“SSF-RMF” มีสัดส่วน ‘หุ้นไทย’ 30-38%...ลุ้น Q4/21 ไหลเข้าสุทธิ 1.3 หมื่นลบ. !!!
เข้าสู่โค้งสุดท้ายของเทศกาลลงทุน “กองทุนประหยัดภาษี” ประจำปี ได้ทั้งผลตอบแทนและยังได้ลดหย่อนภาษีเป็นของแถมเพิ่มเติมกันไปอีก
“ตลาดหุ้นไทย” เองก็คาดหวังเม็ดเงินลงทุนบางส่วนที่จะไหลเข้ามาด้วยเช่นกัน แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่า “ไม่ได้มีนัยสำคัญ” อะไรกับทิศทางของตลาดก็ตาม
เพราะทั้ง “กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)” และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” นั้น ไม่ใช่มีนโยบายมุ่งลงทุนเฉพาะหุ้นไทยแต่ประการใด ดังนั้นเงินที่จะเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยก็ไม่ 100%
ในปี20 ที่ผ่านมา มีเงินลงทุนใน “SSF” สิ้นปี 1.95 หมื่นล้านบาท มีเงินไหลเข้า “RMF” ทั้งปี 3.57 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันถือว่าน้อยมาก
และเม็ดเงินที่เข้าสู่ตลาดหุ้นไทยนั้น ส่วนใหญ่เกินกว่า 90% ก็หนีไม่พ้น “หุ้นใหญ่-ดัชนี SET50” นั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาอัพเดทกันเช่นเคย
คาดมีเงิน “SSF-RMF” ไหลเข้าสุทธิ ‘หุ้นไทย’ ไตรมาสที่4/21 ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท
สิ้นเดือนพ.ย. 21 จากข้อมูลของ “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)” ระบุว่า มี “SSF” 177 กองทุน มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 29,171.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี20 อยู่ 49.71%
“ในจำนวนนี้เป็น ‘SSF-หุ้นไทย’ 54 กองทุน มีสินทรัพย์สุทธิ 11,119.85 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 38.12% และเป็น ‘SSF-หุ้นต่างประเทศ’ 63 กองทุน มีสินทรัพย์รวมกัน 8,703.36 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 29.83% ที่เหลือเป็นนโยบายลงทุนอื่นๆ”

ส่วน “RMF” นั้น มี 282 กองทุน มีสินทรัพย์สุทธิรวมกัน 362,761.60 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปีที่แล้ว -14.55% ในจำนวนนี้เป็น ‘RMF-หุ้นไทย’ 75 กองทุน มีสินทรัพย์สุทธิรวมกัน 109,277.72 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 30.12% และเป็น ‘RMF-หุ้นต่างประเทศ’ 81 กองทุน มีสินทรัพย์ 63,548.67 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 17.52%
“หากอิงข้อมูลเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิในช่วงไตรมาสที่4/20 จาก “Morningstar” มาเทียบเคียงกับในไตรมาสที่4/21 คาดว่าจะมีเงินไหลเข้าสุทธิ SSF ประมาณ 9 พันล้านบาท และ RMF ประมาณ 3.15 หมื่นล้านบาท โดยอิงสัดส่วนหุ้นไทยของกองทุนแต่ละประเภท ก็จะมีเม็ดเงินที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยรวมกันประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท เป็นของ SSF ประมาณ 3.43 พันล้านบาท และ RMF ประมาณ 9.49 พันล้านบาท”
“SSF-RMF” หุ้นไทย...มากกว่า 90% เป็น ‘กองหุ้นขนาดใหญ่’ เป้าหมายหลักอยู่ใน “หุ้นใหญ่-ดัชนี SET50”
การที่ “SSF-RMF” มีนโยบายให้เลือกลงทุนที่หลากหลายได้ทุกสินทรัพย์นั้น ส่วนสำคัญก็เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนในระหว่างทางที่ค่อนข้างยาวนานให้กับผู้ลงทุนนั่นเอง ปัจจุบันทางเลือกการลงทุนใน “ต่างประเทศ” ก็เปิดกว้างขึ้น ความน่าสนใจและโอกาสในมุมของนักลงทุนเองอาจจะมองว่า “น่าสนใจกว่า” จึงไม่น่าแปลกใจว่า เฉพาะ “หุ้นต่างประเทศ” จำนวนกองทุนก็มากกว่า “หุ้นไทย” แล้ว แม้ว่าขนาดเม็ดเงินอาจจะน้อยกว่าก็ตาม

อย่างที่กล่าวไปแล้ว “SSF-RMF” หุ้นไทยส่วนใหญ่เกินกว่า 90% เป็น ‘กองหุ้นใหญ่’ ซึ่งโฟกัสหุ้นใน “ดัชนี SET50” เป็นสำคัญ ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมหลักประกอบด้วย
1.พลังงาน 27%
2.แบงก์ 11%
3.พาณิชย์ 10%
4.ขนส่ง 9%
5.ICT 9%
“ต้องไม่ลืมว่า...‘กองทุนรวม’ ต้องลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายลงทุน ในส่วนของรายละเอียดและน้ำหนักของหุ้นอาจจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบลจ. แต่หุ้นใน ‘ดัชนี SET50’ ก็ยังเป็นเป้าหมายหลักของเม็ดเงิน ‘SSF-RMF’ ที่จะเข้าตลาดหุ้นไทยในครั้งนี้ ที่สำคัญกองทุนไม่จำเป็นต้องรีบนำเงินเข้าไปลงทุนหากมองว่าราคายังไม่เหมาะสม ก็สามารถรอจังหวะเพื่อทยอยเข้าลงทุนได้ สำคัญคือการลงทุนเฉลี่ยทั้งปีในหุ้นต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้เท่านั้นเอง”
ช่วงที่ผ่านมา “หุ้นใหญ่” ก็ดูจะ Underperform “หุ้นเล็ก” และ “ตลาดหุ้นไทย” โดยรวมอยู่พอสมควร หากใครยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงทุนอะไรดี ลองหันกลับมามองกลุ่ม “SSF-RMF” หุ้นไทยดูสำหรับการลงทุนระยะยาวจากจุดนี้ ก็ถือว่ายังคงน่าสนใจอยู่นั่นเอง
