แนะหุ้น “Thematic” & “หุ้นแห่งอนาคต”...ตอบโจทย์ปีเสือ-สร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาว !!!
อีกไม่ถึง 2 อาทิตย์เราก็จะก้าวเข้าสู่ปีใหม่ “ปีขาล-2022” กันแล้ว ในปีหน้าโลกจะกลับเข้าสู่ “ภาวะปกติ” แต่ก็ยังมีความท้าทายที่รออยู่ด้วยเช่นกัน
“COVID-19” จะยังส่งผลต่อตลาดอยู่แม้ว่าความรุนแรงจะน้อยลงก็ตาม ในขณะที่นโยบายการเงิน-การคลังก็จะเข้าสู่ภาวะปกติด้วยเช่นกัน เข้าสู่โหมดของเศรษฐกิจและการลงทุนที่ควรจะเป็น
การมองหาธีมการลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ในระยะยาวจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน
ซึ่ง “Thematic” และ “หุ้นแห่งอนาคต” น่าจะเข้ามาตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจจาก “SCB CIO” ไว้รีบมือปีเสือที่กำลังจะมาถึงกัน
“Renewable Energy & Decarbonization”…กระแสหลักของโลกการลงทุนในแนวทาง ESG
โดย “ศรชัย สุเนต์ตา” ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารฝ่าย SCB Chief Investment Office ธ.ไทยพาณิชย์ มองว่า ปี22 นั้น เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณการฟื้นตัวสู่ “ภาวะปกติ” เรายังชอบ “หุ้น” มากกว่า “ตราสารหนี้” การมองหาการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ในระยะยาวเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งก็จะมาจาก “Thematic” และ “หุ้นแห่งอนาคต” เป็นสำคัญ
ในส่วนของ “Thematic” นั้น ที่น่าสนใจประกอบด้วย 3 ธีมสำคัญ ได้แก่ “Renewable Energy & Decarbonization” หรืออุตสาหกรรมพลังงานทดแทนถือเป็นการลงทุนระยะยาวใน ESG ที่สำคัญ เพราะโลกกำลังหันเข้าสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และได้รับการสนับสนุนชัดเจนทั่วโลก โดยคาดว่าสัดส่วนพลังงานทดแทนจะเพิ่มขึ้นจาก 20% ในปี2010 เป็น 86% ในปี2050 ซึ่งการหันมาใช้พลังงานทดแทนนี้จะทำให้อุตสาหกรรมอีกมากมายได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนทิศทางการใช้พลังงานของโลก จากข้อตกลงการเลิกใช้ถ่านหิน การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านการขนส่งไปสู่ระบบรถยนต์ไฟฟ้า

(ศรชัย สุเนต์ตา)
“ทั้งนี้ระบบนิเวศ (Ecosystem) ของพลังงานทดแทนนั้นไม่ใช่เรื่องของการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องอีกหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอร์รี่, สถานีชาร์จไฟ, Semiconductor, รถไฟฟ้า หรือโรงงานกำจัดขยะจากแบตเตอร์รี่ เป็นต้น ซึ่งการลงทุนไปใน 10-20 ปีข้างหน้า จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดโดยรวมให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี”
“Healthcare” เทรนด์การลงทุนที่มาพร้อมกับ “สังคมผู้สูงอายุ”
“Healthcare” คืออีกธีมที่น่าสนใจ พบว่าการใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกมีสัดส่วนสูงต่อ % GDP และแนวโน้มราคายา ค่ารักษาและเม็ดเงิน R&D ยังเติบโตต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีและธุรกิจสุขภาพโลกมีการเติบโตที่มั่นคง สะท้อนจากยอดขายและเงินลงทุน R&D ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องทุกปีราว 7.6% และ 3.6% CAGR ตามลำดับจนถึงปี 2026
ค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพก็โตตามเม็ดเงินของคนในโลกด้วยเช่นกัน อย่าลืมว่า 1 ใน 3 ของคนในโลกอยู่ในเอเชีย เฉพาะ ‘จีน’ และ ‘อินเดีย’ ก็มีนโยบายชัดเจนที่จะยกระดับคนของตัวเองให้สู่คนที่มีรายได้ปานกลาง นั่นจะทำให้คนมีรายได้มากขึ้นก็มีกำลังที่จะมาจับจ่ายในการดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ‘สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)’ ก็เป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ พบว่าคนที่อายุ 65 ปีขึ้นไปมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงกว่าคนอายุน้อยถึง 3 เท่า
“ปัจจุบัน ‘Global Healthcare’ มีมูลค่าตลาดใหญ่ใกล้เคียงกลุ่ม ‘Financials’ และมีสัดส่วนธุรกิจผสมทั้งกลุ่ม Growth & Defensive ช่วยสร้างสมดุลได้เป็นอย่างดี โดย medical tech subsector เป็นกลุ่มที่เรามองมีการเติบโตที่ค่อนข้างแข็งแกร่งและค่อนข้าง outperform ในกลุ่ม Healthcare นี้”
“FinTech”…ตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว...และไม่จำกัดแค่ในกลุ่มสถาบันการเงินเท่านั้น
“FinTech” เป็นอีกธีมที่น่าสนใจลงทุนระยะยาว การระบาดของ COVID-19 ทำให้วิวัฒนาการของภาคเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและ Fintech ยังคงเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมบริการทางการเงินและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เล่นในกลุ่มนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สถาบันการเงินเท่านั้นแต่บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งก็ลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน
“ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอเมริกายังครองส่วนแบ่งการตลาดของการเติบโตรายได้ Fintech มากที่สุด จากประมาณการของ Deloitte ภาพรวมของ Fintech ยังสามารถเติบโตได้เฉลี่ยราวปีละ 12% จนถึงปี 2024 นอกจากนี้การเติบโตของ CeFi และ DeFi จะมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมและรูปแบบบริการทางการเงินใหม่ๆ จะเห็นว่า Tech Firm ใหญ่ๆ อยู่ในจีน ในขณะที่ในสหรัฐก็มีการเติบโตเร็วเช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งธีมที่เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว”

“ธุรกิจอวกาศ” และ “Metaverse”…เป็น “หุ้นแห่งอนาคต”
นอกจากหุ้น “Thematic” ที่ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาวแล้ว “หุ้นแห่งอนาคต” ก็เป็นโอกาสการลงทุนที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้เช่นกัน ลองนึกดูว่าถ้าเรามีโอกาสลงทุนหุ้นตอน IPO ของ Amazon มาถึงปัจจุบันจะมีกำไร 1,955 เท่า หรือ Meta ก็กำไร 8 เท่า หรือ Tesla ก็ 254 เท่า หรือใครลงทุนใน Bitcoin ตอน IPO เมื่อ 10 ปีก่อน นับถึงปัจจุบันกำไร 151 เท่า เป็นต้น
“เรากำลังมองหาโอกาสลงทุนใน ‘จุดเริ่มต้น’ ใน ‘หุ้นแห่งอนาคต’ ที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีมากๆ ให้กับการลงทุนของเราได้ ซึ่งเรามองว่า ‘ธุรกิจอวกาศ’ และ ‘Metaverse’ จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีและอยู่ในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจด้วย”
“มูลค่าเศรษฐกิจด้านอวกาศ (Space Economy)” มีแนวโน้มเติบโตเติบโตต่อเนื่องเกินกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอวกาศและการสำรวจอวกาศจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับนักลงทุนอีกต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจด้านอวกาศเริ่มมีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตประจำวันและทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจและธุรกิจ
“ในขณะที่ ‘Metaverse’ จะไม่อยู่แค่ในเกมอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้ามาอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น โดย PwC ประมาณการขนาดของตลาด Metaverse จะมีมูลค่า 1,500 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี2030 หรือโตขึ้น 10 เท่า จากปัจจุบัน สอดคล้องกับ Bloomberg ที่คาดว่าขนาดตลาดจะโตเป็น 800 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี2024 ในทิศทางเดียวกัน”
ใครที่กำลังมองหาสินทรัพย์การลงทุน “ระยะยาว” แบบเลือกแล้วสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้ได้ในระยะยาวนั้น ทั้ง “3 Thematic” และ “2 หุ้นแห่งอนาคต” นี้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ให้กับคุณได้ไม่มากก็น้อย
