“เก็บเงินเพื่อเกษียณ” ทำเองได้ไม่ต้องรอ...ชู ‘3 Themes’ เด่น-สร้างความมั่งคั่งระยะยาว !!!
เข้าสู่ช่วงปลายปีถึงเวลาของเทศกาล “กองทุนประหยัดภาษี” อีกครั้ง ปัจจุบันก็มีให้เลือกใช้สิทธิได้ผ่าน 2 กองทุน ทั้ง “กองทุนเพื่อการออม (SSF)” และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)”
คู่แฝดประหยัดภาษีที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนเมื่อรวมกับการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ ที่รัฐให้ประโยชน์ทางภาษีไว้แล้วรวมกันต้อง ‘ไม่เกิน 500,000 บาท’
แต่การออมผ่าน ‘SSF-RMF’ นั้น มีระยะเวลาการลงทุนที่ยาว ดังนั้นการเลือกการลงทุนที่ตอบโจทย์และสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับเงินได้ในระยะยาวก็จะช่วยให้เงินของคุณได้ทำงานอย่างเต็มที่
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มี 3 Themes ระยะยาวที่น่าสนใจจาก “SCB Chief Investment Office (CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์” มาอัพเดทกัน
แนะ “วางแผนเกษียณ” ด้วยตัวเองผ่าน ‘SSF-RMF’…พร้อมชู 3 Themes ตอยโจทย์การลงทุนระยะยาว
โดย “ศรชัย สุเนต์ตา” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย SCB Chief Investment Office (CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่า ประชากรไทยส่วนใหญ่ยังมีเงินออมไม่เพียงพอและมีแผนการเงินระยะยาวไม่ครอบคลุมต่อการเกษียณอย่างยั่งยืน ในขณะที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ครอบครัวส่วนใหญ่มีขนาดที่เล็กลง การพึ่งพาตนเองจึงเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเหมือนกับสังคมผู้สูงอายุในหลายประเทศทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม การวางแผนการเงินสำหรับชีวิตหลังเกษียณไม่ควรพึ่งระบบบำเหน็จบำนาญ หรือสวัสดิการของรัฐเป็นช่องทางหลัก หรือพึ่งพารายได้จากลูกหลาน แต่ควรให้ความสนใจกับแผนการลงทุนส่วนบุคคลเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินและพึ่งพาตนเองได้ในยามเกษียณ

(ศรชัย สุเนต์ตา)
“ผู้ลงทุนควรเลือกเทรนด์การลงทุนที่คาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่เติบโตให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นภายหลังเกษียณได้อย่างมั่นคง เช่น ค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาลที่คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นตามอายุของเราที่มากขึ้น และราคาของค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นด้วย สำหรับการลงทุนระยะยาว เราได้เลือก 3 ธีมเมกะเทรนด์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ธุรกิจสุขภาพ ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน และการเติบโตของเศรษฐกิจจีน สำหรับการลงทุนในกองทุน RMF และ SSF”
อย่างไรก็ตาม ‘RMF’ และ ‘SSF’ มีเงื่อนไขการลงทุนที่แตกต่างกัน ผู้ลงทุนควรพิจารณาทางเลือกในการลงทุนให้เหมาะสมกับตนเอง โดยพิจารณาทั้งจากจุดประสงค์ในการลงทุน ระยะเวลาในการลงทุน ความเสี่ยงและนโยบายการลงทุนของกองทุนตามความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุนประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วยเช่นกัน
“Theme1: ธุรกิจสุขภาพ (Healthcare)”…เติบโตตามโลกที่ก้าวสู่ ‘สังคมผู้สูงอายุ’
สำหรับ “Healthcare” เป็นเทรนด์ที่เหมาะกับการถือลงทุนในระยะยาว เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลคิดเป็นสัดส่วนที่สูงต่อ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลกในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ขณะที่โครงสร้างประชากรเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจากการที่สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปีเมื่อเทียบกับอัตราการเกิด
การลงทุนในหุ้นของบริษัทด้าน “ธุรกิจสุขภาพทั่วโลก” เป็นโอกาสการกระจายการลงทุนในหลายอุตสาหกรรมย่อยที่มีความสำคัญ เช่น บริษัทยา (Pharmaceutical) เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (Health Technology) เทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Technology) ประกันสุขภาพ (Health Insurance) อุปกรณ์การแพทย์ (Medical Devices and Instruments) ฯลฯ
“ซึ่งการลงทุนในหุ้นบริษัทธุรกิจสุขภาพโลก มองเป็นการลงทุนได้ทั้งในสไตล์หุ้น ‘defensive’ ที่มีความผันผวนไม่มาก รวมถึงสไตล์หุ้น ‘growth’ ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงได้อย่างสมดุล ซึ่งเหมาะกับแผนการลงทุนระยะยาว เนื่องจากธุรกิจสุขภาพถือเป็นธุรกิจหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จะอยู่คู่กับมนุษย์ทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง”
“Theme2: ธุรกิจเทคโนโลยีการเงิน (Fintech)”…โอกาสโตไปกับการเงินยุคดิจิทัล
ด้วยวิวัฒนาการของภาคเทคโนโลยีทางการเงินมีความคืบหน้าต่อเนื่องและ Fintech ยังมีแนวโน้มเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมบริการทางการเงินและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในระยะยาว เนื่องจากกระแส “Digital Transformation” ทั่วโลกเร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่เกิดการระบาดของ COVID-19 ทำให้ปัจจุบันกระแส Fintech เป็นเรื่องปกติในทุกภาคส่วน

สำหรับหุ้นธุรกิจ Fintech ที่น่าสนใจ ได้แก่ บริษัทที่ทำธุรกิจในเรื่องของ E-Commerce, Social Platform, Digital Payment, Digital Lending, Cloud Computing รวมไปถึงธุรกิจด้าน Wealth Management และ Robo Advisory และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใน Cryptocurrency และเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมากจากคนรุ่นใหม่
“ทั้งหมดนี้เป็นธุรกิจการเงินแห่งอนาคตและถือเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ และบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ล้วนเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาด Fintech ทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูง ซึ่งสอดคล้องกับแผนการลงทุนระยะยาวเช่นกัน”
“Theme3: แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจจีน”...กับโอกาสร่วมลงทุนระยะยาว
สำหรับ “จีน” ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าสนใจลงทุนมากที่สุดในโลก และยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แม้ในปีนี้ “ราคาหุ้นจีน” ปรับลดลงมามากเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นในประเทศอื่น เนื่องจากแรงกดดันจากการคุมเข้มด้านกฎระเบียบต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ และการปฏิรูปเศรษฐกิจและธุรกิจตามแนวทางความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน (Common Prosperity)
“แม้ความกังวลด้านกฎระเบียบยังอาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นจีนในช่วงสั้น แต่จากแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของจีนยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตของธุรกิจจีนอีกมาก”
ปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่สามารถพลิกโฉมเศรษฐกิจและมีความเป็นเลิศในวิทยาการด้านต่างๆ ทั้งสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และมีเทคโนโลยีที่สามารถแข่งขันได้กับชาติมหาอำนาจตะวันตก และด้วยขนาดประชากรจีนที่มีมากราว 1.4 พันล้านคน ทำให้ยังมีกำลังซื้ออีกมหาศาลและเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ของโลก
“เรามองเห็นโอกาสการลงทุนในหุ้นจีน ‘A-Shares’ ที่ได้อานิสงค์จากการบริโภคภายในประเทศที่ยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของทางการจีนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ‘บริษัทเทคโนโลยีจีน’ ที่ปีนี้ ราคาหุ้นปรับฐานลงมามากจากความกังวลและการคุมเข้มด้านกฎระเบียบ ทำให้ราคาหุ้นเริ่มถูกและมี valuation ที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว”
สำหรับ “SSF-RMF” มีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดพอร์ตตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม “การกระจายความเสี่ยง” ไปหลายกองทุน และสัดส่วนการลงทุนใน ‘หุ้น’ และ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ควรจะต้องสอดคล้องกับ ‘อายุ’ และ ‘ความสามารถในการยอมรับความเสี่ยง’ ของผู้ลงทุนด้วย หากอายุมากขึ้นก็ควรจะต้องทยอยลดน้ำหนักในกองทุน ‘หุ้น’ และ ‘สินทรัพย์เสี่ยงให้น้อยลง’ ไปด้วยเช่นกัน ใครที่กำลังมองหา Theme การลงทุนระยะยาว เชื่อว่า ‘3 Themes’ นี้น่าจะตอบโจทย์ได้บ้างไม่มากก็น้อย
