แนะปี64 เพิ่มน้ำหนัก “หุ้นเอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน”...ดักโฟลว์เงินไหลกลับ !!!

ตลาดหุ้น "เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน (Asia X Japan)" หนึ่งในกลุ่มของตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่ถือว่าจับตาดูในช่วงนี้ เนื่องด้วยกระแสฟันด์โฟลว์ที่เริ่มกลับมาให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่”

จึงทำให้กลุ่มตลาดหุ้นดังกล่าวได้รับประโยชน์ตามไปด้วย เนื่องจากดาวเด่นในกลุ่มดังกล่าวอย่าง  ‘ตลาดหุ้นจีน’ ในปีนี้ ที่แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นประเทศแรกๆและฟื้นกลับมาได้เป็นประเทศแรกเช่นเดียวกัน จึงเป็นตลาดที่ท็อปฟอร์มอันดับต้นๆ ในปีนี้เลยก็ว่าได้

แต่อย่างที่นักลงทุนหลายคนทราบกันดีว่า กระแสของฟันด์โฟลว์ต่างชาติ มักจะไม่ยั่งยืนมากนักโดยมีการเปลี่ยนกระแสเข้ายังตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเสมอ

ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอถือโอกาสนำมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ถึงตลาด "เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน" มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้สนใจจะลงทุนในกลุ่มดังกล่าวแต่ยังมีความลังเล เป็นความรู้เพิ่มเติมหรือประกอบการตัดสินใจ

มองตลาด "เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน" น่าสนใจ...เหตุภาพรวมตลาดยังไปได้สวย ดึงฟันโฟลว์เข้าตลาดได้

โดย “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับ ‘เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน (Asia X Japan)’ ว่า เป็นอีกหนึ่งกลุ่มตลาดที่น่าสนใจ จากภาพรวมหลายๆ ปัจจัยที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ การควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 และตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ โดยเฉพาะประเทศจีน ขณะเดียวกันทิศทางของฟันด์โฟลว์ที่มีแนวโน้มจะเข้ามายัง ‘ตลาดหุ้นเกิดใหม่’ หลังจากนโยบายการเงินและการคลังของประเทศสหรัฐฯ และธนาคารกลางของแต่ละประเทศที่อัดฉีดอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เงินสดจะล้นตลาด

(ดร.สมชัย อมรธรรม)

“ซึ่งโอกาสที่เม็ดเงินดังกล่าวไหลเข้ามาและสนับสนุนตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่บางตลาดราคายังไม่แพง และแนวโน้มเศรษฐกิจบางประเทศมีการฟื้นตัวได้ดีกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้วบางประเทศ โดยกลุ่ม ‘เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน’ เองก็อยู่ในกลุ่มดังกล่าวด้วยเช่นกัน จึงคาดการณ์ว่าจะได้ประโยชน์จากปัจจัยของฟันด์โฟลว์”

แนะให้นักลงทุนโฟกัส “ตลาดหุ้นเกิดใหม่” รวมถึงเอเชีย...แต่ควรกระจายให้เหมาะสม เตือนควรเลี่ยงตลาดญี่ปุ่น

โดยทางเราได้ให้น้ำหนักการลงทุนไปยังธีมการลงทุนในกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ ซึ่งอาจจะต้องกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาคต่างๆ ไปว่าจะเป็น เอเชีย, นอร์ธอีสเอเชีย, จีน และอินเดีย เพื่อลดความเสี่ยงการในลงทุนไม่ให้กระจุกตัวเกินไป

“ส่วนตลาด ‘หุ้นญี่ปุ่น’ เรายังมองว่าดูไม่น่าสนใจ เนื่องจากสตอรี่ของตลาดหุ้นดังกล่าวมีความใกล้เคียงกับตลาด ‘ยุโรป’ ที่การเติบโตของเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งหากไปเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆในกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่การเติบโตของเศรษฐกิจได้ดี จึงทำให้ความน่าสนใจในกลุ่มตลาดหุ้นใหม่ดูดีกว่า”

ยันอีกหนึ่งเสียง "เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน" เป็นอีกกลุ่มที่น่าสนใจ...ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตาม ‘ตลาดหุ้นเกิดใหม่’

ด้าน “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด ได้ให้มุมมองเกี่ยวกับ ‘เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน’ ในทิศทางเดียวกันว่า กลุ่มภูมิภาคดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่อยู่ในกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ ที่ฟันด์โฟลด์จำนวนมากจะไหลเข้ามา จากภาวะเงินสดล้นตามนโยบายการเงินและการคลังของประเทศสหรัฐฯและธนาคารกลางของแต่ละประเทศที่อัดฉีดอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ตลาดเอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน ได้ประโยชน์ตามไปด้วย

(คุณคมสัน ผลานุสนธิ)

“จีน-อินเดีย-เกาหลี-ไต้หวัน” พื้นฐานดี-แนวโน้มตลาดปีหน้ายังไปต่อได้

ขณะเดียวตลาดหุ้นที่มีน้ำหนักค่อนข้างสูงในกลุ่มดังกล่าวอย่าง ‘จีน, อินเดีย, เกาหลี และไต้หวัน’ พื้นฐานยังคงเเข็งแกร่ง ตลาดยังมีแนวโน้มที่ไปได้ดีในปีหน้า โดยตลาด ‘หุ้นจีน’ เชื่อว่ายังคงเป็นบวกได้และยังคงไปต่อได้ดี แต่การปรับตัวอาจจะสูงมากเหมือนในช่วงที่ผ่านมา

“ส่วน ‘อินเดีย’ เป็นอีกหนึ่งตลาดที่จะปรับขึ้นได้ค่อนข้างสูง แม้ว่าจะเป็นประเทศที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสCOVID-19 ค่อนข้างสูงแต่ตลาดยังปรับตัวดีขึ้นได้ ซึ่งหากวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 เริ่มมีการแจกจ่ายจนมาถึงอินเดีย จึงอาจได้เห็นการปรับแรงๆ ของตลาดได้”

ขณะที่ ‘เกาหลี’ และ ‘ไต้หวัน’ จะได้รับปัจจัยสนับสนุนอย่างเวฟ เซมิคอนดักเตอร์ที่จะขึ้นมา จากสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใหญ่ๆ อย่างไอโฟน หรือหลายรุ่นที่จะพัฒนาอุปกรณ์ให้รองรับเทคโนโลยี 5G ตามความต้องของผู้บริโภค

แนะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน “ตลาดเอเชีย-ตลาดเกิดใหม่”...เหตุโอกาสปรับตัวขึ้นของตลาดยังสูง

โดยแนะนำนักลงทุนที่สนใจหรือมีการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ควรให้น้ำหนักใน ‘ตลาดหุ้นเอเชีย’ และ ‘ตลาดหุ้นเกิดใหม่’ เกิน 50% จากปีนี้ที่น้ำหนักส่วนใหญ่ไปยังตลาด ‘หุ้นสหรัฐฯ’ และตลาด ‘หุ้นจีน’ จึงอาจจะมาให้น้ำหนักอย่างตลาด ‘หุ้นอินเดีย’ และ ‘เวียดนาม’ ที่มีโอกาสจะปรับตัวได้เยอะกว่า

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามยังเป็นสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส  COVID-19 ระลอกใหม่หรือการควบคุมสถานการณ์ได้ดีแค่ไหน เนื่องจากประเทศไทยเองก็เป็นประเทศที่บริหารจัดการกับสถานการณ์ได้ดีในระดับต้นๆ ของโลก แต่เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ได้ อย่างไรก็ดีการปรับตัวลงมาของตลาดก็ถือเป็นโอกาสให้เข้าลงทุนได้เช่นกัน

"เอเชีย แปซิฟิก เอ็กซ์ เจแปน (Asia X Japan) ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีโอกาสจะดึงดูดฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดได้ดี ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่แล้ว แต่ยังมีตลาดหุ้นหลายๆ ประเทศที่มีเสน่ห์ในตัวพอที่จะดึงความสนใจของนักลงทุนได้เช่นกัน ทางเราจึงหวังว่าการนำมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญมาแชร์ในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อย"

Most Viewed
Stock of the Day
KSL แจ้งศาลสั่งเพิกถอนใบ รง.4 โรงงานน้ำตาลสระแก้วบริษัทย่อย ชี้คำพิพากษาศาลชั้นต้นยังไม่ถึงที่สุด เดินหน้าอุทธรณ์ ยันดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
SCG ปักหมุด "ASEAN Strategic Partner" ผนึกผู้คน-ธุรกิจ-โอกาส นำทัพภูมิภาคเติบโตตามแนวทาง Inclusive Green Growth
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงาน “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ครั้งที่ 17 ที่หาดใหญ่
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
บลจ. แอสเซท พลัส มองหุ้นไทยยังมีโอกาสไปต่อ รับ Earnings Upgrade Fund Flow ต่างชาติกลับ ชูหุ้นปันผลโครงสร้างพื้นฐานเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.ยูโอบี นำเสนอโอกาสการลงทุนในตราสารภาครัฐบาลต่างประเทศสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ตราสารภาครัฐต่างประเทศ USD 6 เดือน 1 IPO 20-26 ส.ค. 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us