“กรกฎา-ปีมะเมีย” เกาะเทรนด์ “AI Megatrend”… ชู 2 ธีมเด่น “หุ้นเกาหลีใต้-Semiconductor” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...ปีนี้ “หุ้นเกาหลีใต้” และ “หุ้น Semiconductor” บวกขึ้นมาแล้ว +86.82% และ +80.53% ตามลำดับ (ที่มา: Google Finance, วันที่ 6 ก.ค. 26)


ซึ่งถือเป็นประเทศและธีมการลงทุนที่เป็น “หัวใจ” สำคัญในการขับเคลื่อนของโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่เป็นพลังขับเคลื่อน AI Megatrend”


ในขณะที่ธีม Semiconductor” มูลค่าค่อนข้างตึงตัวแต่การเติบโตของกำไรยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้โมเมนตัมระยะยาวยังไปได้โตไปพร้อมโลกยุคดิจิทัล


แต่ “หุ้นเกาหลีใต้” กลับยังมีมูลค่าที่ “ถูก” โดย “หุ้นเอเชียแปซิฟิก” มี Forward 12M P/E ที่ 7.83 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 10.72 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ยังโตสูง +36.71% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 3 ก.ค. 26)


ถือเป็น 2 ธีมที่มากับ Story of Growth” ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้กัน


วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดสรร 4 กองทุนเด่น” กรกฎา-ปีมะเมีย กับ 2 ธีมเด่น หุ้นเกาหลีใต้" & "หุ้น Semiconductor ที่น่าสนใจมาฝากกัน


“KT-KOREA”
ลุย "หุ้นเกาหลีใต้" ชั้นนำสร้างโอกาสการเติบโต

เริ่มกันที่กองทุนแรก KT-KOREA: กองทุนเปิดเคแทม South Korea Equity Passiveของบลจ.กรุงไทย ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน หุ้นเกาหลีใต้” ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี "MSCI Korea 25/50" ซึ่งเป็นดัชนีที่คำนวณโดยถ่วงน้ำหนักมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด โดยปรับด้วยสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free Float Adjusted Market Capitalization Weighted Index) และจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางในตลาดทุนของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนีดังกล่าว  


ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares MSCI South Korea ETF’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisors (BFA)



สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 9 มิ.ย. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด  ประกอบด้วย

  • Technology 57.33%

  • Industrials 16.10%

  • Financial Services 9.53%

  • Consumer Cyclical 6.01%

  • Communication Services 3.13%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) SK Hynix Inc 23.69%, 2) Samsung Electronics Co Ltd 23.32%, 3) Samsung Electro-Mechanics Co Ltd 3.41%, 4) SK Square 3.32% และ 5) Hyundai Motor Co 2.34% ตามลำดับ”


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘KT-KOREA’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -1.23%


KKP SEMICON-H” ลงทุน "หุ้น Semiconductor" โตรับเทรนด์เทคฯ โลก"

สำหรับกองทุนถัดมาเป็น KKP SEMICON-H: กองทุนเปิดเคเคพี เซมิคอนดักเตอร์ เฮดจ์ ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน หุ้น" ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี "ICE Semiconductor Index" ซึ่งประกอบด้วยหุ้นของบริษัทในกลุ่ม "Semiconductor" เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนีดังกล่าว


ผ่านกองทุนหลัก iShares Semiconductor ETF’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisors



สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 2 ก.ค. 26) มีการลงทุน 5 หุ้นมากสุด ประกอบด้วย

  • MICRON TECHNOLOGY INC 8.16% 

  • ADVANCED MICRO DEVICES INC 8.15%

  • NVIDIA CORP 7.50% 

  • BROADCOM INC  6.56% 

  • INTEL CORPORATION 6.17%


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
กองทุน ‘KKP SEMICON-H’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ –45.49%


PRINCIPAL KEQ” ลงทุน "หุ้นเกาหลีใต้" พื้นฐานแกร่ง-ราคาไม่แพง

มาต่อกันด้วย PRINCIPAL KEQ: กองทุนเปิดพรินซิเพิล เกาหลี อิควิตี้ของบลจ.พรินซิเพิล ระดับความเสี่ยง 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน หุ้นเกาหลีใต้" ของบริษัทที่มีภูมิลำเนาหรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้


ผ่านกองทุนหลัก ‘JPMorgan Funds-Korea Equity Fund (Class I Acc USD)’ ที่บริหารจัดการโดย JPMorgan Funds-Korea Equity Fund



สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 พ.ค. 26) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย

  • Electrical Equipment & Electronics 37.4% 

  • Other Financial Companies 16.8% 

  • Transportation Equipment & Components 11.9% 

  • Chemicals 7.6%  

  • Distribution 5.7%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) SK hynix 10.0%, 2) Samsung Electronics 10.0%, 3) Samsung Electro-Mechanics 7.8%, 4) SK Square 6.6% และ 5) Samsung C&T 4.8% ตามลำดับ”


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘PRINCIPAL KEQ’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -49.74%


LHSEMICON-A” ลุย "หุ้นทั่วโลก" โอกาสโตในธีม "Semiconductor"

ปิดท้ายกันด้วย LHSEMICON-A: กองทุนเปิด แอล เอช เซมิคอนดักเตอร์ ชนิดสะสมมูลค่า ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระดับความเสี่ยง 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น" ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี "ICE Semiconductor Index" ซึ่งประกอบด้วยหุ้นของบริษัทต่างๆ ในกลุ่ม "Semiconductor" เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงดัชนีดังกล่าว


ผ่านกองทุนหลัก iShares Semiconductor ETF’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisors



สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 2 ก.ค. 26) มีการลงทุน 5 หุ้นมากสุด ประกอบด้วย

  • MICRON TECHNOLOGY INC 8.16% 

  • ADVANCED MICRO DEVICES INC 8.15%

  • NVIDIA CORP 7.50% 

  • BROADCOM INC 6.56% 

  • INTEL CORPORATION 6.17%


ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
กองทุน ‘LHSEMICON-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -45.53%


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดและธีมที่มีการเติบโตที่สูง พร้อมการเติบโตของ “AI Megatrend” เพราะถือเป็น “หุ้นใจ” ของโลกเทคโนโลยีในปัจจุบัน เชื่อว่า “หุ้นเกาหลีใต้” และ “Semiconductor” จะเป็นทางเลือกที่เติมเต็มพอร์ตการลงทุนให้ได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

#กองทุน #ลายแทงกองทุน ##กองทุนหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ #AsiaPacificExJapan #TechnologyEquity #กรุงไทย #เกียรตินาคินภัทร #พรินซิเพิล #แลนด์แอนด์เฮ้าส์ #KTAM #KKPAM #Principal #LHFund

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’