จัดพอร์ตรับเมษา...เน้น “ลดความเสี่ยง-มองหาโอกาสลงทุน”... ชู “หุ้นเทคฯ - หุ้นเอเชีย” เด่นสุดหาก “สงคราม” คลี่คลาย !!!

Fun of Funds: รู้หรือไม่?...ท่ามกลางความตึงเครียดของ “สงคราม” ในตะวันออกกลางนั้น “หุ้นตลาดเกิดใหม่” ปีนี้ +14.32% และ “หุ้นสหรัฐ” (Nasdaq) +5.31% “ไม่ได้ติดลบ” แต่ประการใด (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 26)


ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน การ “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “ราคาน้ำมันดิบโลก” ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง


อย่างไรก็ตาม “ตลาดหุ้นโลก” กลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย หลังคู่กรณีทั้ง “สหรัฐ-อิสราเอล” และ “อิหร่าน” ตกลงหยุดยิงชั่วคราว ส่งผลให้ความกังวลด้านอุปทานพลังงานของตลาดโลกผ่อนคลายลงทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา


แต่ “ความไม่แน่นอน” ยังคงมีอยู่ หลัง “สหรัฐ” ยิงใส่เรือของ “อิหร่าน” อาจกระทบการเจรจาหยุดยิงรอบ 2 ที่กำลังจะมีขึ้นได้เช่นกัน


“เมษา” สงครามร้อนเช่นนี้ กลยุทธ์ในการจัดพอร์ตลดความเสี่ยง-พร้อมกับมองหาโอกาสลงทุนที่น่าสนใจจึงสำคัญ


มีธีมไหนเด่น ธีมไหนปังน่าสนใจบ้างนั้น ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมๆ กันได้เลย



แนะเพิ่ม “สินทรัพย์เสี่ยงต่ำ
-ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเทคฯ”

โดย “ยิ่งยง เจียรวุฑฒิ” รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บลจ.อีสท์สปริง บอกว่า ตลาดหุ้นโลกในเดือนมี.ค. 26 เคลื่อนไหวในทิศทางผันผวนจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังคงมีแรงซื้อพยุงตลาดในหลายภูมิภาค ปัจจัยสำคัญที่กระทบการลงทุนคือความตึงเครียดทางทหารในตะวันออกกลางและการประกาศนโยบายเศรษฐกิจใหม่ของจีน พัฒนาการล่าสุดในช่วงต้นเดือนเม.ย. “สหรัฐ” และ “อิหร่าน” ตอบรับข้อเสนอของตัวกลางเจรจาอย่างปากีสถาน โดยต่างตกลงที่จะหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อเปิดการเจรจายุติสงครามอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่เหตุการณ์รุนแรงเริ่มต้นขึ้น อย่างไรก็ดียังคงมีความเสี่ยงที่การเจรจาจะไม่สามารถยุติสงคราม หรืออาจจบลงด้วยข้อตกลงที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อชาติที่ใช้เส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ


(ยิ่งยง เจียรวุฑฒิ)


“สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนในเดือนเม.ย. บริษัทยังคงแนะนำนักลงทุนจัดพอร์ต เพิ่มสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำอย่างตราสารหนี้และสินทรัพย์กลุ่ม Defensive เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนลงท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีความเสี่ยงจะยืดเยื้อ ในทางกลับกันเชื่อว่าสหรัฐจะพยายามปิดจบสงครามให้เร็วที่สุดเพื่อลดผลกระทบต่อการเลือกตั้ง Mid-Term ในช่วงปลายปี จึงเป็นโอกาสดีที่จะ ทยอยสะสมกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างจำกัด โดยเริ่มเห็นนักลงทุน Rotation ออกจากภูมิภาคอื่นๆ กลับเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐ จากแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้นตามเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย ร่วมกับผลกระทบจากสงครามที่จำกัดเนื่องจากสหรัฐเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมัน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกเทขายในช่วงต้นปีก่อนสงครามเริ่มต้นขึ้น”


ชูกลยุทธ์ “
Asset Allocation” ฝ่าตลาดผันผวน…“หุ้นตลาดเกิดใหม่” น่าสนใจหากสงครามคลี่คลาย

ทางด้าน วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย แนะนำว่า กลยุทธ์ “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) ช่วยให้พอร์ตมีเสถียรภาพช่วยลดความผันผวนและไม่แกว่งตัวตามสภาวะตลาดโลกในลักษณะที่รุนแรง ผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญต่อ “การลงทุนอย่างต่อเนื่อง” (Stay Invested) เนื่องจากการคาดการณ์จังหวะตลาดในระยะสั้นทำได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ล่าสุด ตลาดหุ้นโลก” กลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย จากการที่ “สหรัฐ- อิสราเอล” และ “อิหร่าน” ตกลง “หยุดยิงชั่วคราว โดยราคา “น้ำมันดิบ” (Brent) ปรับลดลงจากระดับสูงสุดก่อนหน้า เคลื่อนไหวต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ “ตลาดหุ้นโลก” และ “ตลาดหุ้นเอเชีย” ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนการลดลงของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์



“เมื่อความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งผ่อนคลายลง ตลาดหุ้นประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets) มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่า ตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว’ (Developed Market) เนื่องจากได้รับประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ยังคงแข็งแกร่ง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรต่อหุ้นในปี26 จะเติบโตประมาณ 34% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มี.ค. 26)”


สำหรับ “ตลาดหุ้นไทย” ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงช่วยลดต้นทุนภาคธุรกิจและภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค เอื้อต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และเพิ่มโอกาสในการเห็นเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย โดยกลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์ ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว สายการบิน ขนส่ง และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและเศรษฐกิจภายในประเทศ


กลยุทธ์การจัดพอร์ตในเดือน “เมษา” ที่สงครามร้อนและยังมีความไม่แน่นอนสูง ควรเน้นทั้ง “การลดความเสี่ยง” ไปกับธีม “Defensive” และ “Asset Allocation” พร้อมกับมองหาโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจที่พร้อมจะฟื้นกลับขึ้นมาอย่างโดดเด่นหาก “สงครามคลี่คลาย” ทั้ง “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” และ “หุ้นตลาดเกิดใหม่เอเชีย”

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us