เสริมกลยุทธ์การลงทุน ‘หุ้นจีน’ ด้วย ‘Machine Learning’ …ไปกับ “กอง SCBMLCA” !!!
“จีน” ใหญ่เกินกว่าที่โลกจะเมินเฉย ทั้งในแง่ของ ‘เศรษฐกิจ’ และ ‘การลงทุน’ จึงไม่น่าแปลกใจว่า...นี่จะเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของนักลงทุนทั่วโลกเสมอมา
วันนี้ โลกคงไม่สงสัยถึงโอกาสในการก้าวขึ้นไปเป็น ‘เบอร์ 1’ ของโลกของจีนอีกต่อไป เพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง
ทาง “บลจ.ไทยพาณิชย์” ก็ไม่พลาดที่จะชวนนักลงทุนติดปีกไปลงทุนใน ‘หุ้นจีน’ หนึ่งในพิกัดการลงทุนที่โลกไม่สามารถละเลยได้เลย
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย
“หุ้นจีน” พลิกฟื้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง...หลังเจอวิกฤติรอบด้าน
โดย “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นจีนว่าฟื้นตัวและสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เต็มที่อย่างรวดเร็วหลังจากเผชิญกับวิกฤติรอบด้านในช่วงที่ผ่านมา ในช่วงที่ผ่านมาจีนได้ประสบกับปัญหาต่างๆ ทั้งสงครามการค้าและ COVID-19 แต่ก็เป็นประเทศแรกที่ฟื้นตัวจาก COVID-19 ด้วยเช่นกัน ประกอบกับปัจจัยอื่นที่ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศจีนมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เช่น ผลการเลือกตั้งสหรัฐที่มีแนวโน้มเป็นบวกต่อตลาดหุ้นจีน การพัฒนาสู่การเป็นผู้ผลิตนวัตกรรมของโลก หรือเรื่องหยวนดิจิทัล ที่เป็นจุดเปลี่ยนทางการเงินระดับโลกซึ่งตอบโจทย์ธุรกรรมออนไลน์ที่มากที่สุดของจีน
(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)
“จากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้จีนเป็นประเทศที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เติบโตอย่างเต็มที่ เราจึงเชื่อว่า ณ ขณะนี้ตลาดหุ้นจีนเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุนอีกประเทศหนึ่ง”
“กอง SCBMLCA” พาลุยหุ้นจีนใน 3 ตลาดสำคัญ
ล่าสุดบริษัทได้เปิดเสนอขาย “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Machine Learning China All Share (SCBMLCA)” มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการกระจายการลงทุนในจีน โดยขายครั้งแรกวันนี้ – 22 ธ.ค. 20 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท
สำหรับกองทุนนี้มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นที่ออกโดยบริษัทสัญชาติจีน ส่งผลให้กองทุนมีการลงทุนสุทธิ (net exposure) ในตราสารทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเบื้องต้นจะลงทุนใน 3 ตลาดสำคัญของประเทศจีน ได้แก่
1) ตลาด A-share ตลาดหุ้นจีนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้น ‘เซี่ยงไฮ้’ และ ‘เซินเจิ้น’ เน้นลงทุนในธุรกิจการบริโภคอุปโภคภายในประเทศ
2) ตลาด H-share ตลาดหุ้นจีนที่จดทะเบียนใน ‘ฮ่องกง’ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนสถาบันและลงทุนระยะยาว เช่น Alibaba, Meituan และ Tencent เป็นต้น
3) ตลาด ADR คือบริษัทที่ประกอบธุรกิจในจีน แต่จดทะเบียนซื้อขายใน ‘สหรัฐ’ โดยกองทุนจะลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์และหยวน และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน
ใช้ “Machine Learning” ช่วยในการลงทุน
นอกจากนี้ กองทุนยังใช้เทคนิคทาง ‘Machine Learning’ มาประกอบการคัดเลือกหลักทรัพย์ในการลงทุนผ่านระบบที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทจัดการ ทั้งยังสามารถสร้างศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในหลากหลายแง่มุม และสามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงรองรับสถานการณ์รูปแบบต่าง ๆ และสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และมีขั้นตอนที่ชัดเจนนำไปสู่กระบวนการการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ สามารถลดข้อผิดพลาดและอคติของมนุษย์ อีกทั้งมีศักยภาพขยายกรอบการลงทุนให้กว้างขึ้นได้ทั่วโลกในอนาคต
“ทั้งนี้ กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนแบบ ‘Factor Investing’ โดยใช้ ‘Machine Learning’ ในการเลือกปัจจัยที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนให้เหนือตลาด ด้วยการคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัวจากการวิเคราะห์เชิงปริมาณ พร้อมทั้งพิจารณาและรวบรวมข้อมูลมากกว่า 200 ปัจจัยย่อย โดยให้คะแนนตามลักษณะของหลักทรัพย์รายตัวในแต่ละปัจจัย และพิจารณาปัจจัยการลงทุนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือตลาดด้วยการวิเคราะห์สภาพตลาด ปัจจัยพื้นฐาน และปัจจัยด้านเทคนิค เพื่อคาดการณ์ตลาดในอนาคต โดยทำการคัดเลือกและจัดสรรน้ำหนักหลักทรัพย์รายตัวตามคะแนนในแต่ละปัจจัยการลงทุน พร้อมทั้งทำ ‘optimization’ เพื่อจัดสรรน้ำหนักการลงทุนให้ได้พอร์ตการลงทุนที่มีความสมดุลระหว่างผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงข้อจำกัดในการลงทุน”
ใครที่มองหาโอกาสลงทุนใน “ตลาดหุ้นจีน” อยู่เพราะมั่นใจในภาพการเติบโตในระยะยาวทางเศรษฐกิจ เชื่อว่า ‘กองทุน SCBMLCA’ ซึ่งเสริมกลยุทธ์การลงทุนด้วย ‘Machine Learning’ ที่มีศักยภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลเหนือกว่าขีดความสามารถของมนุษย์ จะช่วยให้การลงทุนในกองทุนนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จะเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนได้ไม่มากก็น้อย
