“อย่าจำกัด” โลกการลงทุน...ไว้แค่ใน ‘ไทย’ !!!

โลกของการลงทุนไม่เคยหยุดนิ่ง คำแนะนำหนึ่งที่คุณอาจจะคุ้นเคยกันดี คือ ‘Stay Invested’ ให้รักษาการลงทุนของคุณเอาไว้อย่างต่อเนื่อง ให้เงินทำงานอย่างเต็มที่ เต็มศักยภาพของมัน

แต่ถ้าคุณมัวจำกัดทางเลือกการลงทุนอยู่แค่เพียงในประเทศไทย เศรษฐกิจไม่ดี หุ้นไม่ดี ดอกเบี้ยต่ำ มองไปทางไหนก็ดูห่อเหี่ยว หลายคนก็ไม่รู้จะหนีไปลงทุนอะไรดี

ในอดีตที่ไม่มีทางเลือกการลงทุน คงต้องบอกว่าทำใจ แต่ไม่ใช่ในวันนี้ ในศตวรรษที่20 แม้จะท่ามกลางวิกฤติ COVID-19 ก็ตาม เพราะทางเลือกการลงทุนมีอยู่เต็มไปหมดนอกประเทศไทย

วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนจาก “บลจ.ไทยพาณิชย์” มาฝากกัน

“เฮลธ์แคร์” หุ้นแห่งอนาคต...ทนทานวิกฤติ-มีศักยภาพในการเติบโต

สำหรับ 3 โอกาสการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนใน ‘ระยะยาว’ ได้แก่ ‘กองหุ้นเฮลธ์แคร์’, ‘กองหุ้นญี่ปุ่น’ และ ‘กองหุ้นโลก’

“ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด มองว่าภาพรวมกลุ่มอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์มีการปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มย่อยที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากมาตรการ Lockdown ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่วนกลุ่มที่ปรับตัวสูงสุดคือ ‘กลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)’ ประกอบกับการเพิ่มทุนที่สำเร็จในบางบริษัท ส่งผลให้มีผลดำเนินงานที่ดีติดต่อกันในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้ว่า ความกดดันด้านการเมืองที่มาพร้อมการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงมีอยู่ จากคำสั่งพิเศษ (Executive Orders) ของ ‘ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์’ เกี่ยวกับการปรับราคายาในสหรัฐฯ

(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)

“แต่นักวิเคราะห์ต่างก็มองว่า Executive Orders เรื่องราคายา มีความเป็นไปได้ยากที่จะเกิดขึ้นจริง เนื่องจากไม่ได้การสนับสนุนจากทั้งสองฝ่ายพรรคการเมือง และทั่วโลกยังคงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาอุตสาหกรรม Biopharmaceutical ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นอย่างมากเพื่อให้วิกฤตนี้จบลง”

นอกจากนี้ ‘อุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์’ ยังสามารถรับแรงกดดันจากวิกฤติเศรษฐกิจโดยรวมได้ค่อนข้างดี ซึ่งทำให้เห็นว่าแม้ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ความต้องการทางการแพทย์นั้นก็ไม่ได้ลดลงตาม ถึงแม้ว่าการพัฒนาวัคซีนยังอยู่ในระยะทดสอบ ซึ่งอาจจะใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะผ่านการอนุมัติให้ใช้งานจริง รวมถึงจำนวนผู้ป่วย COVID-19 ที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ ส่งผลให้เกิดความผันผวนระยะสั้นอยู่ก็ตาม ผู้จัดการกองทุนก็ยังมองว่าอุตสาหกรรมกลุ่มเฮลธ์แคร์ยังคงเป็นกลุ่มที่น่าสนใจลงทุน และคงอยู่ในทิศทางเติบโตสูงได้ในระยะยาวต่อไป

“ตลาดหุ้นญี่ปุ่น”...แรงหนุนภาครัฐดี-ใกล้กลับสู่ ‘จุดสูงสุดเดิม’ ช่วงต้นปี20

ด้าน “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” Chief Investment Officer บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด ให้ความเห็นถึงความน่าสนใจของ ‘หุ้นญี่ปุ่น’ ว่า ในช่วงต้นปี 2020 ความไม่แน่นอนจากเหตุการณ์ไวรัส COVID-19 ระบาด ทำให้นักลงทุนเกิดความวิตกกังวลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงัก กระทบการฟื้นตัวของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมไฮเทค เช่น Semi-Conductor ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของญี่ปุ่น และนักท่องเที่ยวสัญชาติหลักที่เข้ามาเที่ยวในญี่ปุ่น รวมไปถึงการประกาศเลื่อนการจัดแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่เป็นแรงผลักดันภาคการบริโภคหลัก

แต่ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐโดยนโยบายการคลังคิดเป็นมูลค่า 117 ล้านล้านเยน ซึ่งถ้ารวมนโยบายภาครัฐทั้งหมดคิดเป็น 40% ของตัวเลข GDP ญี่ปุ่นต่อปี

(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)

“นอกจากนี้ ‘ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)’ ได้ออกมาตรการบรรเทาสภาพเศรษฐกิจโดยการเพิ่มเพดานการเข้าซื้อตราสารการเงินระยะสั้น และตราสารหนี้ที่ออกโดยภาคธุรกิจเอกชนที่ 30 ล้านล้านเยนต่อปีถึงเดือนมี.ค. 2021 รวมไปถึงยกเลิกเพดานการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่ 80 ล้านล้านเยนต่อปี และเข้าซื้อ ETFs และ JPREITs เพื่อสนับสนุนตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและธนาคารกลาง ประกอบกับตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ลดลงอย่างมีนัยยะ ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นสามารถดันราคากลับมาใกล้เคียง ‘จุดสูงสุด’ ของปี 20

นโยบาย ‘การเงิน-การคลัง’ ทั่วโลกผ่อนคลาย...หนุน ‘หุ้นโลก’ เดินหน้าต่อไปได้

สำหรับ “ตลาดหุ้นทั่วโลก” นั้น นันท์มนัส มองว่า ถึงแม้ว่าจะเผชิญความผันผวนจากปัจจัยต่างๆ จนส่งผลให้เศรษฐกิจโลกหยุดชะงัก อย่างไรก็ดี ‘ธนาคารกลาง’ ได้ผนึกกำลังกับ ‘รัฐบาลทั่วโลก’ เร่งออกนโยบายเพื่อต่อสู้กับวิกฤติในครั้งนี้ผ่านมาตรการต่างๆ ทั้ง ‘นโยบายการเงิน’ และ ‘นโยบายการคลัง’ เช่น การประกาศลดดอกเบี้ยฉุกเฉิน การเพิ่มปริมาณวงเงิน Quantitative Easing (QE) การออกกลไกการปล่อยสินเชื่อพิเศษต่างๆ และเดินหน้านโยบายช่วยเหลือเพื่อชดเชยผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ ทำให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวล ประกอบกับตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มปรับตัวขึ้นภายหลังลงสู่ ‘จุดต่ำสุด’ ของปีในช่วงปลายเดือน มี.ค.

“ในระยะถัดไป คาดว่า ‘ตลาดหุ้นทั่วโลก’ ยังคงได้รับแรงหนุนจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ และปริมาณ QE ที่ออกมาในปริมาณมาก อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรจับตาการเลือกตั้งในสหรัฐฯ ที่อาจสร้างความไม่แน่นอนเชิงนโยบายได้เช่นกัน”

ในขณะที่ภาพการลงทุนในไทยเองในช่วงปีที่ผ่านมาอาจดูไม่สดใสเท่าไรนัก ในช่วงนี้ปัจจัยการเมืองก็ยังมารุมเร้าเพิ่มเติม แต่ถ้าเปิดใจมองออกไปนอกประเทศไทยบ้าง คุณอาจพบกับโอกาสและนี่อาจเป็นจังหวะการลงทุนระยะยาวก็เป็นได้ และหุ้น ‘เฮลธ์แคร์-ญี่ปุ่น-หุ้นโลก’ ก็ถือเป็นหนึ่งในโอกาสการลงทุนระยะยาวนั้นที่คุณไม่ควรละเลยไป

Most Viewed
Stock of the Day
KSL แจ้งศาลสั่งเพิกถอนใบ รง.4 โรงงานน้ำตาลสระแก้วบริษัทย่อย ชี้คำพิพากษาศาลชั้นต้นยังไม่ถึงที่สุด เดินหน้าอุทธรณ์ ยันดำเนินการตามกฎหมาย
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
SCG ปักหมุด "ASEAN Strategic Partner" ผนึกผู้คน-ธุรกิจ-โอกาส นำทัพภูมิภาคเติบโตตามแนวทาง Inclusive Green Growth
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงาน “แม็คโคร โชห่วย โชว์โปร ออนทัวร์ 2026” ครั้งที่ 17 ที่หาดใหญ่
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
บลจ. แอสเซท พลัส มองหุ้นไทยยังมีโอกาสไปต่อ รับ Earnings Upgrade Fund Flow ต่างชาติกลับ ชูหุ้นปันผลโครงสร้างพื้นฐานเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.ยูโอบี นำเสนอโอกาสการลงทุนในตราสารภาครัฐบาลต่างประเทศสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ตราสารภาครัฐต่างประเทศ USD 6 เดือน 1 IPO 20-26 ส.ค. 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us