รู้หรือไม่...ยอดซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซทั่วโลกอยู่ที่ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์-ยังโตได้อีกมาก !!!
หลังนักลงทุนคลายกังวลเรื่อง ‘การขึ้นภาษี’ ของสหรัฐ เพราะ ‘พรรคเดโมแครต’ ไม่สามารถครองเสียงข้างมากสภาบนได้
หนุน “หุ้นเทคโนโลยี” ในกลุ่มเมกะเทรนด์ปรับพุ่งรับข่าวทันที โดยหุ้นในกลุ่ม ‘อีคอมเมิร์ซ’ ยังคงโดดเด่นน่าสนใจสุด
ถือเป็นอีกหนึ่ง ‘Mega Trend’ ที่ยังมีแนวโน้มโตได้ต่อเนื่อง
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน
“COVID-19” หนุนหุ้น ‘เทคโนโลยี’ เติบโตดี
โดย “ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์” หัวหน้าที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ บมจ.ธนาคารทิสโก้ มองว่า หลังจากที่ชัดเจนแล้วว่า ‘โจ ไบเดน’ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐและพรรคเดโมแครตได้ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) แต่ไม่สามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา (สภาบน) ได้ ทำให้นักลงทุนมองว่าการออกกฎหมายเกี่ยวกับการขึ้นภาษีนิติบุคคลอาจจะไม่ง่ายนัก เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวอาจจะไม่สามารถผ่านการพิจารณาจากวุฒิสภาที่ครองเสียงส่วนใหญ่โดยพรรครีพับลิกัน ส่งผลให้ราคาหุ้น ‘กลุ่มเทคโนโลยี’ ปรับตัวขึ้นรับข่าวทันที
(ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์)
“นอกจากนี้ ในระยะยาวยังมีปัจจัยบวกด้านอื่นๆ ที่ทำให้ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ได้แก่ ‘จุดแข็ง’ ด้านรายได้และกำไร ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในอัตราสูง แม้จะอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมี.ค. และการได้รับประโยชน์จากมาตรการ Lockdown เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของประเทศต่างๆ ด้วย เนื่องจากมาตรการดังกล่าวจะกระตุ้นให้ผู้บริโภคนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในวิถีชีวิตประจำวันมากกว่าสถานการณ์ในช่วงปกติ”
“ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-commerce)” เป็นหนึ่งใน ‘Mega Trend’
นับตั้งแต่การ Lockdown ในรอบแรก จนถึงไตรมาส 3 ของปีนี้ กลุ่มธุรกิจที่มีการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดเลย คือ กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะ ‘ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E-commerce)’ และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ ‘การใช้คลาวด์ (Cloud Service)’ เห็นได้จากยอดขายและผลกำไรของบริษัทที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน เมื่อประเมินไปในอนาคต คาดว่ากลุ่มธุรกิจเหล่านี้จะมีโอกาสเติบโตต่อไปได้อีก ดังนั้น ธุรกิจเหล่านี้จึงจัดอยู่ในกลุ่มหุ้น ‘เมกะเทรนด์’ แตกต่างจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่เห็นได้ชัดจากผลกระทบของการ Lockdown อย่างอุตสาหกรรมสายการบิน และ ท่องเที่ยว
“สำหรับผลประกอบการของบริษัทชั้นนำของหุ้นกลุ่มนี้ เช่น บริษัท ‘Amazon’ ที่มีธุรกิจทั้ง E-commerce และ Cloud Service มีรายได้ไตรมาส 3 อยู่ที่ 9.615 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 บริษัทยังได้คาดการณ์ว่า ยอดขายของ Amazon ในไตรมาส 4 จะอยู่ราว 1.12 - 1.21 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 28-38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน”
ขณะที่กองทุนที่ลงทุนในหุ้นอีคอมเมิร์ซอย่าง กองทุน ‘Amplify Online Retail ETF (iBUY:US)’ ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจอย่างมาก โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันกองทุนดังกล่าวมีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 96% เลยทีเดียว
“ตลาดอีคอมเมิร์ซ (E-commerce)” มีส่วนแบ่งไม่ถึง 20% ของยอดค้าปลีกทั้งหมด
“ทิสโก้เวลธ์” ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้นที่เป็นกลุ่มเมกะเทรนด์ เพราะประเมินว่าหุ้นกลุ่มนี้ยังคงได้ประโยชน์จากการแพร่ระบาด COVID-19 ที่แต่ละประเทศเริ่มกลับมา Lockdown อีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรปที่มีผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมี.ค. ทำให้การดำรงชีวิตยังคงต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น การสั่งซื้อสินค้าและอาหารผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากประเด็นนี้อย่างเห็นได้ชัด คือ ‘หุ้นกลุ่มอีคอมเมิร์ซ’ ในอนาคตก็ยังมีโอกาสเติบโตสูงตามจำนวนผู้ใช้งานที่ยังมีสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับยอดค้าปลีกทั่วไป
“แม้ว่าปัจจุบันมูลค่ายอดการซื้อสินค้าผ่านอีคอมเมิร์ซทั่วโลกจะอยู่ที่ประมาณ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผู้ใช้บริการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนกว่า 3,000 ล้านคน แต่หากเทียบกับยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของโลก ก็พบว่าการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซก็ยังมีส่วนแบ่งไม่ถึง 20% ของยอดค้าปลีกทั้งหมด แสดงว่าการเติบโตของกลุ่มนี้ยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก และจากการกระตุ้นของระบบ AI ที่จะชักชวนให้ผู้ใช้บริการกลับมาซื้อสินค้าอยู่เรื่อยๆ”
สำหรับนักลงทุนที่ชื่นชอบธีม ‘E-commerce’ หนึ่งใน Mega Trend หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เชื่อว่า ‘กองหุ้น E-commerce’ น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คุณได้เป็นอย่างดีไม่มากก็น้อย
