“TNP”-ธนภูมิ...ชื่ออาจดูโบราณ...แต่ลุย “หุ้นไทย” มา 22 ปีกว่าสร้างผลงานไม่น้อย 10.06% ต่อปี !!!

กองทุนติดดาว: วันนี้ เป็นกองทุนในกลุ่ม Equity General” หรือ “กองหุ้นทั่วไป” ที่ได้การจัดอันดับ “Morningstar 5 ดาว”


ทำไมต้อง “กองทุนติดดาว” เพราะเป็นกองทุนที่ได้การจัดอันดับจาก “องค์กรที่เป็นกลาง” ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนแต่ประการใดนั่นเอง


และต้องย้ำอีกครั้งว่า Morningstar Rating” เป็นการจัดอันดับบน “ผลตอบแทนที่ปรับด้วยความเสี่ยง (Risk Adjusted Return)ไม่ใช่ดูกองทุนเด่นโดยดูแค่ “ผลตอบแทน” เพียงอย่างเดียวแต่ประการใด เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน


และแน่นอน...ผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้การันตีถึงผลตอบแทนในอนาคตแต่ประการใด นักลงทุนสายกองทุนรวมต้องท่องเป็นคาถาให้ขึ้นใจกันเลยทีเดียว ตลอดจนนักลงทุนสายอื่นๆ ก็เช่นเดียวกันนะ


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนี้ในการนำเสนอ “กองทุนรวมหุ้นไทย” ที่น่าสนใจมาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่มีหุ้นไทยเป็นขวัญใจกัน



รู้หรือไม่
?...“กองหุ้นไทย” มีหลากหลายประเภทให้เลือกลงทุนนะ

ตลาดหุ้นไทย ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่เริ่มกลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่นักลงทุนไทยหลายคนต้องเฝ้าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านและตลาดหุ้นต่างประเทศอื่นทะยานขึ้นได้ขึ้นดีมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง


ซึ่งเมื่อตลาดส่งสัญญาณขาขึ้น นักลงทุนไม่น้อยก็เริ่มที่จะกลับมาเข้าหาโอกาสหรือจับจังหวะลงทุนเพื่อที่จะสร้างผลตอบแทนให้แก่พอร์ตลงทุนเพิ่มเติม


แต่ในการจะเฟ้นหาหุ้นหรือหลักทรัพย์ในตลาดขาขึ้นเช่นกัน ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายดายเสมอไปจึงอาจจะต้องอาศัยตัวช่วยอย่างกองทุนรวมมาเป็นทางเลือก


รู้หรือไม่?...“กองหุ้นไทย” ที่เราคุ้นเคยกันอยู่นั้น ยังมีการจัดประเภทย่อยออกไปอีก ตาม “สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)” ได้แบ่งประเภทของกองทุนหุ้นไทยหลักๆ ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่


1.กองหุ้นใหญ่


2.กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก


3.กองหุ้นทั่วไป


4.กองทุนดัชนี SET50


“ซึ่งประเภทของกองทุนนี้จะระบุอยู่ในหนังสือชี้ชวน เพื่ออะไร?...เพื่อประโยชน์ของนักลงทุนเอง ในการเลือกกองทุนหุ้นไทยที่ตอบโจทย์กับความต้องการลงทุนของตัวเอง สามารถใช้เปรียบเทียบ หรือใช้ประโยชน์ในการจัดสรรเงินลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการลงทุนในหุ้นที่กระจุกตัวในประเภทเดียวกันโดยไม่ตั้งใจนั่นเอง”





TNP” กองทุนหุ้นยุคบุกเบิก...แต่สไตล์การลงทุนเปิดกว้างแบบ “ไม่มีข้อจำกัด”

“กองทุนหุ้น” ที่จะแนะนำในครั้งนี้จัดอยู่ในกลุ่มกองทุนโบราณ จัดตั้งมาตั้งแต่ปี2542 มีชื่อว่า “กองทุนเปิดธนภูมิ” หรือ “TNP แค่ชื่อก็สะท้อนตัวตน ต้องคนในยุคนั้นจึงจะเข้าใจชื่อสไตล์นี้ กองทุนนี้อยู่ภายใต้การบริหารและจัดการของ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)” ที่สามารถบริหารจนผลการดำเนินงานได้มีความโดดเด่นอย่างสม่ำเสมอและมีความเสี่ยงที่เหมาะสม จนได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” (ข้อมูล ณ 31 ธ.ค. 21)


ซึ่งในส่วนของรายละเอียดกองทุนนั้นเป็นกองที่มีนโยบายเปิดให้มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) โดยได้จัดตั้งขึ้นมาในวันที่ 11 สิงหาคม 2542 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 17 มกราคม 2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่  181,609,677 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 42.74 บาทต่อหน่วย


“ในส่วนของนโยบายการลงทุนของจะเป็นการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยเน้นการลงทุนหลักทรัพย์ประเภทหุ้นทุนของกิจการที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตสูงในระยะปานกลางถึงระยะยาว ที่สำคัญการระบุตัวตนเป็น ‘Equity General’ ทำให้กองทุนมีความยืดหยุ่นในการลงทุนสามารถลงทุนในหุ้นโดยไม่มีข้อจำกัดทั้งขนาด และตลาดหุ้นที่จะลงทุนจะอยู่ใน SET หรือ mai ก็ได้ ณ วันที่ 30 ธ.ค. 64 มีการลงทุนในหุ้น 96.29%


โดยในปัจจุบัน(ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2564) กลุ่มอุตสาหกรรมและการลงทุนที่กองทุนให้น้ำหนักเป็น 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย

1.พลังงาน       17.64%

2.พาณิชย์      11.87%

3.ธนาคาร       11.10%

4.เงินทุนและหลักทรัพย์     9.35%

5.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร     8.89%


“ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ เงินฝากธนาคาร ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ขณะเดียวกันกองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกิน 25% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม”



TNP” กองหุ้นรุ่นบุกเบิก...โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 22 ปีกว่า 10.06% ต่อปี

ในแง่ของผลการดำเนินงานของ ‘กอง TNP’ ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีไม่แพ้กับกองทุนอื่นๆ โดยตั้งแต่จัดตั้งกองผลการดำเนินงานเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 10.06% ต่อปี ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 21.65% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -38.98%  





ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 10,000 บาท และครั้งถัดไป 1,000 บาท

โดยสำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุนใน ‘กอง TNP’ นั้น ทางบลจ.ได้ตั้งเงื่อนไขการซื้อครั้งแรกอยู่ที่ 10,000 บาทและครั้งถัดไปจะต้องมีมูลค่าขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 บาทในแต่ละครั้ง ส่วนการจะขายคืนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ แต่การจะได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 3 วันทำการ (T+3)


หากพูดถึงรายละเอียดการซื้อขายก็คงไม่พลาดที่จะต้องพูดถึงช่องทางการซื้อขายของกองนั้นสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างบลจ. เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้นในส่วนช่องทางออนไลน์สามารถทำได้ผ่านแอพพลิเคชั่น mfc wealth


การจะลงทุนหุ้นไทยโดยใช้เงินกระจายลงทุนในหุ้นให้มีความหลากหลายด้วยตนเองก็อาจจะเป็นวิธีที่ยุ่งยากและจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร จึงทำให้นักลงทุนไม่น้อยก็เลือกวิธีอย่างการนำเงินลงทุนไปในกองทุนแทน เพื่อเป็นตัวช่วยในการลดขั้นตอนและเวลาลง กลุ่ม กองหุ้นไทย ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกการลงทุนที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่สนใจได้ไม่มากก็น้อยเช่นเดียวกัน”

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา