“กองทุนสินค้าเกษตร”…กองทุนปราบเซียน-ไม่เข้าใจ ‘พึงหลีกเลี่ยง’ !!!
ปีนี้ไม่เพียง “ราคาน้ำมัน” เท่านั้นที่แพงขึ้น ในกลุ่มของ “ราคาสินค้าเกษตร” ก็แพงขึ้นด้วยเช่นกัน ในกลุ่มของ “สินค้าโภคภัณฑ์” นั้นแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ
“Hard Commidity” เช่น น้ำมัน และทองคำ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันก็มี “กองทุนน้ำมัน” และ “กองทุนทองคำ” ให้ลงทุนกันอยู่
นอกจากนี้ ยังมี “Soft Commodity” ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าเกษตร เช่น ข้าวสาลี, ฝ้าย, ข้าวโพด, กาแฟ หรือถั่วเหลือง เป็นต้น
ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในไทยเองก็มี “กองทุนสินค้าเกษตร” ให้ลงทุนด้วยเช่นกัน แต่อาจจะไม่ปังเท่ากับทองคำและน้ำมันเท่านั้นเอง
จนท้ายที่สุดก็ต้อง “ปิดโครงการ” ลงไปตามๆ กัน แต่ก็ยังคงเหลืออยู่ 1 กองให้ลงทุนได้ในปัจจุบัน นั่นก็คือ “กองทุนเปิดเค อะกริคัลเจอร์ (K-AGRI)”
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพาไปย้อนรอยถึงกลุ่ม “กองทุนสินค้าเกษตร” ที่เลือนหายไปจากอุตสาหกรรมกองทุนไทยกัน
“กองทุนสินค้าเกษตร” จำต้องปิดตัว...หลังผลงานไม่เป็นไปตามคาด
ประชากรโลกมีแต่จะเพิ่มขึ้น ความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นตาม แม้จะสามารถปลูกทดแทนได้ แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภคอยู่นั่นเอง ยิ่งช่วงไหนเจอภัยธรรมชาติ ปริมาณผลิตน้อยลง ราคาก็จะถีบตัวสูงขึ้น เหล่านี้ คือ สิ่งที่มาพร้อมกับมุมมองการลงทุนของกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็น “สินค้าเกษตร (Soft Commodity)” ซึ่งพื้นฐานวางอยู่บนหลักของดีมานด์และซัพพลาย ไม่ต่างอะไรกับฝั่งของ “Hard Commodity”
“ย้อนกลับไปเมื่อ 13 ปีก่อน ก็มีการนำเสนอ ‘กองทุนสินค้าเกษตร’ เข้ามาเป็นทางเลือกในการลงทุน แต่ในท้ายที่สุดก็ต้องปิดกองไป มีอายุ 4 ปี บ้าง 8 ปี บ้าง ตัวเลขมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย (NAV) ร่วงลงเหลือ 3.5 บาท บ้าง 6.5 บาท บ้าง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด บลจ.ได้ตัดสินใจปิดกองทุนไปเรียบร้อยแล้ว อาจเพราะ ‘สินค้าเกษตร (Soft Commodity)’ ยากเกินกว่าที่นักลงทุนทั่วไปจะเข้าใจในเหตุผลเบื้องหลังของดีมานด์และซัพพลายในตลาดนี้ได้ และดูเหมือนว่าภาพอาจไม่ได้เป็นเหมือนที่เรามองกันไว้ตั้งแต่ช่วงเริ่มแรกของการลงทุนนั่นเอง”

สำหรับ 2 กองทุนที่ปิดไปก่อนหน้านี้ ได้แก่
-“กองทุนเปิดทิสโก้ อากริคัลเจอร์ ยูโร ฟันด์ (TISCOAEF)” ของ ‘บลจ.ทิสโก้’ ปิดตัวไปเมื่อ 20 ม.ค. 2016 มีนโยบายลงทุนใน ‘DB Platinum Agriculture Euro’ เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนเป็นไปตาม ‘ดัชนี db Agriculture Euro’ ซึ่งเป็นดัชนีที่คำนวณโดย ‘Deutsch Bank AG (สาขาลอนดอน)’
-“กองทุนเปิดวรรณ อะกริคัลเจอร์ (ONE-AGRI)” ของ ‘บลจ.วรรณ’ ปิดโครงการไปเมื่อ 13 ก.พ. 2015 มีนโยบายลงทุนใน ‘RBS MARKET ACCESS RICISM-A INDEX ETF’ ลงทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนใกล้เคียงกับ ‘ดัชนี Rogers International Commodity Index–Agriculture’ ซึ่งสะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าเกษตรกรรม
“กองทุนสินค้าเกษตร” ความเสี่ยงสูงมาก...ลงทุนใน ‘ดัชนีราคาสินค้าเกษตร’
“กองทุนสินค้าเกษตร” มี Risk Spectrum หมายเลข 8 นั่นคือ มี “ความเสี่ยงสูงมาก” ดังนั้น นักลงทุนที่จะลงทุนจะต้องมีความเข้าใจและสามารถรับความเสี่ยงได้สูงด้วยเช่นกัน
ในขณะที่ฝั่งของ “Hard Commodity” แม้จะมีระดับความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน แต่หากมองดูแล้วน่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เช่น “กองทุนทองคำ” ก็จะลงทุนในทองคำเพียงอย่างเดียว หรือ “กองทุนน้ำมัน” ก็จะลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ WTI เพียงอย่างเดียว
“แต่พอมาเป็น ‘Soft Commodity’ ในกลุ่มสินค้าเกษตรดัชนีที่สะท้อนราคาสินค้าเกษตรนั้นจะเป็นตะกร้าสินค้าเกษตรหลากหลายชนิดมาอยู่รวมกัน แล้วแต่ว่าดัชนีตัวไหนจะเลือกสินค้าเกษตรตัวไหน ในน้ำหนักเท่าไร อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง จะไม่ได้ลงทุนในสินค้าเกษตรเพียงตัวเดียวแต่ประการใด และเป็นสินค้าเกษตรที่ซื้อขายในตลาดโลก เช่น กาแฟ, ข้าวสาลี, ถั่วเหลือง, ฝ้าย, น้ำตาล หรือโกโก้ มารวมอยู่ในดัชนี ซึ่งจริงๆ แล้วน่าจะเป็น ‘ข้อดี’ ในเรื่องของ ‘การกระจายความเสี่ยง’ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาในระยะยาวก็ดูจะไม่ได้เป็นอย่างที่นักลงทุนคาดหวังหรือจินตนาการกัน

มาดูกองทุนสินค้าเกษตรที่ยังเปิดให้ลงทุนในปัจจุบัน ได้แก่
-“กองทุนเปิดเค อะกริคัลเจอร์ (K-AGRI)” ของ ‘บลจ.กสิกรไทย’ ลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์ส สินค้าโภคภัณฑ์ ให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียง ‘ดัชนี DBIQ Diversified Agriculture Index Excess ReturnTM’ ซึ่งสะท้อนสินค้าโภคภัณฑ์ในหมวดเกษตร
“ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ต.ค. 21) อยู่ที่ -5.09% ต่อปี, ย้อนหลัง 5 ปี -2.13% ต่อปี, ย้อนหลัง 3 ปี 2.57% ต่อปี, ย้อนหลัง 1 ปี 31.34% ต่อปี และตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน (YTD) อยู่ที่ 20.77% ซึ่งจะพบว่าผลตอบแทนเพิ่งปรับตัวดีขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา”
ซึ่งความมุ่งหวังของกองทุนที่เป็น Passive Fund ก็มุ่งหวังสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีเทียบวัดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่อาจจะไม่ได้เหมาะกับนักลงทุนทั่วไป แต่คงต้องเป็นนักลงทุนที่มีความเข้าใจ สนใจ และสามารถรับความเสี่ยงได้สูงเป็นสำคัญ
สำหรับใครที่มีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม “สินค้าเกษตร” และมองหาทางเลือกในการเข้าไปลงทุน “กองทุนสินค้าเกษตร” อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ แต่ขอให้ศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนการลงทุนเท่านั้นเองอย่าลืมว่าเป็นกองทุนที่มี ‘ความเสี่ยงสูงมาก’ และแบ่งเงินมาลงทุนไม่ใช่เอาเงินทั้งหมดทุ่มมาลงทุนแต่ประการใด
