Official Update :

“ThaiESG” ปีนี้ “เซฟภาษี” สูงสุด “3 แสนบาท-ถือ 5 ปี” เป็นปีสุดท้าย... โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +4.69% “ASP-ThaiESG” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +13.53% ส่วน “KFGBTHAIESG-A” ร่วงมากสุด -6.35% !!!

สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่ลงทุน “ThaiESG: กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแล้วยังลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยถือลงทุนแค่ 5 ปี (นับจากวันที่ซื้อ) เท่านั้น


ในปี2027 – 2032 จะกลับสู่เงื่อนไขปกติที่ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องถือลงทุน 8 ปี (นับจากวันที่ซื้อ)


ใครที่ยังไม่รู้จะเลือกลงทุนอะไรเพื่อช่วย “เซฟภาษี” ปีนี้ก็ต้องไม่ละเลย ThaiESG” เลยทีเดียว


สำหรับผลงานของกองทุน ThaiESG” ปีนี้ ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +4.69% มีกองทุน 74% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ในขณะที่มี 26% ยัง “ติดลบ”


สำหรับ 5 “ThaiESG ที่มีผลงานปีนี้ “ดีสุด-แย่สุด” เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


5 “ThaiESG” ปีนี้ผลงาน “สุดปัง” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +4.69%...“ASP-ThaiESG” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +13.53%

จากการสำรวจผลงานของกองทุน ThaiESG ปีนี้ (ณ วันที่ 16 มี.ค. 26) พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 54 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +4.69% (ดีสุด +13.53%, แย่สุด -6.35%) โดยมีกองทุน 40 กอง คิดเป็น 74% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ส่วนที่เหลืออีก 14 กอง คิดเป็น 26% ที่ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่


สำหรับ ThaiESG ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ 5 อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) นั้น เป็นกองทุนที่ลงทุน “หุ้นไทยยั่งยืน” ทั้งหมด โดยทำผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +12.11% ต่อปี เป็นการปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับ “ตลาดหุ้นไทย” ในปีนี้ ที่ “SET TRI” +13.31% และ “SETESG TRI” +7.71% นำมาโดย

1) “ASP-ThaiESG” ของบลจ.แอสเซท พลัส  +13.53%

2) “K-TNZ-ThaiESG” ของบลจ.กสิกรไทย +13.35%

3) “ONE-THAIESG” ของบลจ.วรรณ  +12.35%

4) “B-EQ-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง +11.34%

5) “B-TOP-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง  +10.00%



5 “ThaiESG” ผลงานปีนี้ “สุดแป้ก” ติดลบเฉลี่ย -5.92%...“KFGBTHAIESG-A” ร่วงมากสุด -6.35%

ส่วน 5 ThaiESG” ที่อยู่ท้ายตารางนั้น ผลตอบปีนี้ ติดลบเฉลี่ย -5.92% เป็นกองทุนที่ลงทุน “ตราสารหนี้ยั่งยืน” ทั้งหมด ซึ่งเป็นผลจากการที่ตลาดมีความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเป็นบวก และความล่าช้าในการลดดอกเบี้ยของ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ส่งผลให้ Bond Yield” ในตลาดปรับตัวสูงขึ้นชั่วคราว ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนลดลง ซึ่งกองทุนส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตค่อนข้างยาว ทั้ง 5 กองทุน ได้แก่

1) “KFGBTHAIESG-A” ของบลจ.กรุงศรี -6.35%

2) “B-SI-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง -6.09%

3) “KTESGSI-ThaiESG” ของบลจ.กรุงไทย -5.79%

4) “SCBTB(ThaiESGA)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ -5.79%

5) “K-ESGSI-ThaiESG” ของบลจ.กสิกรไทย -5.60%


สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนเพื่อ “เซฟภาษี” ที่ตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งแยกต่างหากจากกลุ่ม “กองทุนเพื่อเกษียณ” เชื่อว่ากองทุน “ThaiESG” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่ลดหย่อนได้เต็มเพดานสูงสุด 300,000 บาท และถือลงทุนเพียง 5 ปี (นับจากวันที่ซื้อ) อีกด้วย ส่วนรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหนก็มีนโยบายให้เลือกหลากหลายทั้ง “หุ้น-ผสม-ตราสารหนี้” ที่ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว


ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’