เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 2 ลงทุนเพิ่มครั้งที่ 3…สู่กองทรัสต์โรงงานและคลังสินค้าสำเร็จรูปให้เช่าระดับ ‘หมื่นล้านบาท’ !!!

ผลกระทบจากวิกฤติ COVID-19 ในครั้งนี้ ทั่วถึงทั้งโลกไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่หนักเบา แตกต่างกันไปในแต่ละประเภทและแต่ละอุตสาหกรรม

อสังหาริมทรัพย์เองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ก็แตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ประเภทไหน อย่างโรงแรมและท่องเที่ยวอาจจะได้รับผลกระทบมากหน่อย

ในทางตรงข้ามบางอุตสาหกรรมผลกระทบอาจไม่มากและใน วิกฤติอาจพลิกเป็นโอกาส ได้อีกด้วย หนึ่งในนั้นคือ อสังหาริมทรัพย์ประเภท โรงงานและคลังสินค้าในไทย โดยเฉพาะโรงงานและคลังสินค้าบนทำเลศักยภาพอย่างพื้นที่ EEC และจุดยุทธศาสตร์การขนส่งของประเทศดูจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

และนักลงทุนไทยเอง ถือว่ามีโอกาสที่ดี ที่สามารถมีส่วนร่วมเข้าลงทุนใน อสังหาริมทรัพย์ ประเภทนี้ผ่าน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) ได้ในปัจจุบัน เพราะการลงทุนผ่านช่องทางนี้ จะทำให้นักลงทุนมีโอกาสได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพด้วยการใช้เงินลงทุนที่ไม่มากได้

ถือเป็นโอกาสอันดีอีกครั้งที่นักลงทุนไทยจะได้มีส่วนร่วมในการลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เหมราช (HREIT)กับการเตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เพื่อลงทุนในสินทรัพย์เพิ่มเติมครั้งที่ 3 ในเร็วๆ นี้

“HREIT” โดดเด่นด้วยทรัพย์สินที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงบนทำเลยุทธศาตร์ ‘EEC’

ในท่ามกลาง ‘วิกฤติ COVID-19’ สถิติการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติในปี 2020 (..-มิ..) ยังมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมจำนวน 459 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 75,902 ล้านบาท เทียบกับปี 2019 (..-มิ..) จำนวน โครงการยังคงเพิ่มขึ้น 5% ส่วนมูลค่าลดลง 34%

โครงการที่นักลงทุนต่างชาติยื่นขอรับการส่งเสริมส่วนใหญ่อยู่ใน ภาคกลาง จำนวน 203 โครงการ (21,870 ล้านบาท) ตามมาด้วย ภาคตะวันออก จำนวน 190 โครงการ (46,521 ล้านบาท) โดยมีญี่ปุ่น ขอรับการส่งเสริมมากสุดเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยจีนเป็นอันดับ 2 ซึ่งผลกระทบจากสงครามทางการค้า (Trade War) ที่คาดว่ายังมีอย่างต่อเนื่องน่าจะเป็นปัจจัยผลักดันให้มีการย้ายฐานผลิตจากจีนมาในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้นรวมทั้งไทยด้วยเช่นกัน

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เหมราช (HREIT)

ลงทุนในสิทธิการเช่าระยะเวลา 30 ปี และสิทธิในการต่ออายุสัญญาเช่าทรัพย์สินอีก 30 ปี ในอาคารโรงงานสำเร็จรูป (Ready Built Factory) และคลังสินค้าสำเร็จรูป (Ready Built Warehouse) ปัจจุบันมีพื้นที่เช่าอาคารรวม 332,505 ตร.. แบ่งเป็นโรงงาน 69% และคลังสินค้าอีก 31% ส่วนใหญ่ประมาณ 92% อยู่ในพื้นที่ชลบุรีและระยอง และอีกประมาณ 8% อยู่ที่สระบุรี

ไม่ว่าจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทใดก็ตาม เรื่องทำเลถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ ในการพิจารณาลำดับต้นๆ เลยทีเดียว จะเห็นว่าทรัพย์สินที่กองทรัสต์ HREIT’ ลงทุนนั้น อยู่ในทำเลที่ดี โดยส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณนิคมอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงและที่สำคัญคืออยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นทำเลทองแห่งอนาคต บริเวณ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC)” ซึ่งถือเป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่ ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจาก ‘แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Seaboard)’ ที่ภาครัฐถือเป็นนโยบายหลักที่ผลักดันและให้การสนับสนุนไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม

โดยรัฐบาลมีแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ EEC เพิ่มอีก 5 โครงการ ประกอบด้วย

  1. เมืองการบินตะวันออกสนามบินอู่ตะเภา
  2. ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา
  3. ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3
  4. ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3
  5. โครงการรถไฟความเร็วสูงที่ได้เปิดซองประมูลไปแล้ว

“รวมการลงทุนโครงสร้างขั้นพื้นฐานในบริเวณนี้ 5 โครงการ ที่จะเป็นปัจจัยหนุนที่ส่งเสริมให้ธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานสำเร็จรูปในบริเวณ EEC ครอบคลุมพื้นที่ระยอง ฉะเชิงเทรา และชลบุรี มีแนวโน้มที่ดีขึ้น หากโครงการดังกล่าวประสบผลสำเร็จจะส่งผลเชิงบวกต่อระบบโลจิสติกส์ที่ครบวงจร และภาคอุตสาหกรรมของไทยที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น กลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของอาเซียน ส่งผลให้มีปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการรายใหญ่และนักลงทุนต่างประเทศ ที่ต้องการใช้ไทยเป็นฐานผลิตในหลายภาคอุตสาหกรรมจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวมากขึ้นด้วย

ด้วยทำเลที่โดดเด่นนี้เอง ทำให้อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ของ กองทรัสต์ HREIT’ มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับกองทรัสต์ที่ลงทุนในทรัพย์สินประเภทเดียวกัน แม้ในช่วงเกิดวิกฤติ COVID-19 ก็ตาม สะท้อนถึงศักยภาพของผู้เช่าและทำเลที่ตั้งของทรัพย์สินได้เป็นอย่างดี”

“เพิ่มทุนครั้งที่ 2” เพื่อลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ดันขนาดกองทรัสต์แตะ ‘หมื่นล้านบาท’

หนึ่งในเสน่ห์ของ ‘กองทรัสต์ HREIT’ คือ โอกาสของการเติบโตจากการลงทุนเพิ่มเติมนำทรัพย์สินใหม่เข้ามาใส่ในกองทรัสต์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงจะช่วยเพิ่มประโยชน์ให้กับผู้ถือหน่วยเดิมเท่านั้น ยังทำให้กองทรัสต์เอง มีขนาดที่ใหญ่มากขึ้นด้วย ซึ่งหลังจากที่กองทรัสต์ตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2016 และเข้าลงทุนในโครงการ 5,693.60 ล้านบาท ในขณะนั้น ก็มีการลงทุนเพิ่มต่อเนื่องมาอีก 2 ครั้งในปี 2018 จนทำให้ขนาดของกองทรัสต์เติบโตขึ้นตามลำดับ ประกอบกับทรัพย์สินที่มีคุณภาพ จึงทำให้เป็นที่สนใจของนักลงทุนทั้งรายย่อย และนักลงทุนสถาบัน

ล่าสุดในปี 2020 นี้ ‘กองทรัสต์ HREIT’ เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่ 2 เพื่อลงทุนทรัพย์สินเพิ่มเติมครั้งที่ 3 จำนวน 5 โครงการ มูลค่าไม่เกิน 1,337.70 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้หลังเพิ่มทุนแล้วเสร็จมีขนาดกองเพิ่มขึ้นเป็น 11,250.94 ล้านบาท สู่กองทรัสต์ระดับ ‘หมื่นล้านบาท’ ที่จะยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับกองทรัสต์ในสายตานักลงทุน

สำหรับทรัพย์สินหลักที่ ‘กองทรัสต์ HREIT’ จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 นี้ประกอบด้วย 5 โครงการ เป็นพื้นที่เช่าโรงงานและคลังสินค้ารวม 48,127 ตร.ม. โดยเป็นทรัพย์สินของ 3 บริษัท ได้แก่

1. บมจ.ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (สำหรับบางส่วนของโครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 (WHA CIE 1))

2. บจ.ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด อินดัสเตรียลเอสเตท (สำหรับโครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 1 (WHA ESIE 1) และ โครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 2 (WHA LP 2))

3. บจ.ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล บิวดิ้ง (สำหรับบางส่วนของโครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 1 (WHA CIE 1) โครงการดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์พาร์ค 4 (WHA LP 4) และโครงการเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ สระบุรี (WHA SIL)

“โครงสร้างทรัพย์สิน” กระจายตัวดีขึ้น- ‘ผลตอบแทน’ ต่อผู้ถือหน่วยเพิ่มขึ้น

ไม่เพียงเท่านี้ การลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 นี้ ยังจะทำให้มีการกระจายตัวของโครงสร้างอุตสาหกรรมและโครงสร้างของผู้เช่าที่ดีขึ้นด้วย โดย ทรัพย์สินหลักที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 แบ่งเป็นพื้นที่โรงงานให้เช่าประมาณ 81.5% และพื้นที่คลังสินค้าให้เช่าประมาณ 18.5% ของพื้นที่อาคารโรงงานและคลังสินค้าทั้งหมดที่กองทรัสต์จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 นี้

ซึ่งภายหลังจากลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 แล้วกองทรัสต์ HREIT’ จะมีสัดส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ 27.3% ,อุปโภคบริโภค 26.2% และโลจิสติกส์ 20.6%e-converted-space" ในขณะที่สัญชาติผู้เช่าจะเป็นจีน 26.9%, ญี่ปุ่น 23.5% และเยอรมัน 11.8%

นอกจากนี้ยังช่วยให้กองทรัสต์ลดการพึ่งพาผู้เช่ารายหลักลงด้วย จากเดิมพื้นที่เช่าของผู้เช่ารายใหญ่ 5 อันดับแรกของทรัพย์สินหลักที่ลงทุนในปัจจุบันคิดเป็น 26.3% ของพื้นที่เช่าทั้งหมดที่มีผู้เช่า ภายหลังการลงทุนในทรัพย์สินหลักที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 นี้ พื้นที่เช่าของผู้เช่ารายใหญ่ 5 อันดับแรกจะลดลงมาเหลือ 23.3% ของพื้นที่เช่า ซึ่งทำให้โครงสร้างในภาพรวมของทรัพย์สินมีความแข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจน

“ภายหลังจากที่ กองทรัสต์ HREIT’ เพิ่มทุนครั้งที่ 2 เพื่อลงทุนในทรัพย์สินหลักเพิ่มเติมครั้งที่ 3 แล้วจะส่งผลบวกต่อความสามารถในการสร้างกำไรของกองทรัสต์ ส่งผลให้การจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนและเงินลดทุนต่อหน่วยe-converted-space" (Total Distribution per Unit : DPU) ของผู้ถือหน่วยเดิม เพิ่มขึ้น เมื่ออ้างอิงจากประมาณกำไรขาดทุนและการจ่ายประโยชน์ตอบแทนตามสถานการณ์สมมติ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2021 - 31 ธ.ค. 2021 ได้มีการประมาณการการจ่ายประโยชน์ตอบแทนและเงินลดทุน ไว้ที่ 0.69 บาทต่อหน่วย

บริหารด้วย “ผู้บริหาร” ที่มากประสบการณ์...สะท้อนผ่านผลประกอบการที่ดีสม่ำเสมอ

ที่สำคัญ นอกเหนือจากคุณภาพของทรัพย์สินที่ดี บนทำเลที่ยอดเยี่ยมแล้ว ก็คือ ผู้บริหารกองทรัสต์ ซึ่ง ‘กองทรัสต์ HREIT’ ได้ บมจ.ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHA ID)” เป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของทรัพย์สินหลักที่ลงทุนในปัจจุบันรวมถึงทรัพย์สินหลักที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ด้วย

ซึ่ง WHA ID เป็นผู้นำด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และให้บริการโซลูชั่นครบวงจรในระดับสากล อีกทั้งยังเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์สำหรับทรัพย์สินประเภทโรงงานและคลังสินค้าที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน

“ด้วยประสบการณ์ดังกล่าวจึงสะท้อนผ่านผลประกอบการของทรัพย์สินภายใต้การบริหารได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ซึ่งอยู่ในระดับที่สูง สามารถสร้างรายได้ และนำมาจ่ายเป็นประโยชน์ตอบแทนทั้งเงินปันผลและเงินคืนทุนให้กับผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้อย่างสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดหารายได้และสร้างผลกำไรที่มีความมั่นคงและต่อเนื่องในระยะยาว จนทำให้กองทรัสต์ได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ และนักลงทุนทั่วไป

ซึ่ง ‘กองทรัสต์ HREIT’ พร้อมแล้วที่จะขยับสู่อีกก้าวของการเติบโตบนทำเลยุทธศาตร์แห่งอนาคตอย่าง EEC สำหรับใครที่กำลังมองหาทางเลือกในการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและดีกว่า ‘ดอกเบี้ยเงินฝาก’ และ ‘ตราสารหนี้’ ในยุคดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ ‘กองทรัสต์ HREIT’ น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

Most Viewed
Stock of the Day
KSL แจ้งศาลสั่งเพิกถอนใบ รง.4 โรงงานน้ำตาลสระแก้วบริษัทย่อย ชี้คำพิพากษาศาลชั้นต้นยังไม่ถึงที่สุด เดินหน้าอุทธรณ์ ยันดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
SCG ปักหมุด "ASEAN Strategic Partner" ผนึกผู้คน-ธุรกิจ-โอกาส นำทัพภูมิภาคเติบโตตามแนวทาง Inclusive Green Growth
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงาน “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ครั้งที่ 17 ที่หาดใหญ่
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
บลจ. แอสเซท พลัส มองหุ้นไทยยังมีโอกาสไปต่อ รับ Earnings Upgrade Fund Flow ต่างชาติกลับ ชูหุ้นปันผลโครงสร้างพื้นฐานเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.ยูโอบี นำเสนอโอกาสการลงทุนในตราสารภาครัฐบาลต่างประเทศสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ตราสารภาครัฐต่างประเทศ USD 6 เดือน 1 IPO 20-26 ส.ค. 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us