“กอง ETF-กลุ่มพลังงาน” ผลตอบแทนแป๊กเฉลี่ย 5.79%...ไร้อานิสงส์ “น้ำมันโลก” ขาขึ้น !!!
ปีนี้ “ราคาน้ำมัน” แรงทะลุนรกไปแล้ว จนเริ่มเป็นความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยเอง แม้บางมุมมองจะเชื่อว่าเป็นแค่ “ปรากฏการณ์ระยะสั้น” เท่านั้นก็ตาม
ราคาน้ำมันดิบ “WTI (West Texas Intermediate)” ช่วง 10 เดือนแรกปรับขึ้นมาแล้ว +72.24% ส่วนน้ำมันดิบ “Brent” ก็ไม่น้อยหน้า +61.62% มาอยู่ที่ระดับ 83.57 ดอลลาร์ต่อบาเรล และ 83.72 ดอลลาร์ต่อบาเรล ตามลำดับ
แต่ใครที่ลงทุนใน “หุ้นพลังงาน” ในตลาดหุ้นไทยอาจจะเหงาไปตามๆ กัน เพราะราคาอาจจะไม่ได้ไปไหนไกล “ดัชนีหุ้นพลังงาน (ENERG)” ตั้งแต่ต้นปีบวกไปเพียง +5.48% เท่านั้น
ส่วนใครที่มี “กองทุนน้ำมัน” ติดพอร์ตปีนี้คงรับอานิสงส์จากน้ำมันขาขึ้นไปเต็มๆ ผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 79.76% เลยทีเดียว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย
“กอง TMBOIL”…แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด 10 เดือนแรก 94.90%
ต้องย้ำอีกครั้งว่า “กองทุนน้ำมัน (Oil Fund)” นั้น เป็นกองทุนที่มี “ความเสี่ยงสูงมาก” มี Risk Spectrum เบอร์ 8 เป็นระดับที่สูงสุดแล้ว จึงไม่ได้เหมาะกับนักลงทุนทั่วไปหากแต่ต้องเป็นนักลงทุนที่มีความเข้าใจและสามารถรับความเสี่ยงได้สูงเป็นสำคัญ
ณ สิ้นต.ค.21 มี “กองทุนน้ำมัน” อยู่ 10 กอง ให้ผลตอบแทนในช่วง 10 เดือนแรกเฉลี่ย 79.76% โดยกองที่มี ‘ผลงานดีสุด’ นั้นทำผลตอบแทนได้สูงถึง 94.90% ในขณะที่กองที่มี ‘ผลงานแย่สุด’ อยู่ที่ 72.56% ซึ่งถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับราคาน้ำมันดิบ “WTI” ที่ปรับตัวขึ้นมา +72.24% นั่นเอง

โดยกองทุนน้ำมันที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
-
“กองทุนเปิดทหารไทยออย์ฟันด์ (TMBOIL)” ผลตอบแทน 94.90%
-
“กองทุนเปิดเคแทม ออยล์ ฟันด์ (KT-OIL)” ผลตอบแทน 94.53%
-
“กองทุนเปิด ทิสโก้ ออยล์ ฟันด์ (TISCOOIL)” ผลตอบแทน 79.86%
-
“กองทุนเปิดเค ออยล์ (K-OIL)” ผลตอบแทน 79.11%
-
“กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ออยล์ (SCBOIL)” ผลตอบแทน 78.86%
“กองทุนน้ำมัน” มีความเสี่ยงสูงมาก...ลงทุนใน ‘สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI’
สำหรับกลุ่ม “กองทุนน้ำมัน” นั้น เป็นกอง Feeder Fund ที่จะเข้าไปลงทุนใน ‘กองทุนหลัก’ ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า (Futures) ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดิบที่จะมีการส่งมอบกันในอนาคต เช่น อีก 12 เดือนข้างหน้า เป็นต้น โดยทั้งหมดจะลงทุนในสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบ ‘WTI’ ทั้งหมด
“แต่เพราะเป็นการลงทุนในสัญญาล่วงหน้า ซึ่งมีหลายอายุสัญญาให้ลงทุนทั้ง ‘ใกล้’ และ ‘ไกล’ ราคาก็จะแตกต่างกันไป ดังนั้น การเคลื่อนไหวของ ‘กองทุนน้ำมัน’ จึงไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือนกับราคาน้ำมันปัจจุบันที่เราเห็นกันเป๊ะๆ นั่นเอง ขึ้นกับสัญญาล่วงหน้าที่กองทุนหลักลงทุนอยู่เป็นสำคัญ”

โดยกองทุนหลักที่ทั้ง 10 กองทุนน้ำมันไปลงทุนนั้น มีด้วยกัน 2 กอง ได้แก่
-“Invesco DB Oil Fund (DBO)” ลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าที่หมดอายุใน ‘เดือนใกล้ที่สุด’ฃ
-“United States Oil Fund (USO)” ลงทุนในสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าที่หมดอายุ ‘เดือนไหนก็ได้’ ที่มีการซื้อขายกันอยู่
“Morningstar” คาดทิศทาง “ราคาน้ำมัน” ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องถึงปีหน้า...จากปริมาณ ‘Supply ยังคงมีจำกัด’
ด้าน “Morningstar” คาดว่าทิศทางราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าจากปริมาณ Supply ยังคงมีจำกัด หลังจากที่ “กลุ่ม OPEX+” ยังคงเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันน้อยกว่าเป้าหมาย ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันฟื้นตัวต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าปีหน้าจะเริ่มเห็นกำลังการผลิตน้ำมันใน “สหรัฐ” ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันอาจจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2023 หากกำลังการผลิตของ “อิหร่าน” ไม่เพิ่มขึ้นตามคาดการณ์
“แม้ว่าปริมาณ Supply ยังคงมีจำกัดในปี 2022 แต่เราเชื่อว่าสถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้นในปี 2023 หากสหรัฐฯยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันจากอิหร่านภายใต้การบรรลุข้อตกลงการเจรจายับยั้งการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านได้สำเร็จ ซึ่งก็จะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมาได้อีก 1.5-2.0 ล้านบาร์เรล/วัน และทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์โดยอิหร่านจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการส่งออก ขณะที่สหรัฐเองก็จะลดแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและไม่ต้องเร่งการผลิตน้ำมันในประเทศซึ่งก็จะช่วยบรรลุเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง”
“กอง ETF-กลุ่มพลังงานไทย” ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.79%...ไม่ได้อานิสงส์จาก “น้ำมันโลก” ขาขึ้น
เป็นที่ราบกันดีว่าหุ้นใน “กลุ่มพลังงาน” ถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีน้ำหนักมากใน “ตลาดหุ้นไทย” และคาดหวังในเชิงบวกต่อ “ราคาน้ำมันโลก” ขาขึ้นในปีนี้เช่นกัน แต่บริษัทในกลุ่มพลังงานของไทยนั้น เป็นการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในรูปแบบต่างๆ เช่น ปั้มน้ำมัน, ขุดเจาะแก๊ส เป็นต้น อาจจะไม่ได้เข้าไปลงทุนในเรื่องของน้ำมันโลกตรงๆ เช่นที่ “กองทุนน้ำมัน” เข้าไปลงทุนแต่ประการใด

“จึงไม่น่าแปลกใจว่าในช่วง 10 เดือนแรกของปี21 ที่ราคาน้ำมันโลกบวกขึ้นมา 61.62-72.24% นั้น หุ้นกลุ่มพลังงานของไทยอาจจะไม่ได้รับอานิสงส์เท่าที่ควร สะท้อนผ่าน ‘ดัชนีกลุ่มพลังงาน (ENERG)’ ที่บวกเพียง +5.48% และ “ดัชนีกลุ่มปิโตรเคมี (PETRO)” +12.42% เท่านั้น”
ส่งผลมาถึงผลตอบแทนของกลุ่ม “กอง ETF-พลังงานไทย” ด้วยเช่นกัน โดยกองทุนดังกล่าวเป็น ‘กอง Exchange Traded Fund’ ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นในดัชนีกลุ่มพลังงานเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีเป็นสำคัญ ปัจจุบันมีด้วยกัน 2 กอง ได้แก่
- “กองทุนเปิด KTAM SET Energy ETF Tracker (ENY)” ผลตอบแทน 6.51%
- “กองทุนเปิด MTrack Energy ETF (ENGY)” ผลตอบแทน 5.07%
สำหรับนักลงทุนที่คาดหวังประโยชน์เชิงบวกจากทิศทาง “ราคาน้ำมันโลก” เป็น ‘ขาขึ้น’ นั้น คงต้อง “เลือกกองทุน” ให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน ในส่วนของ “กองทุนน้ำมัน” นั้นต้องย้ำว่า “ความเสี่ยงสูงมาก” ควรมีความเข้าใจและรับความเสี่ยงได้สูง และแบ่งเงินไปลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่เอาเงินทั้งหมดไปทุ่มลงทุนทั้ง 100% แต่ประการใด
