Official Update :

ชู “หุ้นไทย” ปีนี้ กลับมาน่าสนใจใน “รอบทศวรรษ”... มีโอกาสทะยานแตะ 1,500 จุด แนะสะสม “หุ้นตลาดเกิดใหม่เอเชีย” รับอานิสงส์ “ดอลลาร์อ่อน” !!!

Fun of Funds: ถ้าให้นึกถึง Top3” ในธุรกิจ “บลน.” เชื่อว่า Finnomena” จะเป็นชื่อแรกๆ ที่นักลงทุนนึกถึง เพราะนี่คือ 1 ใน 3 บลน.ที่เป็น “ผู้นำ” ในอุตสาหกรรมในปัจจุบัน


รู้หรือไม่?...“Finnomena” หยั่งรากในอุตสาหกรรมจวบจนปัจจุบันก็ “ครบรอบ 10 ปี” ไปแล้ว แต่อุดมการณ์จากวันแรกไม่เคยเปลี่ยน “ต้องการเปิดโลกการลงทุนให้กับคนไทย” ยังคงมุ่งมั่นในภารกิจที่จะเป็นผู้ช่วยค้นหาโอกาสลงทุนที่ดีที่สุดให้กับนักลงทุนในทุกๆ วัน


วันนี้ผ่านทศวรรษแรกก้าวขึ้นเป็น บริษัทที่ปรึกษาการลงทุนเวลธ์เทคชั้นนำของไทย” (WealthTech Investment Advisor Company) อย่างเต็มภาคภูมิ มีการเข้าถึงข้อมูลของ Finnomena” รวมทุกแพลตฟอร์มกว่า 30 ล้านครั้ง/เดือน


มี “สินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุน” (AUA) ของกลุ่มบริษัทกว่า 66,000 ล้านบาท และทีมงาน “ผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพ” มากกว่า 3,000 คนทั่วประเทศ และยังคงมุ่งมั่นสานต่อพันธกิจที่ตั้งใจไว้ต่อไปแบบไม่หยุดยั้ง


วันนี้ จะมาจับชีพจรการลงทุนใน “ปีม้าไฟ” ว่ามีทิศทางเป็นยังไงบ้าง ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตจาก “ทีมผู้บริหารสูงสุด” พร้อมกันได้เลย


 


ชู “หุ้นไทย” กลับมาน่าสนใจในรอบ 10 ปี...คาดปีนี้มีโอกาสเห็น 1,500 จุด-ศก.โตมากกว่า 2
%

โดย “เจษฎา สุขทิศ” Co-Founder & CEO Finnomena Group บอกว่า จุดเริ่มต้นของ Finnomena” เกิดจากแนวคิดที่ต้องการ จะเปิดประตูสู่โลกการลงทุนให้คนไทย ผ่านการนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพต่อเนื่องเป็นเวลากว่าทศวรรษจนกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพการลงทุนของคนไทย ในฐานะกลุ่ม “บริษัทที่ปรึกษาการลงทุน เวลธ์เทค” ชั้นนำของประเทศ ด้วยสินทรัพย์ภายใต้คำแนะนำการลงทุน (AUA) ของกลุ่มบริษัทกว่า 66,000 ล้านบาท และทีมงาน “ผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพ” มากกว่า 3,000 คนทั่วประเทศ ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นในภารกิจที่จะเป็นผู้ช่วยค้นหาโอกาสลงทุนที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในทุก ๆ วันต่อไป หนึ่งในโอกาสที่มองเห็นในปีนี้ คือ “ตลาดหุ้นไทย”


(เจษฎา สุขทิศ)


“ในรอบ10ปี ตั้งแต่บริษัทจัดตั้งขึ้นมา ไม่เคยให้น้ำหนักหุ้นไทยมากนัก แต่ในปี26 นี้ เรากลับมาเห็นทิศทางเชิงบวกต่อการลงทุนใน หุ้นไทย อย่างมีนัยสำคัญ มีโอกาสที่ดัชนีหุ้นไทยปีนี้จะแตะระดับ 1,500 จุด มีความเป็นไปได้สูง แม้จะสวนมุมมองนักลงทุนในตลาดหลายคนก็ตาม”


ด้วยปัจจัยสนับสนุนรอบด้านที่เข้ามาหนุน ประกอบด้วย 1) เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจไทยยังเหลือกระสุน (มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ) อีกหลายนัด รอเพียงรอการยิงออกมาเท่านั้น 2) “จีน” และ “ญี่ปุ่น” มีปัญหากันส่งผลดีกับไทยพอสมควร ล่าสุดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยงไทบมากขึ้นแล้ว ประกอบกับ ไทยมีสัมพันธ์ที่ดีกับจีนมาตลอด และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยไร้แผนตั้งคาสิโน ซึ่งจีนไม่ชอบในจุดนี้ ทำให้ปล่อยให้นักท่องเที่ยวกลับมาได้ 3) ภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้น อาจเป็นประโยชน์กับไทย และ 4) นักลงทุนต่างชาติชะลอการขายหุ้นไทยแล้ว รวมถึงนักลงทุนในประเทศ 


“การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปีนี้ มีโอกาสทะลุ 2% มีลุ้นแตะระดับ 3% ได้เช่นกัน จากปัจจัยดังกล่าวหนุนดัชนีหุ้นไทยแตะ1,500จุดไม่ยาก โดยเฉพาะผลการเลือกตั้งได้รัฐบาลที่มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างจริงจังและตรงจุด ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับ ตลาดหุ้นไทย มากขึ้นด้วย”


การลงทุนปีนี้ภายใต้ธีม “
The K-Shaped World” ค้นหาโอกาสการลงทุน ท่ามกลาง “โลกที่แบ่งขั้ว”…แนะสร้าง “สมดุล” ระหว่าง “สินทรัพย์ที่มีคุณภาพ” ควบคู่กับ “การกระจายความเสี่ยง”

ด้าน “ชยนนท์ รักกาญจนันท์” Co-Founder Finnomena Group และ CEO Finnomena Funds บอกว่า การลงทุนปี26 นี้อยู่ภายใต้ธีม The K-Shaped World” โลกที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว ท่ามกลางโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่กำลังถูกจัดระเบียบ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ โดยมีหลายปัจจัยที่ต้องจับตามอง เช่น “The AI CAPEX Divide” การลงทุนด้าน AI คือตัวเร่งให้เกิดภาพเศรษฐกิจแบบ “K-Shape” ชัดเจนขึ้นทั้งใน “สหรัฐ” และ “จีน” โดยบริษัทที่มีความพร้อมจะเติบโตฉีกห่างออกไป Fiscal Revival” การฟื้นคืนชีพของนโยบายการคลังที่รัฐบาลประเทศสำคัญ อย่าง สหรัฐ, เยอรมนี และญี่ปุ่น หันมากระตุ้นการคลังเพิ่มขึ้น Fragmentation 2.0” โลกแบ่งขั้วระลอกใหม่ แม้ความผันผวน เรื่องกำแพงภาษีอาจลดลง แต่ยังคงแบ่งฝ่ายชัดเจน


(ชยนนท์ รักกาญจนันท์)


“กลยุทธ์หลักในปีนี้ ไม่ใช่เพียงหาโอกาสเติบโต แต่ต้องให้ความสำคัญกับการคัดเลือก สินทรัพย์ที่มีคุณภาพ ควบคู่กับ การกระจายความเสี่ยง อย่างเหมาะสม แนะนำหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ได้ประโยชน์จาก AI Supply Chain ซึ่งกระจายอยู่ทั่วโลกทั้งสหรัฐ, จีน และเอเชีย พร้อมกับเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นยุโรป หุ้นญี่ปุ่น และสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน เพราะกำลังเข้าสู่ยุคการกระตุ้น ทางการคลังอย่างเต็มตัว”


พร้อมกันนี้ ควรป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ผ่านการลงทุนใน “ทองคำ” และ “หุ้นเหมืองทอง” รวมถึงสะสม “หุ้นเอเชีย” และ “ตลาดเกิดใหม่” ที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงิน “ดอลลาร์อ่อนค่า” ด้วยเช่นกัน


“ปีม้าไฟ” ปีนี้ การลงทุนอยู่ภายใต้ธีม “The K-Shaped World” ค้นหาโอกาสการลงทุน ท่ามกลาง “โลกที่แบ่งขั้ว” และมรสุมความผันผวนมากยิ่งขึ้น “หุ้นไทย” กลับมาน่าสนใจอีกครั้งในรอบทศวรรษ คาดมีโอกาสทะยานแตะ 1,500 จุด พร้อมแนะสร้างสมดุลระหว่าง “สินทรัพย์คุณภาพ” ควบคู่ “การกระจายความเสี่ยง” อย่างเหมาะสม เป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจจาก “Finnomena” ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai