“ASP-CSEMI” พลิกสู่ “โอกาสลงทุน” โตตามเทรนด์ “AI”... เมื่อ “ห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์จีน” ก้าวสู่รากฐานสำคัญแห่ง “โลกดิจิทัล” !!!

โดย: บลจ.แอสเซท พลัส


รู้หรือไม่
?...“สหรัฐ” เปิดสงครามชิป (Chip War) กับ “จีน”
ชัดเจนตั้งแต่ปี2019 ในยุค Trump 1.0” แล้ว เพื่อสกัดกั้นการเติบโตด้าน “เทคโนโลยีของจีน” นั่นเอง


แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับ “ตรงกันข้าม” กลายเป็นฝันร้ายไป เพราะมาตรการปิดกั้นของสหรัฐนั้น กลับเป็น “ตัวเร่ง” ให้จีนพัฒนาเทคโนโลยี Semiconductor” หรือ “ชิป” (Chip) อย่างก้าวกระโดดและรวดเร็ว จนล่าสุดได้สร้างเทคโนโลยี AI Server ของตัวเองขึ้นมาบนโมเดลที่แตกต่างกันออกไปจากสหรัฐ


ผ่านกลยุทธ์ “Cluster Scale” โดยใช้ “ชิป” จำนวนมากมาเชื่อมเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มพลังประมวลผลรวม ลดข้อจำกัดจากชิปขั้นสูงของสหรัฐนั่นเอง


เมื่อ “ชิป ซึ่งเปรียบเป็น "สมอง" ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว “เทคโนโลยีจีน” ก็พัฒนาตามไปเป็นเงาตามตัวจนก้าวขึ้นมาเป็นอีก “ขั้วมหาอำนาจ” ทางด้านนี้อย่างเต็มตัว


จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อ “หุ้นเทคโนโลยี-สหรัฐ” เริ่มแพง จึงเห็นเงินทุนเคลื่อนย้ายมาสู่ “หุ้นเทคโนโลยี-เอเชีย” แทน เพราะมีทุกอย่างไม่แตกต่างกัน ที่สำคัญ “ราคาถูกกว่า” ด้วย โดยเฉพาะหุ้นในธีม Semiconductor”


จะดีแค่ไหน? ถ้าคุณมีโอกาสได้ลงทุนในกลุ่ม “ชิปจีน” (China Semiconductor) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของ “โลกดิจิทัล” ที่พร้อมจะเติบโตไปกับเทรนด์ “ปัญญาประดิษฐ์” (AI: Artificial Intelligence)


วันนี้โอกาสนั้นมาถึงแล้ว ล่าสุด “บลจ.แอสเซท พลัส” เตรียมนำเสนอ “ASP-CSEMI: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไชน่า เซมิคอนดักเตอร์ อิควิตี้” กองทุนแรกของไทยที่ลงทุนใน “China Semiconductor” ที่เตรียมเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 22 – 26 มิถุนายน 2569 นี้


ส่อง 6 ปัจจัยบวก หนุน “ชิป-จีน” พลิกฟื้นสู่อีก “ขั้วมหาอำนาจชิปโลก”

วันนี้คงไม่มีใครสงสัยในการเป็น “ขั้วมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีของจีน” แม้แต่ “สหรัฐ” เองก็ตาม การค้นพบ “เทคโนโลยีชิป” ของตัวเอง ทำให้ก้าวข้าม “ข้อจำกัด” ในการผลิตชิปที่โลกกำลังเผชิญจาก “กฎของมัวร์” (Moore’s Law) เนื่องจากข้อจำกัดทางกายภาพ เช่น การผลิตชิปมีขนาดเล็กลงจนเข้าสู่ระดับนาโนเมตร ทำให้เกิดความซับซ้อนและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นมากขึ้นนั่นเอง


China Semiconductor” จึงเป็นเส้นทางสายใหม่ที่พร้อมจะเติบโต เป็นอีกหนึ่ง “Megatrend” ของโลกการลงทุนที่เพิ่งจะเริ่มต้นและพร้อมจะโตไปกับเทรนด์ AI ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยมี 6 ปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่

  • “จีน” มีความต้องการใช้ชิปสูงมาก 1 ใน 4 ของโลก แต่ปัจจุบันต้องพึ่งพาต่างชาติเป็นหลัก ดังนั้น อุตสาหกรรม Semiconductor จีนจึงมี upside สูงมาก หากจีนสามารถเร่งพัฒนาและพึ่งพาตันเองได้มากขึ้น

  • ความสามารถของ “AI model-จีน” กำลังไล่ทัน “สหรัฐ” อย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ตามหลังเป็นปี ปัจจุบันทิ้งห่างเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ผลักดันให้จีนเร่งลงทุน “โครงสร้างพื้นฐาน AI” ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง

  • “จีน” เร่งยกระดับ “AI” และ “Semiconductor” เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งชาติ ผ่านทั้งเงินสนับสนุนขนาดใหญ่และ “แผน 5 ปี ฉบับที่ 15” ที่เน้นนวัตกรรม เทคโนโลยี และการพึ่งพาตนเอง สะท้อนเป้าหมายลดการพึ่งพาต่างชาติ พร้อมเร่งสร้างขีดความสามารถด้านชิปและ AI ภายในประเทศให้แข็งแกร่งขึ้น

  • “บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่จีน” เร่งเพิ่มงบลงทุน ด้าน “จีน” ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิปที่ผลิตจากในประเทศให้ได้มากกว่า 80% ในระยะยาว คาดหนุนอุตสาหกรรมชิปจีนโตมากกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์

  • “มาตรการจำกัดการส่งออกของสหรัฐ” กลายเป็นแรงเร่งให้ “จีน” เพิ่มการใช้เครื่องจักรผลิตชิปในประเทศ โดยส่วนแบ่งของผู้ผลิตจีนชั้นนำอย่าง Naura, ACMR และ AMEC มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผู้เล่นต่างชาติเริ่มถูกลดบทบาทลง

  • “จีน” เร่งลดช่องว่าง “AI Server” ผ่านกลยุทธ์ Cluster Scale” โดยใช้ชิปจำนวนมากเพื่อเพิ่มพลังประมวลผลรวม ลดข้อจำกัดจากชิปขั้นสูงของสหรัฐ พร้อมอาศัยต้นทุนที่ต่ำกว่า ซึ่งเอื้อต่อการขยายการใช้งาน AI ในวงกว้าง


แม้จีนอาจไม่ได้เชี่ยวชาญการผลิตชิปขั้นสูง แต่ “จุดแข็ง” ด้านการผลิตชิป (Wafer Fabrication) ในกลุ่ม Mature Node และ Advanced Packaging ช่วยให้จีนสามารถเชื่อมชิปจำนวนมากเข้าด้วยกัน เพื่อชดเชยข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันนั่นเอง


รู้จัก
4 หุ้นกลุ่ม “China Semiconductor”…รากฐานสำคัญแห่ง “โลกดิจิทัล”

สำหรับหุ้นกลุ่ม China Semiconductor” นั้นเป็นหุ้นที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรม Semiconductor” หรือ “ชิป” (Chip) ประกอบด้วย 4 กลุ่มหลักตามเทคโนโลยี ประกอบด้วย

  1. ผู้ออกแบบชิป (Fabless, Chip Design): บริษัทที่ออกแบบวงจรรวม (IC) แต่ไม่มีโรงงานผลิตของตัวเอง

  2. ผู้ผลิตชิป (Foundry, Fabrication): โรงงานรับจ้างผลิตชิปตามแบบที่ได้มา

  3. ผู้ประกอบและทดสอบชิป (OSAT: Outsourced Semiconductor Assembly and Test): ขั้นตอนปลายน้ำในการนำชิปมาแพ็กเกจและทดสอบความพร้อมใช้งาน

  4. ผู้ผลิตอุปกรณ์และวัสดุ (Semiconductor Equipment & Materials): บริษัทที่ผลิตเครื่องจักรสำคัญ (เช่น เครื่อง lithography) และสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต

            (ที่มา: FactSet China Semiconductor Index)



“ASP-CSEMI” พลิกสู่ “โอกาสลงทุน” โตตามเทรนด์ “AI” บริหารจัดการโดย “Global X” ผู้นำด้าน “Thematic ETF” เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนใหม่ๆ

China Semiconductor” กลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนทั่วโลก ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ที่สำคัญยังมี “ภาครัฐ” ให้การสนับสนุนอย่างชัดเจนเพื่อยกระดับ AI” และ Semiconductor” เป็นวาระยุทธศาสตร์ของจีนอยู่ใน “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15” ของรัฐบาลจีน  พร้อมสนับสนุนผ่านนโยบายและเม็ดเงินลงทุนจำนวนมาก เพื่อเร่งสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม Semiconductor” ของจีนในระยะยาวอีกด้วยวันนี้โอกาสการลงทุนกำลังจะเปิดแล้วสำหรับนักลงทุนไทยทุกคน


เมื่อ “บลจ.แอสเซท พลัส” ได้นำเสนอ “ASP-CSEMI: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไชน่า เซมิคอนดักเตอร์ อิควิตี้ กองทุนแรกของไทยที่ลงทุนใน “China Semiconductor”  เป็นกองทุน Passive Fund ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นจีน” กลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องSemiconductor Supply Chain” ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี FactSet China Semiconductor Index เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนีอ้างอิงดังกล่าว


ผ่านกองทุนหลัก Global X China Semiconductor ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Mirae Asset Global Investments (Hong Kong) Limited


สำหรับ Global X” เป็น บลจ.ที่ชำนาญเรื่อง Thematic ETF” เป็นบริษัทในเครือของ Mirae Asset Financial Group” กลุ่มการเงินยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ โดยเป้าหมายหลัก คือ การสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เข้าถึง "โอกาสใหม่ๆ" ที่ดัชนีแบบดั้งเดิมอาจจะยังครอบคลุมไม่ถึง ถือเป็นผู้เล่นระดับแถวหน้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความ "ล้ำสมัย" ไม่ใช่แค่บริษัทจัดการกองทุนทั่วไป แต่เป็นผู้บุกเบิกด้านการลงทุนใน “ธีมแห่งอนาคต” เป็นสำคัญ”


ปัจจุบันมี ETF ภายใต้การบริหาร 115 กอง มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 95.58 พันล้านดอลลาร์ (ที่มา: stockanalysis.com, วันที่ 18 มิ.ย. 26)


เปิด 3 “จุดเด่น” ของกองทุนหลัก

ทำให้กองทุนหลัก มี 3 “จุดเด่น” ที่สำคัญ ประกอบด้วย

  1. “Pure Play” ในกลุ่มบริษัทจีนที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ Semiconductor Supply Chain” ตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ

  2. Headquartered in “China” or “Hong Kong” หุ้นจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์จีน-ฮ่องกง หรือตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ แต่ต้องดำเนินธุรกิจหรือมีบริษัทแม่อยู่ใน “จีน” หรือ “ฮ่องกง”

  3. ขนาด” และ “สภาพคล่อง” ที่เพียงพอ หุ้นที่ลงทุนต้องมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ย/วันย้อนหลัง 3 เดือน ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง, มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขั้นต่ำ (Market Cap) ต้องไม่น้อยกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง


หน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 พ.ค. 26) นั้น มีการลงทุนหลักใน “จีน” 99.9% ส่วนใหญ่จะลงทุนในหุ้นกลุ่ม “Semiconductors & Semiconductor Equipment” เป็นหลักกว่า 95.63%


โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1) Cambricon Technologies 11.16%: ผู้บุกเบิกและผู้นำด้านการออกแบบชิป AI รายแรกๆ ของโลก เป็นบริษัทประเภท Fabless (คือออกแบบอย่างเดียว ไม่มีโรงงานผลิตของตัวเอง) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาหน่วยประมวลผลอัจฉริยะ (NPU: Neural Processing Unit) เพื่อใช้สำหรับงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) โดยเฉพาะ


2) Giga Device Semiconductor 9.98%: ผู้นำ Fabless ชิปความจำและ MCU ของจีน ที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน Semiconductor ภายในประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญด้าน SPI NOR Flash ระดับโลก และ MCU 32-bit ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในกลุ่มยานยนต์และ IoT


3) SMIC 9.29%: ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของจีนที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม Semiconductorภายในประเทศ โดดเด่นด้านฐานการผลิตครบวงจรในจีนและความสามารถรองรับการผลิตชิปหลากหลายระดับเทคโนโลยี


4) Montage Technology 8.88%: ผู้นำ Fabless ชั้นนำของจีนในกลุ่ม Memory Interface Chips และ Server Platform Chips โดยมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่ Data Center และ AI Server โดยเฉพาะ DDR5 และ PCIe/CXL retimer ที่เป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐาน AI


5) Hygon Information Technology 8.78%: บริษัทดีไซน์ชิประดับแถวหน้าของประเทศจีน เป็นบริษัทประเภท Fabless


ส่วนผลตอบแทนของกองทุนหลักสามารถแทรคดัชนีอ้างอิงได้อย่างใกล้ชิด YTD +50.36% (BM +51.05%) ,1Y +117.26% ต่อปี (BM +119.48% ต่อปี), 3Y 28.23% ต่อปี (BM +29.36% ต่อปี), 5Y +10.40% ต่อปี (BM +11.28% ต่อปี) และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน +8.63% ต่อปี (BM +9.46% ต่อปี) ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg, as of 31 May 2026)


ใครกำลังมองหาโอกาสลงทุนในธีม “Semiconductor” ที่น่าสนใจและมีปัจจัยหนุนระยะยาวที่ชัดเจน ต้องไม่พลาด “China Semiconductor” อีกขั้วมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีของโลก ที่พลิกสู่ “โอกาสลงทุน” พร้อมโตตามเทรนด์ “AI” เชื่อว่ากองทุน “ASP-CSEMI” ที่เน้นลงทุนใน “ห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์จีน” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม Information Technology จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่

บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th 

Most Viewed
Stock of the Day
แฝดคนละฝา! DELTA Index ตอกย้ำกันชัด ๆ ใครเป็น “หุ้นนำตลาด” หลังหุ้นร่วง ฉุด SET ดิ่งพสุธา 33 จุด!
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ส่อง 3 หุ้นเด่นกลุ่มโรงไฟฟ้า รับแผนปั้น EEC สู่ดิจิทัลฮับ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
BCPG ร่วมขับเคลื่อน CMC ครบรอบ 5 ปี สานต่อความร่วมมือพัฒนาคนรุ่นใหม่สู่อนาคต ESG
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
ก.ล.ต. เผยศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอายัดทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวโทษ กรณี JKN รวม 5 ราย ออกไปอีก 180 วัน นับแต่วันที่ 23 มิ.ย. 2569
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET ปิดเช้าลบ 13 จุด กังวลเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย DELTA-GULF นำทีมฉุดตลาด โบรกฯ คาดดัชนีบ่ายยังมีแนวโน้มอ่อนตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us