เลือก “กองทุนผสม” ฝ่าทุกภาวะตลาด...ตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณ !!!
กลยุทธ์ “การจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation)” ถือเป็นหนึ่งในคำแนะนำที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะได้รับ
แม้ทราบว่าดี แต่ในบางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะต้องจัดสรรอย่างไรให้เหมาะสม จะต้องปรับพอร์ตเมื่อไรอย่างไร วันๆ ก็มัวแต่ทำงานไม่มีเวลาจะมานั่งติดตามภาวะตลาด
“กองทุนผสม” จึงเป็นอีกทาเลือกที่น่าสนใจและสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี แม้แต่ ‘เป้าหมายเกษียณ’ ก็เช่นเดียวกัน
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวของ ‘กอง RMF-ผสม’ ที่น่าสนใจมาฝากกัน
ชูกลยุทธ์ “กองทุนผสม”...ตอบโจทย์ทุกสภาวะการลงทุน
โดย “ชวินดา หาญรัตนกูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) บอกว่า แนวโน้มผลตอบแทนจากดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำไปอีกนาน รวมถึงความผันผวนของตลาดหรือสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลกก็มีความผันผวนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้นักลงทุนต้องคอยติดตามวางแผนการลงทุนที่ยากขึ้นตามภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรอดเร็ว การลงทุนผ่าน ‘กองผสม’ ที่มีการผสมหลากหลายสินทรัพย์จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง และไม่มีเวลาติดตามการลงทุน และอยากได้รับผลตอบแทนสอดคล้องกับความเสี่ยงที่รับได้ในระยะยาว
“การเลือกลงทุนในกลุ่ม ‘กองทุนผสม’ ดังกล่าว จะสามารถช่วยนักลงทุนได้ โดยนักลงทุนสามารถที่จะเลือกตามระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนคาดหวังตามที่ต้องการ เพื่อให้เหมาะกับแผนทางการเงินในอนาคตได้สะดวกมากขึ้น ทำให้ผู้ที่ไม่มีเวลาติดตามการลงทุน และไม่ต้องการปรับพอร์ตบ่อยๆ เพราะกลุ่มกองทุนนี้จะมีการติดตามและกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมให้กับผู้ถือหน่วยอย่างต่อเนื่องนั่นเอง”
กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับ ‘วัฏจักรเศรษฐกิจ’ ระยะยาว
สภาวะตลาดการลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมีแนวโน้มการฟื้นตัวดีที่ขึ้น เนื่องจากหลายประเทศเริ่มควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้มากขึ้น มีความคืบหน้าของวัคซีนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเกิดพฤติกรรมแบบใหม่ที่เรียกว่า ‘New Normal’ ในสังคมโลก อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาจต้องใช้เวลา รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่คาดว่าจะค่อยๆ ดีขึ้นไปตามลำดับ แต่ปัจจัยเรื่อง COVID-19 ก็ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ยังต้องจับตาต่อไปและยังอาจทำให้ตลาดมีความผันผวนได้
“สำหรับเป้าหมายเกษียณ บริษัทเองมีกองทุน “มั่ง มี ศรี สุข เพื่อการเลี้ยงชีพ” ที่สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งถอดแบบมาจาก “มั่ง มี ศรี สุข” ปกติของบริษัท มีนโยบายเน้นการลงทุนโดยการจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) ในหลายสินทรัพย์ทั่วโลก ผ่าน Fund of Funds ภายใต้บริษัทจัดการกองทุน โดยมีกลยุทธ์การลงทุนมุ่งหวังให้ผลประกอบการสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) ดัชนีชี้วัดของกองทุน ‘มั่ง มี ศรี สุข เพื่อการเลี้ยงชีพ’ คือ 3% ต่อปี, 5% ต่อปี, 7% ต่อปี และ9% ต่อปี ตามลำดับ เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง และไม่มีเวลาติดตามการลงทุน และอยากได้รับผลตอบแทนสอดคล้องกับความเสี่ยงที่รับได้ในระยะยาว”
“มั่ง มี ศรี สุข เพื่อการเลี้ยงชีพ”...เลือกที่ใช่ให้เหมาะกับ ‘ความเสี่ยง’
กองทุน “มั่ง มี ศรี สุข เพื่อการเลี้ยงชีพ” ประกอบด้วย 4 กองทุน ที่เน้นการกระจายน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะสมกับวัฏจักรเศรษฐกิจระยะยาวในแต่ละช่วงเวลาและความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ (Strategic Asset Allocation) ในขณะเดียวกัน ผู้จัดการกองทุนก็สามารถเพิ่มหรือลดน้ำหนักสินทรัพย์ได้ตามความเหมาะสม ให้สอดคล้องกับสภาวะของตลาดที่อาจจะมีความผันผวนสูงได้ในระยะสั้น (Dynamic Tactical Asset Allocation)
- กองทุนเปิดกรุงไทยมั่งคั่ง เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTMUNG-RMF)เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ประมาณการสัดส่วนการลงทุนเน้นตราสารทุน 75% ตราสารหนี้สัดส่วน 15% ตราสารทางเลือก 10%
- กองทุนเปิดกรุงไทยมีทรัพย์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTMEE-RMF)เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ตั้งแต่ปานกลางถึงสูง มีประมาณการสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุน 50% ตราสารหนี้สัดส่วน 40% ตราสารทางเลือก 10%
- กองทุนเปิดกรุงไทยศรีสิริ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTSRI-RMF) เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยถึงปานกลาง มีประมาณการสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้65% ตราสารทุน 25% ตราสารทางเลือก 10%
- กองทุนเปิดกรงไทยสุขใจ เพื่อการเลี้ยงชีพ (KTSUK-RMF) เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ความผันผวนน้อย มีประมาณการสัดส่วนการลงทุนตราสารหนี้80% ตราสารทุน 10% และตราสารทางเลือก 10%
สำหรับใครที่ที่ต้องการกระจายความเสี่ยง และไม่มีเวลาติดตามการลงทุน และอยากได้รับผลตอบแทนสอดคล้องกับความเสี่ยงที่รับได้ในระยะยาว กองทุน “มั่ง มี ศรี สุข เพื่อการเลี้ยงชีพ” น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตเกษียณของคุณได้ไม่มากก็น้อย
