ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการลงทุน…ด้วย 2 กลยุทธ์ที่ลงตัว “SAA+TAA” !!!
การลงทุนกองทุนในปัจจุบันได้มีผลิตภัณฑ์การลงทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ออกมาอย่างหลากหลายเพื่อตอบโจทย์สไตล์การลงทุนของตัวบุคคลที่รับ ‘ความเสี่ยง’ และ ‘ผลตอบแทน’ ที่นักลงทุนคาดหวังไม่เท่ากัน
ในวันนี้เองก็ได้มีอีกหนึ่งบลจ. ได้ออกกองทุนรวมที่ถือว่ามีความน่าสนใจพอสมควรด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่ผสานจุดเด่นของ ‘Strategic Asset Allocation’ และ ‘Tactical Asset Allocation’ เข้าด้วยกัน
ซึ่งบลจ.ที่พูดนี้ก็คือ ‘บลจ.บางกอกแคปปิตอล (BCAP)’ โดยได้ “ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร” รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน เป็นผู้ให้ข้อมูลมาแชร์แก่นักลงทุนที่สนใจ
ผสาน “SAA” และ “TAA” สร้างสมดุลผลตอบแทนตอบโจทย์การลงทุน
โดยบลจ.ได้ออก “กองทุน BCAP Solution Based” ซึ่งเป็นกองทุนที่ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการลงทุน ด้วยการที่ ‘กองทุน BCAP Solution Based’ ครอบคลุมหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก ประกอบด้วย ตราสารทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ มากกว่า 40 ประเทศ และมากกว่า 2,000 บริษัท, พันธบัตรรัฐบาล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กว่า 80 ประเทศ, หุ้นกู้บริษัทเอกชน ในประเทศและต่างประเทศ มากกว่า 1,500 บริษัท และ REITs ทั่วโลก มากกว่า 300 กอง
“ขณะที่กลยุทธ์พอร์ตการลงทุนยังได้รวม Strategic Asset Allocation (SAA) และ Tactical Asset Allocation (TAA) เข้าด้วยกันโดย SAA เป็นการกำหนดสัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนในระยะยาว (มากกว่า 1 ปี) และจัดสรรเงินลงทุนให้ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ทั่วโลก ส่วน TAA เป็นการปรับสัดส่วนการลงทุนตามสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา เพื่อรักษาระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยจัดสรรสินทรัพย์ระยะสั้น (ประมาณ 3 – 6 เดือนข้างหน้า)”
นอกจากนี้ ‘กองทุน BCAP Solution-Based’ ยังได้ใช้หลัก ‘Risk Balance’ ในการจัดพอร์ตการลงทุนโดยจะจัดสรรน้ำหนักแต่ละสินทรัพย์ตามความเสี่ยงของสินทรัพย์ มีเป้าหมายในการกระจายความเสี่ยงไปแต่ละสินทรัพย์ให้มากที่สุด
สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับการจัดสรรน้ำหนักในการลงทุนน้อยกว่าสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมีการกระจายความเสี่ยงที่ดีในแต่ละสินทรัพย์มีเสถียรภาพ เนื่องจากในระยะยาวน้ำหนักการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์มีความคงที่ จึงเกิดการซื้อขายสินทรัพย์น้อย ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการการลงทุน
เติมเต็มโปรดักต์ประหยัดภาษีด้วย… ‘BCAP-GW SSF’ & ‘BCAP Target Date RMF’
พร้อมกันนี้ปีนี้ยังถือเป็นปีแรก ที่ทางบลจ.ได้ออกกองทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ไม่ว่าจะเป็น ‘กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)’ และ ‘กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)’ ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี
โดยกองทุนแรก ‘BCAP Global Wealth (SSF)’ ซึ่งมีการลงทุนในลักษณะเดียวกันกับ ‘BCAP Global Wealth’ (กองทุนปกติที่ไม่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี) สำหรับจุดเด่นของกองดังกล่าวนั้น นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้ ประกอบด้วย 5 กองทุน ได้แก่ BCAP GW10, BCAP GW25, BCAP GW50, BCAP GW75 และ BCAP GW 90 แบ่งตามสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยง
ขณะเดียวกันมี ‘กองทุน BCAP Global Target Date (RMF)’ ซึ่งสามารถกำหนดการลงทุนได้ตามปีที่จะเกษียณ เพื่อจัดพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับแผนการเกษียณประกอบด้วย 3 กองทุน ได้แก่ BCAP2050, BCAP2040, BCAP2030
“กองทุน BCAP Solution-Based ถือเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์กองทุนรวมที่ดูจะเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการจะลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์เพื่อปิดความเสี่ยงไม่ให้เป็นการลงทุนที่กระจุกตัวเกินไป ขณะเดียวกันนักลงทุนที่ต้องการจะได้รับสิทธิ์พิเศษทางภาษีต่างๆ เอง ทาง ‘บลจ.บางกอกแคปปิตอล’ ก็ได้มีรองรับความต้องการไว้แล้ว”
