“กอง ESG”…ได้ทั้ง ‘ผลตอบแทน’ และผลกระทบเชิงบวกด้าน ‘ความยั่งยืน’ เป็นส่วนเสริม !!!
“การลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainability Investment)” เป็นหนึ่งในกระแสหลักของ “โลกการลงทุน” ในปัจจุบัน ที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งในทุกมุมโลกรวมทั้งประเทศไทยเองก็เช่นกัน
สิ้นไตรมาสที่3/21 “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ในประเทศไทยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 5.4 หมื่นล้านบาท ลดลง 2.6% จากไตรมาสที่2/21
โดยในไตรมาสล่าสุดนี้มีการเปิดขายกองทุนใหม่อีก 8 กองทุน และทั้งหมดเป็นการลงทุนต่างประเทศ ปัจจุบันมีกองทุนฟีดเดอร์จำนวน 35 กอง (นับทุกชนิดหน่วยลงทุน) ที่ลงทุนในกองทุน ‘Article 8 หรือ 9’ ตามเกณฑ์ “SFDR”
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ในอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยจากทาง “Morningstar” มาอัพเดทกัน

“กอง ESG” ปัจจุบันยังเป็น ‘กองทุนตปท.’ เป็นส่วนใหญ่...แต่ในอนาคตน่าจะเห็น ‘กองในประเทศ’ เพิ่มมากขึ้น
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า สิ้นไตรมาสที่3/21 “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ในประเทศไทยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 5.4 หมื่นล้านบาท ลดลง 2.6% จากไตรมาสที่2/21 โดยในไตรมาสล่าสุดนี้มีการเปิดขายกองทุนใหม่อีก 8 กองทุน และทั้งหมดเป็นการลงทุนต่างประเทศ ในจำนวนนี้มี 2 กองทุนที่มีมูลค่า IPO ที่ระดับพันล้าน คือ ‘กองทุน BCAP Clean Innovation’ ที่เป็นการลงทุนแบบกองทุนรวมหน่วยลงทุน และ ‘กองทุน Krungsri Equity Sustainable Global Growth’ เป็นกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุนที่ ‘AB Sustainable Global Thematic Portfolio’ ซึ่งมีการระบุว่าเป็นกองทุน ‘Article 9’ ตามเกณฑ์ “SFDR” ของทางยุโรป ที่หมายถึงกองทุนมีเป้าหมายด้านความยั่งยืนเป็นวัตถุประสงค์การลงทุน กองทุนมาสเตอร์ดังกล่าวได้รับการจัด “Morningstar Sustainability Rating” ระดับ ‘5 globe’ นอกจากนี้กองทุนเปิดใหม่กองอื่นก็มีการลงทุนในกองทุน Article 8 หรือ Article 9 เช่นกัน

“ปัจจุบันมีกองทุนฟีดเดอร์จำนวน 35 กอง (นับทุกชนิดหน่วยลงทุน) ที่ลงทุนในกองทุน Article 8 หรือ 9 ตามเกณฑ์ SFDR ซึ่ง ‘Article 8’ นั้นหมายถึงกองทุนที่ ‘promote’ การลงทุนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสังคม ในขณะ ‘Article 9’ มีนโยบายว่าเป็นการลงทุนอย่างยั่งยืนอย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ โดยกองทุนมาสเตอร์ฟันด์เหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ Morningstar Sustainability Rating ระดับ 3 globe ขึ้นไป แสดงถึงกองทุนมีความเสี่ยง ESG ที่อยู่ในระดับกลางถึงต่ำ”
ตอนนี้ ‘กอง ESG’ ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก แต่ในอนาคตภายใต้การผลักดันของทาง “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)” เพื่อวางกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนสำหรับกลุ่ม ‘กอง ESG’ ในไทยได้ใช้เป็นเกณฑ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อนั้นก็น่าจะมี ‘กอง ESG’ ในไทยเพิ่มเติมขึ้นมาในอุตสาหกรรมกองทุนได้เช่นกัน
ปรับเกณฑ์ “Morningstar Sustainability Rating Enhancement”…ครอบคลุม ‘กองตราสารหนี้’ คาดเริ่มใช้เดือนพ.ย.นี้
วิธีการคำนวณ “Morningstar Sustainability Rating” ในปัจจุบันมีที่มาจากการนำคะแนน ‘Corporate ESG Risk’ ของแต่ละ holding ถ่วงด้วยน้ำหนักการลงทุนของกองทุนเพื่อคำนวณคะแนนความเสี่ยง ESG ของกองทุนนั้น และนำมาเทียบกับกองทุนที่ลงทุนลักษณะเดียวกัน ซึ่งการใช้ ‘Corporate ESG Risk’ นั้นจะทำให้กองทุนที่มีเรตติ้งจะเป็น ‘กองทุนตราสารทุน’ หรือ ‘กองทุนผสม’ ที่มีการลงทุนในตราสารภาคเอกชนเป็นหลัก

“ด้วยเหตุนี้ทาง ‘มอร์นิ่งสตาร์’ จึงมีการปรับวิธีการคำนวณ ‘Morningstar Sustainability Rating’ โดยจะนำข้อมูล ‘Country Risk Rating’ ที่มีการประเมินโดย ‘Sustainalytics’ มาคำนวณตามน้ำหนักการลงทุน ซึ่งจะเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับการคำนวณเรตติ้งแบบเดิม การปรับวิธีในครั้งนี้มีผลทำให้กองทุนที่มีการลงทุนในตราสารภาครัฐ ซึ่งหมายถึง ‘กองทุนตราสารหนี้’ หรือ ‘กองทุนผสม’ มีจำนวนกองทุนที่เข้าเกณฑ์การประเมิน Morningstar Sustainability Rating มากขึ้นทั่วโลกกว่า 20,000 กองทุน โดยจะเริ่มแสดงผลของการปรับวิธีในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้”
“ESG Rating”…ไม่ใช่เรื่องของ “ดี” หรือ “ไม่ดี”
การประเมิน “ESG rating” นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยที่นำมาใช้ประเมินที่เป็นในเชิงคุณภาพ และทำให้เข้าใจแต่ละบริษัทในแง่มุมที่สมบูรณ์มากขึ้น การที่ “ESG rating” แต่ละผู้ประเมินไม่ตรงกันก็คล้ายกับรายงานของนักวิเคราะห์ที่มีต่อบริษัท ซึ่งนักวิเคราะห์แต่ละคนก็มีมุมมองที่ต่างกันได้เช่นกัน
“การพิจารณาผลการดำเนินงาน ‘กองทุน ESG’ จึงควรมองในภาพทั้งพอร์ตการลงทุนมากกว่า ซึ่งพอร์ต ‘กองทุน ESG’ นั้นสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้จัดการกองทุน ซึ่งก็เป็นความเหมือนของ ‘กองทุน ESG’ เมื่อเทียบกับกองทุนทั่วๆ ไป”
“การลงทุนอย่างยั่งยืน” ยังเป็นการส่งเสริมให้บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญและตระหนักถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการย้ำถึงความสำคัญของผลกระทบที่องค์กรมีต่อส่วนรวมที่ย่อมส่งผลกระทบต่อองค์กรในระยะยาวเช่นกัน
สำหรับผู้ลงทุน “กองทุนรวม” นั้น การลงทุนใน “กองทุน ESG” นั้นก็เหมือนเวลาเราเลือกกองทุนทั่วๆ ไป เพียงแต่บางกองทุนนั้นสร้างผลกระทบเชิงบวกในแง่ของ ‘ความยั่งยืน’ เป็นส่วนเสริมนอกจากการสร้างผลตอบแทนที่ดีนั่นเอง จึงถือเป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนกระแสหลักที่น่าสนใจในปัจจุบัน
