“พฤษภา-ปีมะเมีย” ลงทุน 2 ธีมเด่น… “Asia Tech” & “Rare Earth” ดาวเด่นที่มาแรงรับเทรนด์ใหญ่ “โลกยุคดิจิทัล” !!!
ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?....ธีม “เทคฯ เอเชีย” (Asia Tech) และ “แร่หายาก” (Rare Earth) ถือเป็น 2 ธีมการลงทุนที่น่าสนใจสูงมากเนื่องจากเป็น "หัวใจ" ของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี (AI) และพลังงานสะอาด (EV/Renewables) ที่พร้อมจะเติบโตไปกับ “โลกยุคดิจิทัล” นั่นเอง
ที่สำคัญ “Asia Tech” ไม่ได้เป็นแค่โรงงานผลิต แต่เป็นศูนย์กลาง “AI Ecosystem” ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ที่มีความสำคัญต่อโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน และปัจจุบันราคายัง “ถูกกว่า” หุ้นเทคฯ สหรัฐอีกด้วย
ส่วน “Rare Earth” ถือเป็นขุมทรัพย์ที่หายาก ถือเป็นกระดูกสันหลังของเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตในประจำวันของเราแทบทั้งสิ้น เช่น มือถือ, รถไฟฟ้า เป็นต้น จนดีมานด์พุ่งแซงหน้าซัพพลายในอัตราเร่งส่งผลบวกต่อราคาหุ้นกลุ่มนี้ในระยะยาวอย่างปฏิเสธไม่ได้
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” พฤษภา-ปีมะเมีย กับ 2 ธีมเด่น “เทคฯ เอเชีย" & "Rare Earth” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
“K-ATECH” ลงทุน "หุ้นเทคฯ เอเชีย" โอกาสลงทุนที่เหนือกว่า
เริ่มกันที่กองทุนแรก “K-ATECH: กองทุนเปิดเค เอเชีย เทคโนโลยี หุ้นทุน” ของบลจ.กสิกรไทย ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นเทคฯ เอเชีย" ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี สื่อ และการสื่อสาร ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น ผ่านกองทุนหลัก ‘JPMorgan Pacifi c Technology - Class C (acc) – USD’ ที่บริหารจัดการโดย JPMorgan Funds (Asia) Limited

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 59.30%
-
Industrials 13.30%
-
Communication Services 13.00%
-
Consumer Discretionary 8.90%
-
Materials 3.20%
ทั้งนี้ 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
-
CHINA 33.80%
-
JAPAN 26.60%
-
TAIWAN, PROVINCE OF CHINA 19.00%
-
KOREA, REPUBLIC OF 10.50%
-
SINGAPORE 4.10%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Taiwan Semiconductor Manufacturing 5.97%, 2) Delta Electronics 3.76%, 3) SK hynix 3.42%, 4) Singapore Telecommunications 3.12% และ 5) Contemporary Amperex Technology 3.07% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘K-ATECH’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -55.37%
“ONE-RAREEARTH” คว้าโอกาสลงทุน "หุ้น Rare Earth" ขุมทรัพย์แห่งความมั่งคั่ง
สำหรับกองทุนถัดมาเป็น “ONE-RAREEARTH: กองทุนเปิด วรรณ แรร์เอิร์ธ” ของบลจ.วรรณ ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น Rare Earth” ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิต (Producing) การกลั่น (Refining) การรีไซเคิล (Recycling) ของ “แร่หายาก” (Rare Earth) และ/หรือ โลหะเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Metals) ทั่วโลก ไม่น้อยกว่า 50% (รวมหุ้นจีน A-shares) เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี “MVIS Global Rare Earth/Strategic Metals” ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิง
ผ่านกองทุนหลัก ‘VanEck Rare Earth and Strategic Metals ETF’ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ที่บริหารจัดการโดย VanEck

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 เม.ย. 26) มีการลงทุนในกลุ่ม Materials 99.83% และลงทุนใน 5 ประเทศมากสุด ประกอบด้วย
-
China 27.72%
-
Australia 24.70%
-
United States 20.87%
-
Canada 11.36%
-
Chile 5.46%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) ALBEMARLE CORP 8.63%, 2) PILBARA MINERALS LTD 7.60%, 3) LYNAS RARE EARTHS LTD 7.10%, 4) CHINA NORTHERN RARE EARTH GROUP HIGH-TE 6.61% และ 5) LIONTOWN RESOURCES LTD 6.22% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ONE-RAREEARTH’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ –23.46%
“B-ASIATECH” ลุย "หุ้นเทคฯ เอเชีย" ดาวเด่นแห่งการเติบโต
มาต่อกันด้วย “B-ASIATECH: กองทุนเปิดบัวหลวงเอเชียเทคโนโลยี” ของบลจ.บัวหลวง ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นเทคฯ เอเชีย" ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านเทคโนโลยีและบริษัทเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่จดทะเบียนหรือที่ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย และส่งเสริมการลงทุนด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยมีการนำปัจจัยด้านสังคมที่ เกี่ยวกับการใช้แรงงานเป็นหลัก เข้ามาพิจารณาใช้ในกระบวนการลงทุน ผ่านกองทุนหลัก ‘Wellington Asia Technology Fund, USD S Accumulating Unhedged’ โดย Wellington Luxembourg S.à r.l. (บริษัทจัดการกองทุนหลัก) ได้มอบหมายให้ Wellington Management Company LLP เป็นผู้จัดการกองทุน

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Semiconductors & Semiconductor Eqpt 38.7%
-
Technology Hardware & Equipment 19.3%
-
Media & Entertainment 14.5%
-
Consumer Discretionary Dst & Retail 9.1%
-
Capital Goods 4.5%
ทั้งนี้ 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่
-
ญี่ปุ่น 33.0%
-
ไต้หวัน 24.1%
-
จีน 20.1%
-
เกาหลีใต้ 15.0%
-
เนเธอร์แลนด์ 3.2%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Taiwan Semi 9.8%, 2) Tencent Holdings Ltd 7.7%, 3) Samsung Electronics 6.8%, 4) SK hynix Inc 6.7% และ 5) Alibaba Group Holdin 5.9% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘B-ASIATECH’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -22.07%
“TRAREEARTH” ลงทุน "หุ้น Rare Earth" ร่วมเติบโตไปกับโลกยุคดิจิทัล
ปิดท้ายกันด้วย “TRAREEARTH: กองทุนเปิด ทิสโก้ Rare Earth & Strategic Metals” ของบลจ.ทิสโก้ ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น Rare Earth” ของบริษัทที่ดําเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตการขุดเหมืองแร่ การถลุงและรีไซเคิลแร่หายาก (Rare Earth) และ/หรือ แร่โลหะที่มีความจําเป็นต่อกระบวนการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Strategic Metals) ผ่านกองทุน/ETF ที่มีนโยบายลงทุนดังกล่าวตั้งแต่ 2 กองขึ้นไป ในสัดส่วนกองทุนละไม่เกิน 79% ของ NAV

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 มี.ค. 26) มีการลงทุนใน 2 กองทุน ประกอบด้วย
-
VANECK RARE EARTH AND STRATEGIC METALS ETF 55.10%
-
GLOBAL X LITHIUM & BATTERY TECH ETF 43.58%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘TRAREEARTH’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -68.26%
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนที่มีโอกาสเติบโตสูง ตามการเติบโตของเทรนด์ “โลกยุคดิจิทัล” ที่เป็นขุมพลังในการขับเคลื่อนโลก เชื่อว่าทั้ง 2 ธีม “เทคฯ เอเชีย-Rare Earth” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนโลกยุคใหม่นั่นเอง
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
