“กองทุนตปท.” เป้าหมายหลักเงินลงทุนปีฉลู...ส่วน “กองหุ้นไทย” ช้ำหนักเงินไหลออกเป็นไตรมาสที่8 ติดต่อกัน !!!
“อุตสาหกรรมกองทุนรวม” ในปี21 ที่ผ่านมานั้น ยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่องในท่ามกลางวิกฤติ COVID-19 ถือเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่เติบโตได้ในทุกภาวะเศรษฐกิจ จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง
ปีที่ผ่านมากองทุนรวมมีสินทรัพย์สุทธิ 5.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.57% จากปี20 (หากนับเฉพาะกองทุนเปิด ไม่รวมกองทุนปิด, ETF, REIT, Infrastructure fund จะมีมูลค่าทรัพย์สินรวม 4.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7%)
นอกจากนี้ยังมีสถิติสำคัญที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทยอีกมากมายในปีฉลูที่ผ่านมา
วันนี้ ทาง ‘Wealthythai’ ได้รวบรวมเอา 9 เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน
1.“อุตสาหกรรมกองทุนรวม” มีสินทรัพย์ 4.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7%
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า ปี21 ในท่ามกลางวิกฤติ COVID-19 แต่ “กองทุนรวมไทย” (เฉพาะกองทุนเปิด ไม่รวมกองทุนปิด, ETF, REIT, Infrastructure fund) มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 4.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% จากสิ้นปี20

“โดย ‘กองทุน Money Market’ ยังเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงสุดที่ 6.5 แสนล้านบาท ลดลง 13.9% จากปี20 ตามมาด้วย ‘กองทุนหุ้นขนาดใหญ่’ มีมูลค่าทรัพย์สินเป็นอันดับ 2 ที่ 6.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% และอันดับ3 ‘กองตราสารหนี้ระยะสั้น’ มีสินทรัพย์สุทธิ 5.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 10.1%”
2.มีเงินไหลเข้าสุทธิทั้งปี 2 แสนล้านบาท...ส่วนใหญ่ไหลเข้า “กองทุนหุ้น”-ทำสัดส่วนแซงขึ้นอันดับ1 เรียบร้อย
ในไตรมาสสุดท้ายปี21 ธุรกิจกองทุนรวมมีเงินไหลเข้าสุทธิ 7.2 หมื่นล้านบาท รวมทั้งปีเป็นเงินไหลเข้าสุทธิ 2.0 แสนล้านบาท

“กองทุนหุ้นมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.6 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.7% จากสิ้นปี20 โดยเกิดจากเงินไหลเข้าสุทธิไตรมาสล่าสุด 6.2 หมื่นล้านบาท รวมทั้งปีสูงถึง 2.6 แสนล้านบาท ทำให้ ‘กองทุนหุ้น’ ขยับขึ้นมามีมูลค่าทรัพย์สินรวมสูงสุดคิดเป็นสัดส่วน 38% ของอุตสาหกรรม แทน ‘กองทุนตราสารหนี้’ ที่เป็นกลุ่มหลักของอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนานไปเรียบร้อยแล้ว”
“กองหุ้นโลก” มีเงินไหลเข้าสุทธิมากสุด 9.4 หมื่นล้านบาท...โดยกองทุนที่มีเงินไหลเข้ามากสุดเป็นกองทุนต่างประเทศ 9 กลุ่ม
“กองหุ้นต่างประเทศ” หลายกลุ่มยังคงมีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง นำโดยกลุ่ม “กองหุ้นโลก (Global Equity)” ที่มีเงินไหลเข้าสูงเป็นอันดับต้น ๆ ตลอดทั้งปีสูงถึง 9.4 หมื่นล้านบาท
“ทั้งนี้จะพบว่า 10 กลุ่มกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสุทธิมากสุดนั้น เป็น ‘กองทุนต่างประเทศ’ ถึง 9 กลุ่ม ของไทยมีติดมา 1 อันดับ ได้แก่ ‘กองตราสารหนี้ระยะสั้น’ เท่านั้น ด้าน ‘กองหุ้นจีน’ ที่แม้จะมีข่าวเชิงลบทำให้เงินไหลเข้าชะลอตัวในบางช่วง แต่โดยรวมยังเป็นเงินไหลเข้าทั้งปีมากเป็นอันดับ2 ที่ 8.4 หมื่นล้านบาท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 1.7 แสนล้านบาท เติบโต 45.8% จากปีที่แล้ว”

4.“กองตราสารตลาดเงิน” มีเงินไหลออกสุทธิมากสุดปี21 กว่า -1.06 แสนล้านบาท
ส่วนกลุ่มที่มีเงินไหลออกสุทธิมากสุดในปี21 ที่ผ่านมา ได้แก่ “กองตราสารตลาดเงิน (Money Market)” มีเงินไหลออกตลอดทั้งปี -1.06 แสนล้านบาท
“ช่วงหนึ่งหลังวิกฤติ COVID-19 เงินเคยไหลเข้ามาพักในกลุ่มกองทุนความเสี่ยงต่ำอย่าง ‘กองตราสารตลาดเงิน’ แต่ในปีนี้เป็นกลุ่มที่เงินไหลออกมากที่สุด ซึ่งก็ชอบด้วยเหตุผลจากดอกเบี้ยที่ต่ำ และเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ผลักดันให้เงินไหลออกจากกองทุนกลุ่มนี้”
5.เป็นปีแรกที่ “กองหุ้นต่างประเทศ” มีขนาดสินทรัพย์สุทธิแซงหน้า “กองหุ้นในประเทศ” ไปแล้ว
ความนิยมการลงทุนต่างประเทศทำให้มูลค่าการลงทุน “กองหุ้นต่างประเทศ” เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 7.9 แสนล้านบาท สูงกว่า “กองหุ้นไทย” ที่ 7.4 แสนล้านบาท ไปเรียบร้อยแล้วในปี21 ที่ผ่านมา

“โดยการลงทุนต่างประเทศมีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปี20 และชะลอลงในช่วงกลางปี21 ในขณะที่ ‘กองหุ้นไทย’ ค่อนข้างทรงตัวและหรือหดตัวลงในบางช่วง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างตลาดหุ้นไทยเองที่ยังเป็นกลุ่ม Old Economy อาจทำให้ความน่าสนใจน้อยกว่าหุ้นต่างประเทศที่มีทางเลือกที่หลากหลาย เช่น กลุ่มเทคโนโลยี เป็นต้น ซึ่งภาพยังน่าจะต่อเนื่องไปจากนี้”
6.“กองหุ้นไทย (ไม่รวม LTF RMF SSF)” มีเงินไหลออกเป็นไตรมาสที่8 ติดต่อกัน...รวมทั้งปี21 มีเงินไหลออกสุทธิ 1.9 หมื่นล้านบาท
สำหรับ “กองหุ้นไทย” (ไม่รวม LTF RMF SSF) สิ้นปี21 มีมูลค่าทรัพย์สินรวม 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น3.7% จากสิ้นปีก่อน การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยโดย SET TR รอบปี 2021 อยู่ที่ 17.7% ทำให้มีเม็ดเงินไหลออกตลอดทั้งปี

“กองทุนหุ้นไทย (ที่ไม่รวมกองทุนประหยัดภาษี) ยังคงมีเงินไหลออกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8 ติดต่อกัน โดยในไตรมาสล่าสุดที่ 1.2 พันล้านบาท เกือบทั้งหมดเป็นเงินจากกลุ่ม ‘กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก’ จากที่กองทุนหุ้นกลุ่มนี้มีผลตอบแทนค่อนข้างสูง โดยเฉลี่ยที่ 27.8% รวมเม็ดเงินรอบปี 2021 มีเงินไหลออกจาก ‘กองหุ้นไทย’ (ไม่รวม LTF RMF SSF) ทั้งหมด 1.9 หมื่นล้านบาท”
7.“SSF” มีสินทรัพย์สุทธิเกือบ 4 หมื่นล้านบาท...มีเงินไหลเข้าสุทธิทั้งปี 1.5 หมื่นล้านบาท
“กองทุนเพื่อการออม (SSF)” มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเกือบ 4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.0% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเป็นช่วงที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดของปี ทำให้มีเงินไหลเข้าในไตรมาสนี้ 1.1 หมื่นล้านบาท รวมทั้งปี 1.5 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินไหลเข้าในเดือนธันวาคม 8.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 56% ของทั้งปี

“กอง SSF 2 กลุ่มใหญ่ อันดับ1 ยังเป็นกลุ่ม ‘กองหุ้นขนาดใหญ่’ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.8% จากสิ้นปี20 คิดเป็น 31.2% ของตลาดกองทุนเพื่อการออมทั้งหมด ในขณะที่กอง SSF ที่เป็นการลงทุนต่างประเทศมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าการลงทุนในประเทศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกองทุนหุ้นกลุ่ม ‘กองหุ้นโลก’ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้น 146% มาอยู่ที่เกือบ 1 หมื่นล้านบาท ใหญ่เป็นอันดับ2”
8.“LTF” มีทรัพย์สินสุทธิที่ 3.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3%...แต่รวมทั้งปีมีเงินไหลออกสุทธิ 1.9 หมื่นล้านบาท
“กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ 3.6 แสนล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 5.3% จากสิ้นปี 20 ตามทิศทางตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นในปีที่ผ่านมา เงินไหลออกสุทธิเร่งตัวขึ้นในไตรมาสสุดท้ายที่ 5.3 พันล้านบาท รวมทั้งปีไหลออกสุทธิ 1.9 หมื่นล้านบาท
“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ไม่มีการขาย ‘กองทุน LTF’ เพื่อประโยชน์ทางภาษี จึงมีทิศทางเงินไหลออกต่อเนื่อง รวม 2 ปี 3.4 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดีในปี22 นี้จะมีเงินลงทุนจากปี 2016 ที่ครบกำหนดขายได้ตามเงื่อนไขถือครอง 7 ปีปฏิทิน จึงเป็นส่วนให้กองทุน LTF จะมีเงินไหลออกสูงขึ้นในปี 2022 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนจากการลงทุนของแต่ละกองทุน อย่างไรก็ตามคงไม่มีนัยหรือส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยแต่ประการใด และคาดว่าเงินที่ขายออกมาก็ยังจะอยู่ในระบบกองทุนรวมโดยอาจจะเข้าไปซื้อ SSF หรือ RMF หรือกองทุนปกติอื่นๆ แทนไม่ได้หายไปแต่ประการใด”

9.“RMF” มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 4.0 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.5% ...ทั้งปีมีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.7 หมื่นล้านบาท
ส่วน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 4.0 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.5% จากสิ้นปีก่อน ในไตรมาสสุดท้ายยังคงมีเม็ดเงินไหลเข้าสูงเช่นทุกปีด้วยมูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท รวมทั้งปี 3.7 หมื่นล้านบาท สูงกว่าปี20 ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท
“จากปริมาณเงินไหลเข้า ‘กองทุน RMF’ ทั้งปีที่ 3.7 หมื่นล้านบาท เป็นเงินจากกองทุน ‘RMF – Equity’ ถึง 87% ของเม็ดเงินดังกล่าว โดยเป็นปีแรกที่มีเงินไหลเข้ากองทุน RMF Equity มากกว่า 3 หมื่นล้านบาท อันเกิดจากเงินเข้าลงทุนในกองทุนต่างประเทศทั้งหมด นำโดยกลุ่ม ‘กองหุ้นโลก’ 1.1 หมื่นล้านบาท ตามมาด้วย ‘กองหุ้นจีน’ 9.0 พันล้านบาท และ ‘กองหุ้นเทคโนโลยี’ 4.3 พันล้านบาท”
ทั้งหมดนี้คือ 9 เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นใน “กองทุนรวมไทย” ในปี21 ที่ผ่านมา ซึ่งแนวโน้มปี22 นี้คาดว่าธุรกิจกองทุนรวมของไทยยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ในส่วนของเม็ดเงินไหลเข้ากลุ่มกองทุนประหยัดภาษีทั้ง “SSF-RMF” ก็ประเมินว่าจะสูงกว่าในปีที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
