ตั้งเป้า AUM ปี26 โตเพิ่ม +10% มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน... ด้วยกลยุทธ์ “Customer-Centric” พร้อมสร้างกองทุน “Flagship” เสริมแกร่งทุกประเภทสินทรัพย์ !!!
Fun of Funds: ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและผันผวนของโลกการเงินในปี2025 ที่ผ่านมานั้น “บลจ.ยูโอบี” ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ทะยานแตะ 2.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น +6%
โดยเฉพาะธุรกิจ “กองทุนรวม” นั้น มีการเติบโตอย่างโดดเด่น มี AUM เพิ่มขึ้น +23% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่โต +9% เท่านั้น
ซึ่งเป็นผลมาจากการตอบรับจากผู้ลงทุนที่ดีในกลุ่ม “กองทุนตราสารตลาดเงิน” ที่เป็น “กองทุนเรือธง” (Flagship) ของบริษัททั้ง 2 กอง โดย “TCMF” มี AUM 2.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น +65% มีผลงานเป็น “อันดับ1” และ “UIDPLUS” มี AUM 4.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น +135% มีผลงานอย่ใน 1st Qualtile
รวมถึงกลุ่มกองทุน “USD Fund” ที่บริษัทครองส่วนแบ่ง “อันดับ1” กว่า 53% มี AUM รวม 419 ล้านดอลลาร์
ปีนี้ “บลจ.ยูโอบี” ตั้งเป้าเติบโตอย่างยั่งยืน มี AUM รวมเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10%
ทิศทางการเติบโตของ “บลจ.ยูโอบี” ในปีนี้จะเป็นเช่นไร ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองจาก “ทีมผู้บริหาร” ขององค์กรแห่งนี้พร้อมกันได้เลย

“บลจ.ยูโอบี” ปี2025 AUM ทะยานแตะ 2.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น +6%...เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ “Customer-Centric”
โดย “วนา พูลผล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี บอกว่า ปี2025 บริษัทยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะ “ธุรกิจกองทุนรวม” ที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับกลุ่มลูกค้าสถาบัน บริษัทประสบความสำเร็จในการบริหาร “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” (Provident Fund) โดยกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ (FI mandates) ทั้งหมด 100% สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของแต่ละกองทุน และได้รับการแต่งตั้งจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อเข้าบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อเดือนธ.ค. 25 ที่ผ่านมา ในส่วนของ “ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล” (Private Fund) ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูกค้าสถาบันรัฐและเอกชน โดยได้ขยายขอบเขตการให้บริการผ่านกลยุทธ์ Multi-Asset นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญในตราสารหนี้ ซึ่งช่วยสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่หลากหลายมากขึ้น

(วนา พูลผล)
ปี2026 นี้ บริษัทตั้งเป้าสินทรัพย์สุทธิสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) โตขึ้นประมาณ +10% และจะยังคงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความเข้าใจ ‘ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง’ (Customer‑Centric) พร้อมส่งมอบประสบการณ์ด้านการลงทุนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนอย่างครอบคลุมและไม่ปิดโอกาสในการเติบโตจากการเข้าซื้อบลจ.อื่นถ้ามีโอกาสที่น่าสนใจเข้ามาจริงๆ”
เปิด 3 กลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจปี26...สู่การ “เติบโตอย่างยั่งยืน”
ด้วยความพร้อมด้านศักยภาพของบริษัท ความร่วมมือจากเครือข่ายระดับภูมิภาคและพันธมิตรระดับสากลของ “กลุ่มยูโอบี” จะดำเนินธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์ ที่เรียกว่า “3 S” ดังนี้
-
Solution: (Customized Investment Solution) นำเสนอความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทางการลงทุน ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของนักลงทุนในระยะยาว มุ่งเน้นการสร้างกองทุนเรือธง (Flagship Fund) ที่สามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนได้ทุกสภาวะตลาด (All‑Weather Strategy Flagship Funds) พร้อมขยายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนต่างประเทศโดยตรง หรือ Structured Note เพื่อการกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
-
Sustainability: (Sustainability Focusing) ประยุกต์ใช้ข้อมูลเชิงลึก Data‑Driven Insights ผสานเครื่องมือบริหารความเสี่ยงและการประเมินด้าน ESG เข้าไว้ในกระบวนการลงทุน ครอบคลุมทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบันและรายย่อย เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว
-
S-Curve: (New S-Curve Opportunities) มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ติดตามกระแสการลงทุนเพื่อเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ อาทิ ขยายธุรกิจไปยังกองทุนสกุลเงิน USD ครอบคลุมทุกประเภทสินทรัพย์ และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนทั้งก่อนและหลังเกษียณ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุของไทย
สร้างความสัมพันธ์กับ “ลูกค้า”...ภายใต้กลยุทธ์ที่ยึด “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” (Customer‑Centric)
โดย “กุลฉัตร จันทวิมล” กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี บอกว่า ภายใต้กลยุทธ์ที่ยึด “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” (Customer‑Centric) นั้น พร้อมดูแลลูกค้าทั้ง 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) ลูกค้ารายย่อย และ 2) ลูกค้าสถาบัน ตลอดจน “ธุรกิจตัวกลาง” (Intermediary Business) ซึ่งจะมีกลยุทธ์ในการเข้าถึงที่แตกต่างกันออกไป ในส่วนของนักลงทุนรายย่อยจะเน้นให้คำแนะนำเชิงรุกในการจัดพอร์ตการ ผ่านเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงินของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ

(กุลฉัตร จันทวิมล)
ในขณะที่ลูกค้าสถาบันใช้จุดแข็งของเราในการเป็นผู้นำที่ให้บริการกับ “นักลงทุนสถาบัน” ทั้งประกัน, สหกรณ์, รัฐวิสาหกิจและนิติบุคคลต่างๆ มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด
ส่วน “ธุรกิจตัวกลาง” เองนั้นจะเน้นขยายตลาดผ่านการสนับสนุนบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้กับพันธมิตรของเราอย่างใกล้ชิด
“บริษัทยังเป็นผู้นำคัดสรรผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้ง ‘นักลงทุนสถาบัน’ และ ‘รายย่อย’ โดยเฉพาะกลุ่มกองทุน ‘USD Fund’ ที่บริษัทเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ก็คาดว่ายังเติบโตได้อีกมาก ปัจจุบันมีเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์ประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ แค่ขยับมาลงผ่าน ‘USD Fund’ ผลตอบแทนก็ดีกว่าแถมไม่เสียภาษีอีกด้วย เชื่อว่ายังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก”

เปิด “กองทุนเด่น” ปี26...แบ่งตามวัตถุประสงค์-ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการลงทุน
ทางด้าน “อรพรรณ ตัณฑประศาสน์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี บอกว่า บลจ.ยูโอบี ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นคุณภาพสูงและกลุ่มหุ้นปันผล โดยเฉพาะในญี่ปุ่น บางกลุ่มธุรกิจในสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยจับตาหาโอกาสการลงทุนในเอเชียหลังภาวะสงครามคลี่คลาย และสำหรับการลงทุนใน “ตราสารหนี้” แนะนำตราสารหนี้คุณภาพสูง ที่จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางของทั้งไทยและต่างประเทศ

(อรพรรณ ตัณฑประศาสน์)
บริษัทแนะนำทางเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุน ตามวัตถุประสงค์ในการลงทุนของผู้ลงทุนทั้ง 5 วัตถุประสงค์ ดังนี้
1.บริหารสภาพคล่อง: TCMF, TCMF-I, UIDPLUS, USDAILY, USDREADY
2.โอกาสกระจายการลงทุนไปยังตราสารหนี้ทั่วโลก และรับความผันผวนได้ปานกลาง: UGIS, UGISFX, UGIS-USD
3.ลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย (CIO Funds) และรับความผันผวนได้ปานกลาง: UIFT-N, UGFT

4.เพื่อโอกาสกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก เอเชีย และประเทศไทย: UGSTAR, UGDIVP, EHD, UOBSJSM, UOBSGC, UOBSA, UOBSDF, TEF
5.ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก: UPD-UI, UPINFRA-UI, UGEAR, UOBSG
“อย่าง UPD-UI น่าจะเป็นกองเดียวที่ไปลงทุนใน Private Credit ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน จะต่างกับ Private Credit ที่เป็นข่าวอยู่นั้นจะไปลงทุนในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี ไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน หลักทรัพย์ที่ใช้ก็มักจับต้องไม่ได้ เช่น สิทธิบัตร เป็นต้น ถือเป็นจุดที่แตกต่างเหมือนเราไปลงทุนในส่วนที่เป็น Hard Asset จริงๆ จึงทำให้พอร์ตมีความแข็งแกร่ง”
นี่คือ การย่างที่น่าจับตาของ “บลจ.ยูโอบี” บลจ.ระดับภูมิภาคที่ทำธุรกิจกองทุนในไทยมาอย่างยาวนานและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปีนี้พร้อมรุกธุรกิจเต็มรูปแบบ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ “Customer-Centric” ที่เชื่อว่าจะเป็นที่จับตามองของเพื่อนร่วมธุรกิจที่ฝ่ายอย่างใกล้ชิดแน่นอน
