“บลจ.ทิสโก้” ตั้งเป้า AUM ทะยานแตะ 5 แสนลบ. ใน 3 ปี... ปลื้มครองแชมป์ “อันดับ1” PVD ทุกมิติ มองบวก “ปีม้าไฟ” ชู 3 ธีมเด่นสร้าง “สมดุล” - ส่วน “หุ้นไทย” ให้เป้า 1,350 จุด !!!
Fun of Funds: รู้หรือไม่?...“บลจ.ทิสโก้” เป็นหนึ่งในบลจ. ที่มีการเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรม โดยมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ทะยานแตะ 4.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น +10% สูงกว่าอุตสาหกรรมโดยรวมที่โตประมาณ +7%
เป็นผลจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของ “ธุรกิจกองทุนรวม” ที่โต 17.98% สูงกว่าอุตสาหกรรมเกือบ 2 เท่า ขณะที่ “ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” โต 14.22% สูงกว่าอุตสาหกรรมกว่า 3 เท่า
โดยตั้งเป้า AUM ทะยานแตะ 5 แสนล้านบาท ภายใน 3 ปี หรือเร็วกว่านั้น !!!
พร้อมมองบวกทิศทางการลงทุน “ปีม้าไฟ” ชู 3 ธีมเด็ดฝ่าตลาดผันผวน ได้แก่ 1) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI 2) ธุรกิจ Healthcare & Wellness และ 3) กลุ่ม Defensive
แผนธุรกิจและมุมมองการลงทุนในปี26 ของ “บลจ.ทิสโก้” จะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตกับ “ทีมผู้บริหาร” ขององค์กรแห่งนี้พร้อมๆ กันได้เลย
ปี26 ตั้งเป้าโตต่อเนื่อง AUM แตะ 4.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 – 8%...พร้อมมองหา “โอกาสลงทุน” ที่น่าสนใจ
โดย “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ บอกว่า ปี25 ที่ผ่านมา บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องทำให้สินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) รวมโตขึ้นเป็น 448,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.15% สูงกว่าอุตสาหกรรม ในปี26 นี้บริษัทยังตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องมี AUM ที่ 4.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 – 8% และต้องการไปถึงระดับ 5 แสนล้านบาท ภายใน 3 ปี หรือเร็วกว่านั้น ซึ่งจะต้องโตให้ได้เฉลี่ย 6 – 7% ต่อปี ในปีที่ผ่านมา “ธุรกิจกองทุนรวม” มีการเติบโตที่โดดเด่น +18% สูงกว่าอุตสาหกรรมกว่า 2 เท่า เป็นการเติบโตในทุกกลุ่มสินทรัพย์ จากผลตอบแทนที่โดดเด่นทำให้มีเงินลงทุนไหลเข้ามามากในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่ม “กองหุ้นไทย” และ “กองทุนต่างประเทศ” ที่เติบโตขึ้นมาอย่างโดดเด่น

(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“บริษัทจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการให้บริการในทุกธุรกิจ เช่น พัฒนาแอปพลิเคชัน ‘TISCO My Funds’ ให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของบริษัท สามารถเช็คยอดเงิน ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ และสร้างความมั่งคั่งเพิ่มเติมผ่านการลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ได้ในแอปพลิเคชันเดียว พร้อมกับให้ความรู้ด้านการลงทุนและการเงินแก่ลูกค้ากองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งในระยะยาว เรามุ่งหวังเป็น ‘Life-time Professional Investment Partner’ ให้ลูกค้าสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืน เกษียณอย่างไร้กังวล และมีความรู้การเงินที่รอบด้านนั่นเอง”

รุก “ขยายฐานลูกค้า” ต่อเนื่อง…พร้อมส่ง “Trigger Fund” เสิร์ฟทันที-เมื่อโอกาสเปิด
นอกจากการมองหาโอกาสลงทุนที่น่าสนใจแล้ว บริษัทยังมุ่งเน้นการเติบโต โดย “ธุรกิจกองทุนรวม” จะขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางตัวแทนผู้สนับสนุนการขาย และช่องทางออนไลน์ ผ่านการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการออกผลิตภัณฑ์กองทุนใหม่ๆ รวมถึงการนำเสนอกองทุน ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ กองทุนที่ตอบโจทย์ยุคดอกเบี้ยต่ำ
และกองทุนที่เน้นลงทุนในธีมเด่นในกระแสโลก เช่น กองทุนลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI (AI Revolution) กองทุนที่ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโลก (Global Defense Tech) และกองทุนที่สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุน (Resilience)
“นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในช่วงที่ตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศมีความผันผวน หรือปรับตัวลดลง ผ่านการออก ‘กองทุนทริกเกอร์’ (Trigger Fund) ซึ่งเป็น Signature ของบริษัททั้ง ‘หุ้นไทย’ และ ‘หุ้นต่างประเทศ’ รวมถึงกองทุนทริกเกอร์ในรูปแบบธีมฟันด์ โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นกลุ่มกองทุนที่ช่วยจับจังหวะสร้างผลตอบแทนระยะสั้นให้แก่นักลงทุนได้เป็นอย่างดี”
ปลื้ม “PVD แชมป์” “อันดับ1” ในทุกมิติ-ปี25 โตชนะอุตสาหกรรมกว่า 3 เท่า...หวัง “กบช.” (PVD-ภาคบังคับ) เกิดขึ้นสร้าง “เงินออมเพื่อเกษียณ” แรงงานในระบบ
ทางด้าน “แขขวัญ โรจน์วัฒนกุล” รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ บอกว่า บริษัทเริ่มทำธุรกิจ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (PVD) มาตั้งแต่ปี1969 เพราะมองเห็นว่าเงินเพื่อเกษียณเป็นเรื่องที่สำคัญมากและในช่วง 5 ปี และ 10 ปี ที่ผ่านมา เราก็มีการเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมมาตลอด ในปี25 สร้างประวัติการณ์ใหม่โดยมี AUM กว่า 328,000 ล้านบาท หรือเติบโต 14.22% สูงกว่าอุตสาหกรรมกว่า 3 เท่า เป็นการเติบโตในทุกมิติ มีจำนวนบริษัทนายจ้างกว่า 5,900 บริษัท และมีจำนวนสมาชิกกว่า 628,000 ราย รักษาแชมป์ส่วนแบ่งการตลาด “อันดับ 1” ของอุตสาหกรรมกองทุน PVD ทั้งในมุม AUM สูงสุด รวมทั้งจำนวนนายจ้างและจำนวนสมาชิกมากที่สุด
Key Message ที่อยากจะส่งออกไป คือ “จากเงินออม...สู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน” ในวันที่โลกการเงินเปลี่ยนไป บทบาทของ PVD ต้องมากกว่าการออม ซึ่งเรายังคงมุ่งมั่นสานต่ออย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม ประกอบกับพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณที่ครบถ้วนรอบด้านแก่สมาชิก PVD

(แขขวัญ โรจน์วัฒนกุล)
“ที่สำคัญอยากเห็น ‘กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ’ (กบช.) ซึ่งเป็น ‘PVD-ภาคบังคับ’ เกิดขึ้น เพราะประเทศไทย ‘ยังไม่มี’ และกฎหมายเองก็ผ่านมติครม.และผ่านกฤษฎีการเรียบร้อยหมดแล้ว ซึ่งจะเข้ามาสร้างเงินออมเพื่อเกษียณให้แรงงานในระบบของไทย อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นก่อน คือ ‘กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง’ ที่เลื่อนมาจากปีก่อนและจะใช้วันที่ 1 ต.ค. 26 นี้ เงินสะสม-เงินสมทบ ฝ่ายละ 0.25% และบังคับใช้กับบริษัทที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป ตรงนี้อาจจะได้เห็นก่อนซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเช่นเดียวกัน”

มอง “บวก” การลงทุน “ปีม้าไฟ” พร้อมชู 3 ธีมเด่น สร้าง “สมดุลพอร์ต”...ให้เป้า “หุ้นไทย” ปีนี้ 1,350 จุด เชื่อ “Kevin Warsh” ไม่น่ากังวลเหมือนตลาดกลัว
ด้านมุมมองการลงทุนในปีนี้นั้น “สุพงศ์วร เมี้ยนโภคา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ บอกว่า แนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา นโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย กำไรบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังเติบโตได้ดีโดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ AI เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงขยายตัวได้ดี และสหรัฐเริ่มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากภาษีการค้าและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ รวมถึงความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และมูลค่าหุ้น (Valuation) หลายตลาดอยู่ในระดับสูง ยังชอบ “หุ้น” และหุ้น AI ยังเป็นตัวหลักที่น่าสนใจต่อเนื่องในปีนี้ แต่การลงทุนอาจจะสร้าง “สมดุล” ให้พอร์ตมากขึ้น สัดส่วนของหุ้น AI ในพอร์ตอาจจะต้องลดลงและกระจายออกจากสหรัฐไปยังตลาดอื่นมากขึ้น เป็นต้น

(สุพงศ์วร เมี้ยนโภคา)
โดยปี26 นี้ มี 3 ธีมเด่นที่น่าสนใจและช่วยสร้าง “สมดุล” ให้พอร์ตได้เป็นอย่างดี ได้แก่ 1) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และระบบอัตโนมัติ 2) ธุรกิจ Healthcare & Wellness และ 3) กลุ่ม Defensive เช่น ทองคำและหุ้นปันผลสูง
“ส่วน ‘หุ้นไทย’ มีจุดเด่นที่ ‘ปันผลสูง’ อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วงขาลง มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับต่ำ คาดว่าดัชนีจะปิดปีที่ 1,350 จุด มีระดับ P/E ที่ 16 เท่า และ EPS ที่ 86.7 เท่า แม้มูลค่าหุ้นจะอยู่ในระดับที่ไม่สูง แต่ Upside ค่อนข้างจำกัด 6 – 7% แต่เมื่อรวมกับปันผลแล้ว ผลตอบแทนรวมปีนี้น่าจะมีโอกาสเห็น ‘เลข 2 หลัก’ ได้เช่นกัน แนะนำให้เน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูงเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว”
ส่วน “Kevin Warsh” ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ อาจไม่น่ากลัวเหมือนที่ตลาดกังวล เพราะมุมมองดอกเบี้ยล่าสุดก็ยังคาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยปีนี้ 2 ครั้ง เขาน่าจะทำงานร่วมกับ “Donald Trump” ได้ดี และน่าจะ Action เร็วต่อทิศทางเศรษฐกิจมากกว่า “Jerome Powell” ที่มักตัดสินใจ Behind the Curve ด้วย
ทิศทางของ “บลจ.ทิสโก้” ที่จะก้าวย่างไปนั้น ชัดเจนอย่างยิ่ง ใน 3 ปี ขยับ AUM เลื่อนชั้นสู่ระดับ “5 แสนล้านบาท” ซึ่งหากตลาดการลงทุนเป็นใจ อาจจะฮิตเป้าหมายได้เร็วกว่านั้น ส่วนการลงทุนก็ยากขึ้นและท้าทายในทุกๆ ปี แต่เชื่อว่า “โอกาส” มีอยู่เสมอ ในปีนี้ภาพรวมการลงทุนยังคงเป็นมุมมอง “เชิงบวก” อยู่ ที่สำคัญ คือ “สร้างสมดุล” ให้พอร์ตมากขึ้นด้วยเช่นกัน
