Official Update :

“ONE-SETHD” คัด “หุ้นปันผลสูง”...ฝ่าตลาดหุ้นไทย “Low Growth” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Equity Generalที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่อยู่ในดัชนีSET High Dividend 30 Total Return Indexเป็นหลัก


กลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” ถือว่ามีความน่าสนใจในกลยุทธ์ "เชิงรับและคุณค่า" (Defensive & Value Play) โดยเฉพาะในสภาวะที่ตลาดหุ้นไทยมี Upside จากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จำกัด


“ดอกเบี้ย” ที่เริ่มทรงตัวหรือเป็นขาลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อกลุ่ม “หุ้นปันผลสูง” นั่นเอง


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นปันผล” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



ONE-SETHD” ลุย “หุ้นใหญ่” ปันผลดี ฝ่าตลาดหุ้นไทย “Low Growth”

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า ONE-SETHD: กองทุนเปิด วรรณ เซ็ท ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน” บริหารจัดการโดย บลจ.วรรณมีความเสี่ยง “ระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 ก.พ.  2562 มีนโยบายลงทุน “หุ้นไทย” ที่อยู่ในดัชนีSET High Dividend 30 Total Return Indexเป็นหลัก


ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาจ่ายปันผลไปแล้ว 9 ครั้ง รวม 1.65 บาท/หน่วย ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ONE-SETHDมีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 27 ก.พ. 26) นั้น พบกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

  • ธนาคาร 50.15%

  • พลังงานและสาธารณูปโภค 24.75%

  • พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 8.11%

  • พาณิชย์ 3.37%

  • ประกันภัยและประกันชีวิต 2.78%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) KTB 10.16%, 2) PTTEP 10.13%, 3) PTT 9.85%, 4) SCB 9.02% และ 5) KBANK 8.75% ตามลำดับ”



“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ONE-SETHD’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.พ. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 3.21% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 6.54% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 16.85% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 17.63% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -17.56%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” 1,000 บาท เท่านั้น

นักลงทุนที่กำลังสนใจกองดังกล่าวก็สามารถลงทุนโดยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” อยู่ที่ 1,000 บาท ส่วนการขายคืนขั้นต่ำไม่ได้กำหนดไว้ และยอดคงเหลือขั้นต่ำที่ 100 หน่วย โดยเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+3)



สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถซื้อขายง่ายๆ ผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์อย่าง บลจ.วรรณ Customer Service และ ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน one live และโมบายแอพพลิเคชั่น ONEAM


ในช่วงที่ “ตลาดหุ้นไทย” ยังผันผวนไม่ไปไหนไกล คาดหวังจากการเติบโตของราคาได้ยาก “Low Growth” กลุ่ม “กองทุนหุ้นปันผลสูง” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เป็นกลยุทธ์ "เชิงรับและคุณค่า" (Defensive & Value Play) ที่ยังมีผลตอบแทนในรูป “ปันผล” จ่ายออกมาให้ระหว่างทางที่ลงทุน เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’