“A-ASEMI” โฟกัส 4 มหาอำนาจ “ชิป” แห่งเอเชีย... สร้างโอกาสลงทุนที่เหนือกว่า กับ “ศูนย์กลางสมองกล” ที่ขับเคลื่อน “นวัตกรรมโลก” !!!
โดย: บลจ.แอสเซท พลัส
รู้หรือไม่?...“เอเชีย” คือ ศูนย์กลางการผลิต “Semiconductor” หรือ “ชิป” (Chip) ของโลก ซึ่งเป็น “หัวใจ” ในการขับเคลื่อน “โลกยุคดิจิทัล” เลยทีเดียว โดยมี 4 มหาอำนาจที่สำคัญ ได้แก่ เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น และจีน
สำหรับหุ้นธีม “Semiconductor” นั้น ถูกจัดเป็นหนึ่งใน “Megatrend” ที่เป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกมานานแล้ว แต่ช่วงที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงเรื่องของ “เทคโนโลยี” ก็มักจะนึกถึงฝั่ง “U.S. Tech” กันเป็นหลักเท่านั้นเอง
ทั้งที่จริงๆ แล้ว “Asia Tech” ก็เป็นอีกขั้วมหาอำนาจของโลกเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน
จนในปี2025 ก็ถึง “จุดเปลี่ยน” เมื่อภาพรวมของ “หุ้นเทคโนโลยี-สหรัฐ” ที่วิ่งมานานดู “แพงไป” ก็ทำให้เม็ดเงินที่ยังชื่นชอบธีมเทคโนโลยีไหลออกจากสหรัฐสู่ “ตลาดเอเชีย” ที่ตอบโจทย์ได้ไม่แตกต่าง ในขณะที่ยังมีมูลค่า “ถูกกว่า” อีกด้วย
ผลักดันให้ธีม “Asia Semiconductor” กำลังก้าวเข้าสู่ "Super Cycle" รอบใหม่ ที่เป็น “หัวใจ” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัลที่มี “AI” เป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกอย่างเต็มรูปแบบเรียบร้อยแล้ว
ล่าสุด “บลจ.แอสเซท พลัส” เตรียมนำเสนอ “A-ASEMI: กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์” กองทุน “Asia Semiconductor” กองแรกของไทย ที่เตรียมเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 5 – 10 มีนาคม 2569 นี้
“Asia Semiconductor” ยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ในขณะที่แนวโน้มกำไรแข็งแกร่ง
สำหรับ “Semiconductor” หรือ "ชิป" (Chip) คือวัสดุที่มีคุณสมบัติกึ่งตัวนำไฟฟ้า ถือเป็น "สมอง" ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ทำหน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้าเพื่อประมวลผล จัดเก็บข้อมูล และสั่งการทำงาน จึงถือเป็น “หัวใจ” สำคัญในการขับเคลื่อนโลกยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง และ “AI” ที่เป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกจะขาดซึ่ง “ชิป” ไปไม่ได้เช่นกัน
แล้วทำไม “Asia Semiconductor” จึงกลายเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนทั่วโลก เหตุผลสำคัญ คือ “เอเชีย” คือ ศูนย์กลางการผลิต “Semiconductor” หรือ “ชิป” (Chip) ของโลก ซึ่งย้อนกลับไปไม่นานในช่วงวิกฤติ COVID-19 เองที่ทุกอย่างสะดุดลง “ชิป” จากเอเชียส่งออกไปไม่ได้ ก็กระทบธุรกิจเทคฯ ทั่วโลกรวมถึงสหรัฐด้วยเช่นกัน
“ที่สำคัญ หุ้น ‘Asia Semiconductor’ ยังถูกเพียง 13 เท่า เมื่อเทียบกับ ‘NYSE Semiconductor Index’ ที่ 24.7 เท่า ในขณะที่แนวโน้มกำไรยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง”
รู้จัก 4 มหาอำนาจ “ชิป” แห่งเอเชีย “ศูนย์กลาง” ผลิตชิปของโลก...
พูดไปใครจะเชื่อ “ชิป” ที่อยู่บนโลกนี้ มาจาก “ไต้หวัน” 51%, “เกาหลีใต้” 17%, “จีน” 14% และ “ญี่ปุ่น” 5% ซึ่งถือเป็น 4 มหาอำนาจ “ชิป” ของเอเชียและของโลกเลยทีเดียว
ที่สำคัญ “ชิปหน่วยความจำ” กำลังเข้าสู่ “Super Cycle” ที่แรงและยาวนานที่สุดในรอบทศวรรษ เป็นแรงหนุนจาก “AI Capex” เพราะ “ชิปหน่วยความจำ” เป็นส่วนประกอบหลักสำคัญสำหรับ Data Center และมีความสำคัญต่อ AI Training และ AI Inference

ทั้ง 4 ประเทศมี “จุดเด่น” ที่แตกต่างกันไป ดังนี้
-
“เกาหลีใต้”: ผู้นำโลกด้าน Memory Chip (DRAM และ NAND Flash) นี่คือ “จุดแข็ง”ที่สุดของเกาหลีใต้ โดยมี 2 ยักษ์ใหญ่ที่สำคัญ คือ Samsung Electronics และ SK Hynix ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่า 70% ของโลก
-
“ญี่ปุ่น”: ต้นน้ำของต้นน้ำ ครองตำแหน่งสำคัญที่ผู้ผลิตขาดไม่ได้ โดย “ญี่ปุ่น” เป็นผู้เล่นหลักในตลาดวัสดุขั้นสูง ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ยากต่อการทดแทน ไม่เพียงเท่านี้รัฐบาลญี่ปุ่นยังดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นเป้าหมายระดับชาติอีกด้วย
-
“ไต้หวัน”: ครองตลาด Foundry ศูนย์กลาง Advanced chip ของโลก มี Semiconductor Supply Chain ที่ครบวงจร ตั้งแต่ 1) Design, 2) Foundry, 3) Packing & Testing, 4) Substrate และ 5) Server Assembly ตัวอย่างบริษัทที่โดดเด่นได้แก่ TSMC ที่มีส่วนแบ่งในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านการผลิต “ชิป” ของโลกได้เป็นอย่างดี
-
“จีน”: Self-sufficiency ตั้งเป้าลดการพึ่งพาจากต่างชาติ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้รับแรงผลักดันสำคัญจากภาครัฐ จีนตั้งเป้าเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศ เร่ง “Localization” ให้เร็วขึ้น
“A-ASEMI” โอกาสลงทุนหุ้น “Asia Semiconductor”...บริหารจัดการโดย “Global X” ผู้นำด้าน “Thematic ETF” เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนใหม่ๆ
และโอกาสการลงทุนใน “Asia Semiconductor” กำลังจะเปิดแล้วสำหรับนักลงทุนไทยทุกคน
เมื่อ “บลจ.แอสเซท พลัส” ได้นำเสนอ “A-ASEMI: กองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส เอเชีย เซมิคอนดักเตอร์” กองทุนแรกที่ลงทุนใน “Asia Semiconductor” ของไทย เป็นกองทุน Passive Fund ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” กลุ่ม “เอเชียเซมิคอนดักเตอร์” ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “FactSet Asia Semiconductor Index” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว
ผ่านกองทุนหลัก ‘Global X Asia Semiconductor ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) Limited
สำหรับ “Global X” เป็น บลจ.ที่ชำนาญเรื่อง “Thematic ETF” เป็นบริษัทในเครือของ “Mirae Asset Financial Group” กลุ่มการเงินยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ โดยเป้าหมายหลัก คือ การสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เข้าถึง "โอกาสใหม่ๆ" ที่ดัชนีแบบดั้งเดิมอาจจะยังครอบคลุมไม่ถึง ถือเป็นผู้เล่นระดับแถวหน้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความ "ล้ำสมัย"
“ไม่ใช่แค่บริษัทจัดการกองทุนทั่วไป แต่เป็นผู้บุกเบิกด้านการลงทุนใน ‘ธีมแห่งอนาคต’ เป็นสำคัญ”
ทำให้กองทุนหลัก มี 4 “จุดเด่น” ที่สำคัญ ประกอบด้วย
-
“Pure Play” ในกลุ่มบริษัทเอเชียที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ “Semiconductor Supply Chain” โดยมี “Headquartered in Asia” และเป็นหุ้นที่จดทะเบียนอยู่ใน 12 ตลาดหลักทรัพย์ของเอเชีย หรือสหรัฐฯ
-
ทั่วโลกเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน “AI” หนุนการเติบโตของกลุ่มเซมิฯ ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญ
-
โฟกัส 4 ประเทศหลักที่เป็น “หัวใจ” ของ “หุ้นเซมิฯ เอเชีย” ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปประมวลผลขั้นสูงของโลก ได้แก่ เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และจีน
-
มีการกระจายการลงทุนใน “Semiconductor Supply Chain” หลากหลายประเทศ และหลากหลาย Segment ช่วย “ลดความเสี่ยง” จากการลงทุนแบบกระจุกตัวในประเทศใด หรือบริษัทใดมากจนเกินไป
หน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ม.ค. 2569) นั้น ส่วนใหญ่จะลงทุนในหุ้นกลุ่ม “Information Technology” เป็นหลักกว่า 85.1% มีการกระจายลงทุนใน 4 ประเทศ ประกอบด้วย
1) Korea 32.5%
2) Japan 24.6%
3) Taiwan 23.0%
4) China 19.8%
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) SK Hynix 18.37%, 2) Samsung Electronics 14.14%, 3) TSMC 9.31%, 4) MediaTek 6.35% และ 5) Sony Groupb 5.33% ตามลำดับ”
ส่วนผลตอบแทนของกองทุนหลักสามารถแทรคดัชนีอ้างอิงได้อย่างใกล้ชิด YTD +19.92% (BM +19.89%) ,1Y +90.40% ต่อปี (BM +88.50% ต่อปี), 3Y +35.60% ต่อปี (BM +36.56% ต่อปี) และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน +14.87% ต่อปี (BM +16.31% ต่อปี) ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg, as of 30 Jan 2026)
ใครกำลังมองหาโอกาสลงทุนในธีมเทคโนโลยี ที่ “ไม่แพง” และอยู่ในช่วงเริ่มต้น” (Super Cycle” ของวงจรขาขึ้น กับธีมที่เป็น “หัวใจ” ของโลกนวัตกรรมยุคใหม่ ต้องไม่พลาด “Asia Semiconductor” เชื่อว่ากองทุน “A-ASEMI” ที่ลงทุนใน 4 มหาอำนาจ “ชิป” แห่งเอเชีย “ศูนย์กลาง” ผลิตชิปของโลก “ตัวจริง-เสียงจริง” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้
กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่
บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th
