ลัดฟ้าลุยหุ้นชั้นนำญี่ปุ่นใน ‘ดัชนี Nikkei225’ ไปกับ... “กอง SCBNK225” !!!
ถ้าจะพูดถึง “ตลาดหุ้นเอเชีย” ใครหลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับประเทศหล่านี้ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และญี่ปุ่น
แต่ที่จัดอยู่ในกลุ่ม ‘ตลาดพัฒนาแล้ว’ และอยู่ในเรดาห์ของนักลงทุนทั่วโลกคงต้องยกให้ ‘ญี่ปุ่น’ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยส่วนใหญ่อยากจะเดินทางไปท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน
แม้ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของ ‘ไวรัส COVID-19’ ได้ทำให้กลุ่มประเทศดังกล่าว ได้รับผลกระทบไม่น้อย อย่างไรก็ดีภาพรวมของการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ในหลายประเทศก็มีทิศทางที่ดีขึ้นหรือตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ได้เริ่มหยุดตัวลง ซึ่งในแง่การลงทุนก็ถือเป็นสัญญาณการฟื้นตัวอีกหนึ่งก้าวสำคัญ
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีกองทุนที่น่าสนใจโดยมีการลงทุนในภูมิภาคอย่างประเทศ ญี่ปุ่น ที่นอกจากประสิทธิภาพของกองแล้ว ยังได้รับการจัดอันดับ ‘มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว’ หรือก็คือ “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น-ชนิดไม่จ่ายเงินปันผล (SCBNK225)” มาแชร์ให้แก่นักลงทุนที่สนใจ
‘กอง SCBNK225’ โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 7 ปีสุดแจ่ม 8.29% ต่อปี
ถ้าพูดถึงหุ้นชั้นนำในตลาดหุ้นไทย นักลงทุนคงนึกถึงหุ้นในดัชนี SET50 เป็นสำคัญ เช่นกันเมื่อคิดถึงการไปลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ในฐานะนักลงทุนต่างชาติมองเข้าไปวิธีที่น่าจะสะดวกและง่ายดายที่สุดก็เข้าไปลงทุนในหุ้นชั้นนำในตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะสะดวกสุด นั่นก็คือ หุ้นใน ‘ดัชนี Nikkei225’ นั่นเอง
สำหรับ ‘กอง SCBNK225’ ของ “บลจ.ไทยพาณิชย์” เป็นกองทุนที่จะพานักลงทุนติดปีกเงินลงทุนไปลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี Nikkei225 นั่นเอง ได้จดทะเบียนกองทุนขึ้นในวันที่ 11 ต.ค. 2556 ซึ่งจนถึง ณ ปัจจุบัน (วันที่ 3 พ.ย. 2563) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 710,575,712.36 บาท มีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 17.4790 บาทต่อหน่วย โดยเคยมีผลขาดทุนสูงสุดในช่วงเวลา 5 ปีที่ -31.73%
ผลงานย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกองถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 ก.ย. 63) มีความผันผวนของกองอยู่ที่ 20.00% ต่อปี ซึ่งยังคงต่ำกว่าความผันผวนของตลาดหุ้นไทย แต่ในแง่ผลตอบแทนก็ถือว่าทำได้ไม่เลวนักอยู่ที่ 8.29% ต่อปี ตามกลยุทธ์ที่มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามกองทุนหลัก (Passive Management)
ซึ่งนโยบายของกองนั้น จะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน ‘Nikkei 225 Exchange Traded Fund’ เพียงกองเดียว โดยกองทุนมี net exposure โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
“ณ 30 ก.ย. 63 มีสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลัก 99.06% เงินฝาก 2.64% ที่เหลือเป็นอื่นๆ โดยกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด เพื่อที่จะให้ผลตอบแทนของกองทุนสามารถสะท้อนผลตอบแทนของกองทุนหลักได้ใกล้เคียงที่สุดนั่นเอง”
ส่วนกองทุนหลักหรือ ‘Nikkei 225 Exchange Traded Fund’ เป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุนทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 และตราสารทุนที่กำลังจะมาเป็นส่วนประกอบของดัชนีนิคเคอิ 225 ในสัดส่วนการลงทุนเดียวกับจำนวนหุ้นในดัชนีนิคเคอิ 225 (Nikkei 225 Index หรือ Nikkei Stock Average) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ไปในทิศทางเดียวกันหรือใกล้เคียงกับดัชนีนิคเคอิ 225
ที่บริหารงานภายใต้ความดูแลของ ‘Nomura Asset Management Co.,Ltd.’ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และลงทุนในสกุลเงินเยน
ซึ่ง ณ ปัจจุบัน (วันที่ 30 มิถุนายน 63) กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก 5 อันดับแรก ที่กองทุนหลักลงทุนนั้น ประกอบไปด้วย
-เครื่องใช้ไฟฟ้า 19.3%
-ค้าปลีก 12.3%
-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 10.9%
-เภสัชกรรม 9.9%
-ปิโตรเคมี 8.0%
-อื่นๆ 36.5%
“ในส่วนการซื้อและขายคืนของหน่วยลงทุนนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจสำหรับ ‘กอง SCBNK225’ มีมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกจะอยู่ที่เพียง ‘1 บาท’ เท่านั้น เช่นเดียวกันกับมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 1บาท จึงทำให้นักลงทุนทั่วไปนั้นสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วย ด้วยเงินเริ่มต้นเพียงแค่นี้คุณก็สามารถไปลงทุนในหุ้นชั้นนำที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี Nikkei225 ที่ญี่ปุ่นได้แล้ว”
ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ จะอยู่ที่ 1บาท แต่การขายในหนึ่งครั้งระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะอยู่ที่ภายใน 3 วัน (T+3) ทำการนับแต่วันคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิมูลค่าหน่วยลงทุน
“สำหรับใครที่ชื่นชอบญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่น่าท่องเที่ยว และสนใจอยากจะลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นควบคู่ไปด้วย ‘กอง SCBNK225’ อาจจะถือเป็นอีกหนึ่งคำตอบให้แก่ไลฟ์สไตล์การลงทุนของคุณได้เป็นอย่างดี ที่นอกจากนโยบายของกองทุนดูน่าสนใจแล้ว การลงทุน ‘ขั้นต่ำด้วยเงิน 1 บาท’ จึงอาจถือเป็นหนึ่งจุดสนใจให้นักลงทุนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้นดูเงินที่ไม่สูงมากนัก”
