“กอง KF-HJAPAND”…โฟกัสหุ้นคุณภาพดี-บนมุมมองการเติบโตระยะยาวตาม ‘ศก.ญี่ปุ่น’ !!!

“หุ้นญี่ปุ่น” อีกหนึ่ง “ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market)” ที่อยู่ในเอเชียและเป็นตลาดที่น่าจับตาไม่น้อยไปกว่าสหรัฐ และยุโรปแต่ประการใด


ในวันที่ 4 ต.ค. นี้ ทาง “รัฐสภาญี่ปุ่น” จะมีการลงมติเลือก “นายกคนใหม่” ซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะเป็น “ฟูมิโอะ คิชิดะ” จะก้าวมาเป็นผู้นำคนต่อไปของญี่ปุ่นแทน “โยชิฮิเดะ ซูงะ” ซึ่งจะเป็นผู้นำคนที่ 3 ของประเทศ ตั้งแต่ช่วง COVID-19 เริ่มระบาด และยังเป็นการนำภายใต้พรรครัฐบาลเดิมอยู่นั่นเอง


เป็นการมาท่ามกลางความคาดหวังว่าจะนำพาเศรษฐกิจญี่ปุ่นฟันฝ่า ‘วิกฤติ COVID-19’ ในครั้งนี้กลับสู่ความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอถือโอกาสแนะนำ “กองทุนรวมหุ้นญี่ปุ่น” ที่น่าสนใจจาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด’ ที่ได้รับการจัดอันดับ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ



“กอง
KF-HJAPAND” โชว์ผลงานนับแต่ตั้งกองทุน 6 ปีกว่า 7.61% ต่อปี...ตามสไตล์ ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’

“ตลาดหุ้นเอเชีย” มักเป็นตลาดที่นักลงทุนจับตาดูและให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็มีเพียงอยู่ไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่นักลงทุนจะโฟกัสเป็นพิเศษจนถึงขั้นดึงดูดฟันด์โฟลว์จากนักลงทุนทั่วโลกได้


ซึ่งแน่ใจว่า “ตลาดหุ้นจีน” ก็คงเป็นตลาดที่ดึงดูดฟันด์โฟลว์จากนักลงทุนได้ดีที่สุด แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันตลาดดังกล่าวได้เกิดปัจจัยกดดันจากรัฐบาลจนทำให้นักลงทุนเริ่มเบนเข็มการลงทุนไปยังตลาดหุ้นอื่นๆ ทดแทน


ทำให้ตัวเลือกการลงทุนในกลุ่มตลาดหุ้นเอเชียที่มีความน่าสนใจเหลืออยู่ไม่มากนัก โดยเฉพาะ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ที่มีความน่าสนใจไม่ได้ด้อยไปตลาดหุ้นจีน เพราะนอกจากจะเป็นหนึ่งใน “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว”


ยังมีจุดเด่นในหลายด้านไม่ว่าจะเรื่องของ “การท่องเที่ยว” รวมถึงเรื่องการลงทุน เป็นตลาดที่มี “บริษัทชั้นนำระดับโลก” ให้เลือกลงทุนอยู่ไม่น้อยหน้าตลาดอื่นใดในโลกเช่นเดียวกัน พร้อมกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ นี่จึงเป็นอีกโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน





โดยกองทุนที่น่าสนใจดังกล่าวมีชื่อว่า “กองทุนเปิดกรุงศรีเจแปนเฮดจ์ปันผล” หรือ “KF-HJAPAND” ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 21 กันยายน 2564) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 1,444,402,271 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 11.04 บาทต่อหน่วย


สำหรับนโยบายการลงทุนแน่นอนว่าจะเป็นกองทุนที่ลงทุนใน “หุ้นญี่ปุ่น” แต่จะเป็นการลงทุนในรูปแบบหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund หรือ ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศชื่อ กองทุน  ‘JPMorgan Japan (Yen) Fund, Class (acc) – JPY’ เป็นกองทุนหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV บริหารจัดการโดยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์สูงยาวนานกว่า 50 ปี มีทีมนักวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรมประจำอยู่ในญี่ปุ่น


“เพื่อเป็นความคลายกังวลของนักลงทุนว่าการลงทุนในต่างประเทศจะเกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนจึงมีนโยบายในการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ไม่น้อยกว่า 90% ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ”


ในส่วนนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักนั้น จะคัดเลือกลงทุนหุ้นหรือหลักทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว และมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงหลักทรัพย์อื่นๆ ที่มีผลตอบแทนเกี่ยวเนื่องกับภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่น


โดย 5 อันดับอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 31 ส.ค.64) ประกอบไปด้วย

-กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า                                     20.2%

-กลุ่มธุรกิจการให้บริการ                                      19.6%

-กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร        14.5%

-กลุ่มธุรกิจเครื่องมือวัด                                        9.5%

-กลุ่มธุรกิจค้าปลีก                                              8.6%





“ด้านผลการดำเนินงานของ ‘กอง KF-HJAPAND’ ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 64) สามารถทำผลตอบแทนได้ 7.61% ต่อปี ซึ่งอาจจะน้อยว่าดัชนีชี้วัดเล็กน้อยที่เฉลี่ยอยู่ที่ 7.81% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินเฉลี่ยอยู่ที่ 20.72% ต่อปี ต่ำกว่าดัชนีชี้วัดเฉลี่ยอยู่ที่ 16.96% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -38.91%”


ซึ่งหากใครที่สนใจแต่ยังลังเลในผลการดำเนินงานนั้น กองทุนยังมีนโยบายปันผลเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน โดยจะจ่าย ‘ไม่เกินปีละ 12 ครั้ง’ ในอัตราไม่ต่ำกว่า 10% ของกำไรสุทธิหรือจ่ายจากกำไรสะสมในอัตราที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นสมควรซึ่งที่ผ่านมากองทุนได้จ่ายมาทั้งหมด 11 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 4.45 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจกับผู้ลงทุนที่ลงทุนไปได้เป็นอย่างดี


สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน ‘กอง KF-HJAPAND’ กองทุนได้มีเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำในครั้งแรกและครั้งถัดไปของกองทุนจะอยู่ที่ 2,000 บาท ในส่วนการขายคืนนั้นกองทุนมีกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนอยู่ 2,000 บาทเช่นกัน โดยมีระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 4 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ส่วนช่องทางการซื้อขายกองทุนสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหสชน) ทุกสาขา, บลจ.กรุงศรีและตัวแทนสนับสนุนการขายและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่น ๆ หรือช่องทางออนไลน์ผ่าน Online Service


“ในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนอาจจะมองข้าม ‘ตลาดหุ้นญี่ปุ่น’ ไปบ้างหลังจากถูกตลาดหุ้นอื่นถูกกลบด้วยความน่าสนใจที่มากกว่าและปัจจัยด้านอื่นๆ ที่มาลดทอนความน่าสนใจของตลาดหุ้นญี่ปุ่นลง แต่ผลงานในการจัดมหกรรม ‘กีฬาโอลิมปิก2020’ และการเปลี่ยนตัว ‘ผู้นำประเทศ’ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นและภารกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจฝ่าวิกฤติ COVID-19 ก็ทำให้โลกต้องหันมาจับตามอง ‘ญี่ปุ่น’ อีกครั้งและถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน”

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ 51 นาทีที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 23 ชั่วโมง
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us