“กุมภา-ปีมะเมีย” โอกาสลุย “หุ้นไทย” แบบมี “แต้มต่อ”… กับ “ThaiESG-RMF” ลงทุนได้ตั้งแต่ต้นปี ปีนี้ยัง “เซฟภาษีสูงสุด” ได้ถึง 8 แสนบาท !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?.....ใครจะว่า “หุ้นไทย” ไร้เสน่ห์ ถูกแต่ไม่มีอนาคตก็ว่าไป แต่ถ้ายังมี “แต้มต่อทางภาษี” ให้ไว้ 5 – 35% ยังไง “หุ้นไทย” ก็ยังน่าสนใจอยู่ดี
ลงทุน “ประหยัดภาษี” ไม่ต้องรอถึงปลายปี สตาร์ทตั้งแต่เริ่ม “ต้นปี” กันได้เลย !!!
เปิดศักราช “ปีม้าไฟ” มา “หุ้นไทย” (SET) ควบทะยานไม่สนตลาดโลกบวกไปแล้ว +6.87%, SET50 +8.19%, SET100 +7.77% และ SETESG +5.76% ตามลำดับ (ที่มา: set.or.th, วันที่ 5 ก.พ. 26)
ในขณะที่ราคาก็ยัง “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E ที่ 14.10 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 15.61 เท่า
โดยปีนี้ คุณยัง “เซฟภาษี” ได้สูงสุดถึง “8 แสนบาท” เช่นเคย จาก “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) ปีนี้ เซฟภาษีได้สูงสุด “ไม่เกิน 30%” ของเงินได้พึงประเมิน “ไม่เกิน 300,000 บาท/คน/ปี” (แยกต่างหากจากกลุ่ม RMF และการออมเพื่อเกษียณ)
โดยถือครองเพียง 5 ปี (นับวันชนวัน) เท่านั้น (สิทธินี้เฉพาะการลงทุนปี2024 -2026 เท่านั้น) !!!
และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ที่ลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึ่งประเมิน สูงสุด “ไม่เกิน 500,000 บาท” (นับรวมกองทุนเพื่อเกษียณอื่นๆ)
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” กุมภา-ปีมะเมีย ที่น่าสนใจ โฟกัส “หุ้นไทย” ในกลุ่ม “ThaiESG” และ “RMF” มาฝากกัน
“TDSThaiESG-A” เติบโตอย่างมั่นคงกับ "หุ้นไทยยั่งยืน" ปันผลสูง
เริ่มกันที่กองทุนแรก “TDSTHAIESG-A: กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืน ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนสะสมผลตอบแทน” ของบลจ.ทิสโก้ ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทยยั่งยืน” ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งหุ้นดังกล่าวมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และ/หรือมี แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 25) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
ธนาคาร 23.72%
-
พาณิชย์ 16.74%
-
พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 10.48%
-
พลังงานและสาธารณูปโภค 9.04%
-
ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 8.06%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) PTTGC 8.06%, 2) CRC 7.94%, 3) SCB 5.71%, 4) KBANK 5.69% และ 5) KTB 5.68% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘TDSTHAIESG-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -21.98%
“PRINCIPAL SET100RMF” สร้างผลตอบแทนตามตลาดเกาะดัชนี "SET100"
สำหรับกองทุนถัดมาเป็น “PRINCIPAL SET100RMF: กองทุนเปิดพรินซิเพิล SET100 เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.พรินซิเพิล ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET100 โดยกองทุนจะใช้กลยุทธ์การบริหารเชิงรับ (Passive Management Strategy) เพื่อให้กองทุนมีผลตอบแทนใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง (SET100 Index)

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ธ.ค. 25) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
พลังงานและสาธารณูปโภค 22.43%
-
ธนาคาร 17.34%
-
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 11.35%
-
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 10.90%
-
ขนส่งและโลจิสติกส์ 7.77%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) DELTA 10.12%, 2) ADVANC 7.76%, 3) PTT 7.64%, 4) AOT 6.25% และ 5) GULF 5.24% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘PRINCIPAL SET100RMF’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -31.48%
“ONE-THAIESG” คัดเน้นๆ "หุ้นไทยยั่งยืน" ไซส์ใหญ่คุณภาพดี
มาต่อกันด้วย “ONE-THAIESG: กองทุนเปิด วรรณ หุ้นไทยเพื่อความยั่งยืน” ของบลจ.วรรณ ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทยยั่งยืน” ในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance : ESG)

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 ธ.ค. 25) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
ธนาคาร 30.27%
-
พลังงานและสาธารณูปโภค 23.31%
-
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 11.9%
-
ขนส่งและโลจิสติกส์ 7.21%
-
พาณิชย์ 6.36%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) ADVANC 9.35%, 2) PTT 8.71%, 3) KBANK 6.53%, 4) AOT 6.30% และ 5) SCB 6.14% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ONE-THAIESG’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -27.27%
“X-EQRMF” เฟ้น "หุ้นไทย" คุณภาพดีตอบโจทย์เกษียณ
ปิดท้ายกันด้วย “X-EQRMF: กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.เอ็กซ์สปริง ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้หรือเงินฝาก หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ตามที่ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 25) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
ธนาคาร 24.36%
-
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 17.30%
-
ทรัพยากร/พลังงานและสาธารณูปโภค 15.78%
-
ขนส่งและโลจิสติกส์ 8.34%
-
เทคโนโลยี/ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 6.86
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) KBANK 9.00%, 2) ADVANC 8.69%, 3) TRUE 8.61%, 4) AOT 8.34% และ 5) DELTA 6.40% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘X-EQRMF’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -34.51%
แม้ฝรั่งจะออกมาวิจารณ์ว่า “หุ้นไทย” ถูกแต่ไม่มีอนาคต ก็ไม่เป็นไร สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนเพื่อ “เซฟภาษี” ที่ตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งระยะยาวสู่เป้าหมายเกษียณใน “หุ้นไทย” เชื่อว่าด้วย “แต้มต่อ” ทางภาษี และปีนี้ยังลดหย่อนได้เต็มๆ สูงสุดถึง “8 แสนบาท” ทั้งกองทุน “ThaiESG” และ “RMF-หุ้นไทย” ยังเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องรอถึงปลายปี เริ่มต้นลงทุนต้นปีกันได้เลย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
