“ES-GCORE” เฟ้น “หุ้นชั้นนำ” ทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ “Core Strategy”… ต่อยอด “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Global Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” โดยใช้กลยุทธ์ Core Strategy” ที่ผสานพลัง Big Data” ที่พัฒนาโดย Goldman Sachs”


ภาพรวม “ตลาดหุ้นโลก” ในปี “ม้าไฟ-2026” ยัง "น่าสนใจแต่ต้องระมัดระวัง" (Constructive but Cautious) โดยมีแรงส่งหลักจากกระแสการลงทุนใน AI และการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ก็มีความท้าทายจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าที่ยังไม่นิ่ง


ปัจจุบัน “หุ้นโลก” ในภาพรวมอาจจะดู “แพง” ไปบ้าง โดยมี Forward 12m P/E 19.2 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 16.6 เท่า แต่คาดกำไรบจ.ในปีหน้ายังโตได้ 10-25% ก็ยังสนับสนุนหุ้นโลกได้เช่นกัน (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 16 ม.ค. 25)


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นโลก” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



ES-GCOREเฟ้น “หุ้นชั้นนำ” ทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ “Core Strategy”

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า ES-GCORE: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Core Equityบริหารจัดการโดย บลจ.อีสท์สปริงมีความเสี่ยง “ระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2562 มีนโยบายลงทุน “หุ้นทั่วโลก” เพื่อสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยใช้กลยุทธ์ Core Strategy” ที่ผสานพลัง Big Data” ที่พัฒนาโดย Goldman Sachs” ผ่านกองทุนหลัก Goldman Sachs Global CORE Equity Portfolio Class I Shares (Acc.) (Snap)’ บริหารจัดการโดย Goldman Sachs Asset Management Fund Services Limited


โดยเสริมศักยภาพการลงทุนที่มากกว่าด้วยการผสมผสานข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพ กระบวนการคัดกรองหุ้นศักยภาพ ผสานพลัง Big data และการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เพิ่มทางเลือกพอร์ตลงทุนด้วยโอกาสของผลตอบแทนเหนือตลาดจากหุ้นศักยภาพทั่วโลก



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘ES-GCORE’’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธ.ค. 25) นั้น พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย

  • Information Technology 28.93  

  • Financials 16.15

  • Health Care 11.34

  • Industrials 10.91  

  • Consumer Discretionary  10.80 


“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรกนั้น ได้แก่ 1) NVIDIA Corp 5.6%, 2) Microsoft Corp 5.3%, 3) Apple Inc 4.9%, 4) Alphabet Inc 3.7% และ 5) Broadcom Inc 2.3% ตามลำดับ”



“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘ES-GCORE ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธ.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 9.35% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 11.41% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 19.03% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 19.37% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -27.38%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1 บาท

สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้โดยด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำทั้งใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ที่ 1 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนอยู่ที่ 1 บาท โดยยอดคงเหลือขั้นต่ำไม่มีกำหนดไว้แต่ประการใด โดยการขายคืนจะได้รับเงินค่าขายคืนภายใน 3 วัน ทำการนับจากวันที่ขาย (T+3)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดกองทุน อีสท์สปริง จำกัด แต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://www.eastspring.co.th และโมบายแอพพลิเคชั่น ttb touch


สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนที่ “ไม่กระจุก” แต่ “กระจาย” พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีใน “ปีม้าไฟ” นี้ เชื่อว่า “หุ้นโลก” ยังเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญทั้ง 1) AI Supercycle, 2) วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงม 3) การขยายตัวของฐานกำไรไปหุ้นกลุ่มอื่นๆ มากขึ้น และ 4) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศหลักในโลก ยังเป็นปัจจัยหนุนให้หุ้นทั่วโลกยังคงน่าสนใจในปีนี้


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us