“บลน.” ปี25 แข่งเดือด มีเพียง 43% "กำไรเพิ่มขึ้น"... “ยูเนี่ยน เว็ลธ์” แชมป์กำไรโตสุด +375% “เวลท์ รีพับบลิค” ขาดทุนหนักสุด -1,565.52% “ฟินโนมีนา” แชมป์กำไรมากสุด 72.74 ล้านบาท !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ปี2025 “บลน./บล.” 14 แห่ง ที่ “ขายกองทุน” ทำกำไรได้ 27.72 ล้านบาท ลดลง -50.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีบลน.เพียง 6 แห่ง คิดเป็น 43% เท่านั้น ที่มี “กำไรเพิ่มขึ้น” ส่วนที่เหลือยัง “ขาดทุน”
“ธุรกิจขายกองทุน” มีแนวโน้มเติบโตตามธุรกิจกองทุนรวม แต่ก็เป็นธุรกิจที่ “ไม่ง่าย” รายได้ค่าธรรมเนียมที่บลจ.แบ่งให้นั้นไม่ได้มากมายอะไร ไม่เหมือน “ขายประกัน” แต่ถ้าปั้นสินทรัพย์สุทธิภายใต้การแนะนำ (AUA) ไปได้ถึงระดับหนึ่งซึ่งมากพอ
ก็สามารถจะเติบโตต่อไปได้อย่างสบายเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันมี “ผู้นำ” อยู่ไม่มากในธุรกิจนี้ที่เป็นเจ้าตลาดอยู่ในปัจจุบัน เฉพาะที่ผลประกอบการมี “กำไร” ก็มีเพียง 6 แห่ง จาก 14 แห่งเท่านั้น
ผลงานของ “บลน./บล.” (ที่ขายกองทุน) ทั้ง 14 แห่งในปี25 เป็นไงบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

ส่อง 6 "บลน." ปี25 ขายกองทุน "สุดปัง” กำไรโตเฉลี่ย +150.35%...“ยูเนี่ยน เว็ลธ์” แชมป์กำไรโตสุด +375%
จากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ส่องผลงานเหล่า “บลน.” และ “บล.” (ที่ขายกองทุน) ชั้นนำในอุตสาหกรรมทั้ง 14 แห่ง ในปี25 พบว่า ทำกำไรเบ็ดเสร็จรวมได้ 27.72 ล้านบาท ลดลง -50.79% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีบลน.เพียง 6 แห่ง คิดเป็น 43% เท่านั้น ที่มี “กำไรเพิ่มขึ้น” ส่วนที่เหลือยัง “ขาดทุน”
สำหรับ 6 “บลน./บล.” ที่มี “กำไรเติบโต” สูงสุดในปี25 ทำกำไรเบ็ดเสร็จรวมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย +150.35% นำมาโดย
1) “ยูเนี่ยน เว็ลธ์” พลิกกลับมามีกำไร 1.21 ล้านบาท +375.00%
2) “อมุนดิ” พลิกกลับมามีกำไร 10.17 ล้านบาท +204.31%
3) “เทรเชอริสต์” พลิกลับมามีกำไร 0.12 ล้านบาท +142.86%

4) “ฟินโนมีนา” กำไร 72.74 ล้านบาท +66.34%
5) “บล.บลูเบลล์” กำไร 41.02 ล้านบาท +60.30%
6) “บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น” กำไร 28.61 ล้านบาท +53.32%
ส่อง 6 "บลน." ปี25 ขายกองทุน "สุดแป้ก" ขาดทุนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย -460.53%...“เวลท์ รีพับบลิค” ดิ่งหนักสุด -1,565.52%
ส่วน 6 “บลน./บล.” ที่ “ขาดทุน” สูงสุดในปี25 มีผลขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย -460.35% ประกอบด้วย
1) “เวลท์ รีพับบลิค” ขาดทุน 4.83 ล้านบาท -1,565.52%
2) “บล.เวลท์เอกซ์” ขาดทุน 9.24 ล้านบาท -717.70%
3) “บล.อพอลโล่ เวลธ์” ขาดทุน 60.76 ล้านบาท -165.91%

4) “เวลธ์ คอนเซปท์” ขาดทุน 8.46 ล้านบาท -148.82%
5) “โรโบเวลธ์” พลิกขาดทุน 5.73 ล้านบาท -116.05%
6) “เวลธ์ เซอร์ติฟายด์” ขาดทุน 8.52 ล้านบาท -49.21%
“สำหรับ ‘บล. (ที่ขายกองทุน)’ ด้วยนั้นจะมีธุรกิจอื่นๆ ในมือด้วย ซึ่งโมเดลธุรกิจของแต่ละแห่งในรายละเอียดอาจจะแตกต่างกันไป เช่น กองทุนส่วนบุคคล ธุรกิจอื่นๆ แต่หลักๆ จะเป็น “การขายหุ้นกู้” (ใบอนุญาตประเภท ข.) กับ “ขายกองทุน” (ใบอนุญาตประเภท ง) เป็นสำคัญ”
เมื่อ “ธุรกิจกองทุนรวม” มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง “ธุรกิจขายกองทุน” ก็เติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะมีกองทุนจากหลากหลายบลจ.ให้เลือกลงทุน สะดวก และค่าธรรมเนียมก็ไม่ต่างจากซื้อกองทุนจากบลจ.โดยตรง แต่ก็เป็นธุรกิจที่ “แข่งขันดุเดือด” สะท้อนผ่านผลประกอบการของเหล่า “บลน./บล.” ที่ขายกองทุนได้เป็นอย่างดี
