“สภาพคล่องท่วมโลก-ดอกเบี้ยต่ำ”...ปัจจัยหนุน ‘หุ้น’ ยังน่าสนใจสุดปีหน้า !!!

ปีหน้าฟ้าใหม่ ‘ปีฉลู-2021’ นั้น ทิศทางเศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวจากปีนี้อย่างชัดเจน มากบ้าง น้อยบ้างแตกต่างกันไป แต่โดยภาพรวมแล้วทาง องค์กรเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)” คาดว่าเศรษฐกิจโลกปีหน้าจะโต 4.2% หลังจากที่ในปีนี้หดตัว 4.2%

ปัจจัยเอื้อต่อการลงทุนในหุ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพคล่องที่ยังท่วมโลก ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เงินเฟ้อต่ำ วัคซีน COVID-19 ออกมาแล้ว เหล่านี้จะทำให้ “หุ้น” ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นต่อเนื่องไปในปีหน้า

อย่างไรก็ตาม คงไม่ได้วิ่งกระจายร้อนแรงเหมือนในปีนี้แต่ประการใด ‘COVID-Premium’ ที่ผลักดันหุ้นในปีนี้ก็น่าจะหายไปในปีหน้า กลับสู่ภาวะปกติของหุ้นโดยทั่วไปอีกครั้ง

วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

“หุ้นตลาดเกิดใหม่” โดดเด่นสุดปีหน้า... ‘ธีม ESG’ ยังเป็นธีมหลักระยะยาว

โดย “กุลฉัตร จันทวิมล” รองกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า การลงทุนในปีหน้า “หุ้น” ยังมีความน่าสนใจมากกว่า “ตราสารหนี้” ในภาวะดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวในระดับต่ำจะเป็นปัจจัยหนุนให้มีการโยกเงินลงทุนกลับสู่สินทรัพย์เสี่ยงเช่นหุ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสภาพคล่องยังคงท่วมโลกอยู่ โดยเฉพาะ ‘หุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market)’ ในเอเชียและจีน ที่ยังเป็นเป้าหมายการลงทุนจากนักลงทุนทั่วโลก เนื่องจาก ‘ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed)’ โดยเฉพาะสหรัฐปรับขึ้นมามากแล้วในปีนี้ ดังนั้นในแง่ของมูลค่าเองหุ้นเอเชียก็ยังน่าสนใจกว่า ประกอบกับ ‘ค่าเงินดอลลาร์’ มีแนวโน้มอ่อนค่าทำให้สกุลเงินในเอเชียมีโอกาสแข็งค่าขึ้นเป็นโอกาสในการลงทุนอีกต่อหนึ่ง

กุลฉัตร จันทวิมล

“อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นของหุ้นในปีหน้า คงไม่มากเท่าในปีนี้ คงต้องเลือกกลุ่มประเทศ กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังได้ประโยชน์ เรายังชอบ ‘หุ้นสุขภาพ (Healthcare)’ และ ‘หุ้นที่มีนวัตกรรม (Innovation)’ ทั่วโลกและในจีน ส่วนในหุ้นธีม Laggard อาจจะต้องรอจังหวะเพื่อลงทุน เช่น หุ้นยุโรป หรือหุ้นญี่ปุ่น อีกธีมที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในระยะยาวก็คือ ‘หุ้น ESG’ ซึ่งบริษัทเองกำลังศึกษาเพื่อออกกองทุนในลักษะนี้เพิ่มเติมอีกด้วยเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำการลงทุนแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงเรื่อง ESG ของบริษัทอีกด้วย”

ในส่วนของ “ตราสารหนี้” เรายังชอบตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่มากกว่าเช่นเดียวกัน โดยชอบ ‘หุ้นกู้เอกชน’ มากกว่า ‘พันธบัตรรัฐบาล’

“กลุ่มยูโอบี” ให้น้ำหนักหุ้นไทยเท่าตลาด...มองเป้าดัชนีปีหน้าไว้ 1,500 จุด

ในส่วนของ “หุ้นไทย” นั้น ทางกลุ่มยูโอบีเองให้น้ำหนักการลงทุน ‘เท่ากับตลาด (Neutral)’ โดยมองเป้าหมายดัชนีปีหน้าไว้ประมาณ 1,500 จุด โดยมองว่าภาคท่องเที่ยวของไทยน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและน่าจะแย่สุดในไตรมาสที่3/20 ก่อนจะดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่4/20 นี้ มีปัจจัยบวกที่สำคัญจากการพัฒนาวัคซีน COVID-19 และการควบคุมการระบาดได้ดี ไม่มีเวฟ 2 แต่ถ้าคุมไม่ได้จะส่งผลกระทบมากและทำให้ภาพตลาดหุ้นเปลี่ยนไปได้เช่นกันเพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่าผลกระทบจาก COVID-19 รอบแรกก็ยังไม่หายไปเลย

“สำหรับหุ้นไทยเองปีนี้ยังมองไว้ระดับเดิมที่ 1,350 จุด แต่ดัชนีในเดือนพ.ย.ปีนี้บวกมาแล้วกว่า 20% เดือนธ.ค.นี้จึงมีโอกาสน้อยที่จะปรับขึ้นถึง 20% อีก ดังนั้นนักลงทุนที่รอจังหวะเข้าลงทุนในกลุ่ม ‘กองทุนประหยัดภาษี’ ที่ลงทุนในหุ้นไทยก็สามารถตัดสินใจเข้าลงทุนได้เลยในช่วงที่เหลือของปีนี้ เพื่อหวังผลในระยะยาวเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามจากมุมมองของบริษัทที่ชอบหุ้นต่างประเทศมากกว่าก็ยังแนะนำให้มองหาโอกาสลงทุนในกอง RMF และกอง SSF ที่ลงทุนในต่างประเทศในสัดส่วนที่มากกว่าไทย”

สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสทบทวนพอร์ตการลงทุนประจำปีของตัวเองเพื่อจัดสรรน้ำหนัการลงทุนใหม่ (Asset Allocation) ในปีหน้า หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อยู่บ้างไม่มากก็น้อย

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us