโลก (Go Global) และมีหลายสินทรัพย์ (Diversification) เพื่อเข้าถึงโอกาสในแต่ละประเทศ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเศรษฐกิจใดเศรษฐกิจหนึ่ง และมีเครื่องมือพร้อมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดคิด
2) จากความกระจุกตัว สู่การกระจายตัว: การหมุนกลับของตลาดหุ้นในวงกว้าง (From Concentration to Convergence: The Rotation Back to Broader Equities) ปี26 เป็นช่วงที่กระแสเงินลงทุนเริ่มลดความกระจุกตัวจาก “หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐ” ไปสู่หุ้นพื้นฐานแข็งแกร่งในภูมิภาคอื่นและอุตสาหกรรมที่มูลค่ายังไม่แพง ใน “ตลาดเกิดใหม่เอเชีย” ซึ่งมีแหล่งขับเคลื่อนที่แตกต่างกันทั้งในมิติประเทศและอุตสาหกรรม สำหรับนักลงทุนที่พอร์ตกระจุกตัวในสหรัฐ แนะนำขยายการลงทุนสู่ตลาดเกิดใหม่ เช่น “จีน” และ “อินเดีย” จากแนวโน้มกำไรที่มีโอกาสเติบโตดีในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และสัญญาณเงินทุนไหลกลับ
“ขณะที่ผู้ถือหุ้นกลุ่ม ‘เทคโนโลยีสหรัฐ’ ในสัดส่วนสูง แนะนำจัดสรรบางส่วนไปยังกลุ่ม ‘เทคโนโลยีเอเชีย’ เพื่อเพิ่มความสมดุลของพอร์ตและโอกาสการเติบโตในระยะถัดไป”

3) คลื่นลูกที่สองของ AI: โครงสร้างพื้นฐาน และพลังงาน (AI’s Second Wave: Infrastructure and Energy) สำหรับ AI เป็นวัฏจักรการลงทุนระยะยาว จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเข้าสู่ “คลื่นลูกที่สอง” ซึ่งโอกาสเริ่มขยับจากกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ AI เติบโตได้จริง เช่น ศูนย์ข้อมูล ระบบคลาวด์ และโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งเป็นคอขวดสำคัญต่อการขยายตัวของ AI
“แนะนำเพิ่มการลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกที่มูลค่ายังไม่แพง และได้รับประโยชน์โดยตรงจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ควบคู่กับการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะที่ผลของการลดดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมาช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนการประเมินมูลค่า”
4) ตราสารหนี้คุณภาพสูง: เกราะป้องกันพอร์ต และให้รายได้สม่ำเสมอ (Stability through Volatility with High-quality Fixed Income) “ตราสารหนี้” ยังน่าลงทุน แต่บทบาทเปลี่ยนจากการหวังผลกำไรจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง มาเป็นแหล่งรายได้ที่สม่ำเสมอ เนื่องจากการลดดอกเบี้ยของ “ธ.กลางสหรัฐ” (Fed) มีแนวโน้มเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป และตลาดได้สะท้อนภาพดังกล่าวไปพอสมควรแล้ว ทำให้โอกาสจากการปรับขึ้นของราคามีจำกัด
“แนะนำเน้น ‘ตราสารหนี้คุณภาพสูง’ (Investment Grade) โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเครดิตมากกว่าการไล่หาดอกเบี้ยสูง เพื่อสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ และให้ความคุ้มค่าต่อความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง”
สำหรับ “ปีม้าไฟ-2026” จะเป็นปีที่นักลงทุนต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ จึงไม่ใช่ปีของการเสี่ยงสุดตัว แต่เป็นปีของการลงทุนอย่างมีแผน มีวินัย และเข้าใจตนเองมากขึ้น ทั้งในระดับความผันผวนที่ยอมรับได้ และบทบาทของเงินลงทุนในการสร้างความมั่นคงระยะยาว ผู้ที่ปรับพอร์ตได้ทันกับโลกใหม่ จะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จาก “The Great Repricing” มากที่สุดนั่นเอง
