เพิ่มพลัง “การเติบโต” ให้เงินลงทุนของคุณด้วย... “หุ้นเติบโตโลก” & “หุ้นเวียดนาม” !!!
หนึ่งในกลุ่มหุ้นที่นักลงทุนส่วนใหญ่ชื่นชอบ คงต้องเป็น “กลุ่มหุ้นเติบโต” ที่จะช่วยให้เงินลงทุนของคุณมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
ในตลาดโลกก็มี “หุ้นเติบโต” ที่ได้รับประโยชน์จาก Megatrends ของโลกที่พร้อมจะเติบโตไปกับโลกแห่งอนาคต
และในระดับประเทศเองก็คงต้องยกให้กับ “หุ้นเวียดนาม” ที่พื้นฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงจะเป็นปัจจัยผลักันความน่าสนใจของตลาดนี้ได้เป็นอย่างดี
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจในหุ้นทั้ง 2 ธีมมาอัพเดทกัน
“บลจ.ยูโอบี” ชู ‘หุ้นกลุ่มเติบโต’ ที่จะได้ประโยชน์จาก Megatrends ทั่วโลก...ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว
โดย “รัชดา ตั้งหะรัฐ” กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) มองว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลก GDP ในปี 2021 นี้จะเติบโต 6.0% และ 4.9% ในปี 2022 ซึ่งเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ผ่านมาก่อนเกิดสถานการณ์ COVID-19 เนื่องจากหลายประเทศโดยเฉพาะใน “กลุ่มพัฒนาแล้ว” สถานการณ์ COVID-19 ผ่อนคลายมากขึ้น ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตอย่างปกติ แม้จะยังมียอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น แต่อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ในขณะที่การเร่งฉีดวัคซีนยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จากการเปิดเมืองนี้ทำให้เกิดการขยายตัวของภาคการผลิตและภาคบริการ ภาพรวมของเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงระดับเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ส่งผลให้ “ธนาคารกลางสหรัฐ” อาจใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายน้อยลง แต่การปรับลดมาตรการ QE และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย น่าจะยังคงเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป

(รัชดา ตั้งหะรัฐ)
“นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นในหลายประเทศส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น แม้จะมีการปรับตัวลงมาบ้างจากความกังวลเรื่องการระบาดของสายพันธ์เดลต้า อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจของบางประเทศ เช่น สหรัฐเข้าสู่ช่วงกลางของวัฏจักรการเติบโตของเศรษฐกิจ ผลตอบแทนในระยะต่อไปอาจมีแนวโน้มลดลงและผันผวนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เรามีมุมมองว่าการลงทุนใน ‘หุ้นทั่วโลก’ จะยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะต่อจากนี้ โดยเฉพาะการลงทุนในภูมิภาคที่มีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว รวมถึงการลงทุนในหุ้นภายใต้ธีมที่จะได้ประโยชน์จากรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ ครอบคลุมทั้ง ‘หุ้นกลุ่มเติบโต’ ที่จะได้รับประโยชน์จาก ‘ธีมที่เป็นกระแส (Megatrends)’ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในหุ้นทั่วโลก จึงยังเป็นกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจลงทุนเพื่อหวังผลในระยะยาว”
“บลจ.พรินซิเพิล” มั่นใจศักยภาพ “หุ้นเวียดนาม” แนวโน้มมาแรงตามเศรษฐกิจ
ในขณะที่ “ศุภกร ตุลยธัญ” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.พรินซิเพิล มองว่า “หุ้นเวียดนาม” ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุน โดยโอกาสการเติบโตของเวียดนามได้รับการสนับสนุนจาก 4 ปัจจัย ได้แก่ 1. GDP ที่จะเติบโตได้ดีในระยะข้างหน้า 2. นโยบายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 3. การเคลื่อนย้ายฐานการผลิตของบริษัทต่างชาติ และ 4. การเพิ่มขึ้นของประชาชนชั้นกลาง โดยปัจจุบันเวียดนามถือเป็นฐานการผลิตแห่งใหม่ของโลกที่ได้รับประโยชน์จากสงครามทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐและดึงดูดความสนใจจากบริษัทต่างชาติด้วยข้อตกลงสิทธิประโยชน์ทางการค้าระหว่างประเทศที่มีอยู่มาก เช่น CPTPP และ RCEP เป็นต้น
รวมถึงมีแรงงานที่มีทักษะด้วยค่าแรงที่ต่ำกว่าอีกหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียนส่งผลให้เวียดนามมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment หรือ FDI) ต่อ GDP ในอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และจีน เป็นต้น นอกจากนี้สัดส่วนภาคการผลิตต่อ GDP ยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้อีกในอนาคต

(ศุภกร ตุลยธัญ)
“ขณะที่ ‘รัฐบาลเวียดนาม’ มีนโยบายให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นลำดับแรกจากแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติของเวียดนาม (PDP) ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการผลิตพลังงานนับจากปี 2020 – 2025 มีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 13.2% โดยเน้นไปที่การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ด้านอัตราการจ้างงานในภาคการผลิตและบริการก็ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก สนับสนุนให้เกิดการขยายตัวของสังคมเมืองอย่างรวดเร็วและกลายเป็นประเทศที่มีชนชั้นกลางเติบโตเร็วที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในภูมิภาคอาเซียน มีสัดส่วนการบริโภคของภาคเอกชนต่อ GDP อยู่ที่ 68% สูงเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคอาเซียน (รองจากฟิลิปปินส์ที่สัดส่วน 73% ต่อ GDP)”
เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาวจึงเป็นโอกาสการลงทุนภายใต้ธีมหลัก ได้แก่ 1. เวียดนามมีศักยภาพเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลก เนื่องจากเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกระแสเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากการลงทุนโดยตรงและได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตของบริษัทชั้นนำระดับโลก 2. การขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) ส่งผลให้ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้นและสนับสนุนการบริโภคในภาคเอกชนมีแนวโน้มเติบโตได้ดี และ 3. ตลาดหุ้นเวียดนามมีโอกาสถูกนำไปคำนวณใน ‘ดัชนี MSCI Emerging Markets’ ในอีก 5 ปีข้างหน้า
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนจาก “หุ้นที่มีการเติบโตสูง” เชื่อว่าทั้ง “หุ้นเติบโตโลก” ที่ได้ประโยชน์จาก Megatrend ต่างๆ และ “หุ้นเวียดนาม” จะเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตให้กับคุณได้เป็นอย่างดี
