“หุ้นเวียดนาม” ปีฉลูวิ่งแรง-แต่ยังไม่แพง...ยังถูกกว่า “หุ้นไทย” แนะมีติดพอร์ต 5-20% !!!
“ตลาดหุ้นเวียดนาม” ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบันมีสะดุ้งไปบ้าง (ข้อมูล ณ 24 ม.ค. 22) “ดัชนีหุ้นเวียดนาม (VN30)” ปรับตัวลง -5.62% มาอยู่ที่ 1,471.31 จุด ก็ตาม แต่ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ยัง +27.46% และย้อนหลัง 5 ปี +128.18% จึงไม่น่าแปลกใจที่นักลงทุนทั่วโลกรวมทั้งนักลงทุนไทยต่างสนใจขนเงินไปลงทุนใน “หุ้นเวียดนาม” กัน
และถือเป็นตลาดหุ้นที่ถูกพูดถึงในวงสนทนาของนักลงทุนและถูกผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนหยิบยกขึ้นเป็นหัวข้อสนทนาอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งบางคนก็ยกให้เป็น “ตลาดดาวรุ่งดวงใหม่ในเอเชีย”
เพราะเป็นตลาดไม่กี่ประเทศที่ได้มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้ในปี64 ที่ผ่านมาดัชนี VNI ที่เป็นดัชนีหลักในตลาดหุ้นโฮจิมินห์ทำสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์ (New All-Time High) ถึง 4 ครั้งภายใน 1 ปี
ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าเมื่อตลาดมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในตลาดหุ้นดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นหลักทรัพย์ (หุ้น) รายตัวหรือผ่านกองทุนรวมเองก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นโดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมีข้อมูล “กองรวมทุนหุ้นเวียดนาม” ที่ผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุด 5 กองแรกในปีฉลูที่ผ่านมา มานำเสนอให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้
“หุ้นเวียดนาม” พื้นฐานแกร่ง วิ่งแรง-แต่ยังไม่แพง...ยังถูกกว่า “หุ้นไทย”
เรื่อง “หุ้นเวียดนาม” น่าสนใจยังไงนั้น เชื่อว่า เหตุผลหลักๆ คงผ่านหูผ่านตามนักลงทุนที่สนใจวนไปวนมาไม่ได้หนีไปจากเดิมเท่าไร เพราะพื้นฐานเขาแกร่งจริงๆ ช่วงวิกฤติ COVID-19 เศรษฐกิจยังบวกได้ (ไม่ธรรมดา) ลองมาสรุปสั้นๆ กันอีกครั้ง
-แนวโน้มเศรษฐกิจเวียดนามยังเติบโตสูงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตจากการเป็นฐานการผลิตของโลก และเป็นหนึ่งในประเทศที่จะมีเศรษฐกิจโตในระดับสูงของโลกและเอเชีย และเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจโตสุดในอาเซียนด้วย
-การกระจายตัวของชุมชนเมืองเติบโตสะท้อนการเพิ่มขึ้นของรายได้ประชากร สนับสนุนการขยายตัวของภาคการบริโภค ครอบคลุมอุตสาหกรรมค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า การก่อสร้าง สาธารณูปโภค และ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
-เงินลงทุนทางตรง (FDI) หนุนให้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตได้ดี เพราะบริษัทชั้นนำระดับโลกเข้าลงทุน
-ตลาดหุ้นเวียดนาม...มีแนวโน้มจะได้เลื่อนขั้นขึ้นไปอยู่ในดัชนี MSCI Emerging Market ภายใน 5 ปี (ตามที่ตลาดคาดการณ์หรืออาจเร็วกว่านั้น)
-ที่สำคัญและนักลงทุนคงสนใจ คือ “แพงไปหรือยัง” เพราะปีที่แล้วก็บวกขึ้นมาแรง แต่ข้อมูลจากหลายเฮ้าส์ให้คำแนะนำตรงกันเป็นเสียงเดียว คือ “Overweight” ในหุ้นเวียดนาม ให้มีติดพอร์ตไว้ 5 – 20% ไม่เกินนี้
“โดยทาง “SCB CIO” มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้นเวียดนาม แม้จะขึ้นมาแรงในปีที่ผ่านมา แต่ถ้าเทียบกับหุ้นไทยแล้ว...หุ้นเวียดนามยังถูกกว่าหุ้นไทยโดยเปรียบเทียบ ในขณะที่แนวโน้มการเติบโตของกำไรดีกว่าหุ้นไทย จึงเป็นตลาดที่ยังน่าสนใจอยู่นั่นเอง”

“PRINCIPAL VNEQ” แชมป์กลุ่มกองหุ้นเวียดนามปี64…โชว์ผลตอบแทนสุดสวย 52.62%
สำหรับ Top5 “กองหุ้นเวียดนาม” ผลงานเด่นในปีฉลูนั้น สามารถทำผลตอบแทนได้ 40.55 – 52.62% เลยทีเดียว ใครที่ไม่มีติดพอร์ตไว้คงเสียดายไปตามๆ กัน มาเริ่มที่2 อันดับแรกของอุตสาหกรรมอย่าง “กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ (PRINCIPAL VNEQ)” ซึ่งเป็นการบริหารจัดการภายใต้ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด’ จนสามารถทำให้กอง “PRINCIPAL VNEQ-A (ชนิดสะสมมูลค่า)” และ “PRINCIPAL VNEQ-I (ชนิดผู้ลงทุนสถาบัน)” มีผลการดำเนินสูงสุด 2 อันดับแรก ด้วยผลตอบแทน 52.62%
“ด้านนโยบายการลงทุนของกองนั้น จะให้น้ำหนักการลงทุนไปยังตราสารแห่งทุน (หุ้น) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือมีธุรกิจหลักในประเทศเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต รวมทั้งตราสารทุนอื่นใดที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องและได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าว”
ครอบคลุมไปถึงตราสารทุน (หุ้น) ของผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น และกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุนหรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนประเทศเวียดนาม โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ต่อมาเป็นกองทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด’ ที่สามารถดำเนินกลยุทธ์การบริหารจนทำให้ “กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เวียดนาม โกรท เพื่อการเลี้ยงชีพ (ASP-VIETRMF)” และ “กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เวียดนาม โกรท ฟันด์ (ASP-VIET)” ครองได้ถึง 2 อันดับและมีผลการดำเนินงานตีคู่กับ 2 กองทุนอันดับแรก ด้วยผลตอบแทน 52.01% และ 49.16% ตามลำดับ
“ซึ่งตัวนโยบายการลงทุน ก็จะมุ่งลงทุนในหุ้นเวียดนามและผู้ประกอบการเวียดนามที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศอื่น ที่มีศักยภาพในการเติบโตและมีแนวโน้มการเจริญเติบโตในอนาคต พร้อมกับการลงทุนในกองทุน ETF และกองทุนรวมในต่างประเทศที่เน้นลงทุนในหุ้นเวียดนาม ซึ่งจะเป็นผสมผสานทั้งในการลงทุนตรงในตลาดหุ้นเวียดนามและกองทุนรวม”
สุดท้ายกองทุนที่เราหยิบยกขึ้นมาในครั้งนี้ คือ “กองทุนเปิด วรรณ เวียดนาม อิควิตี้ ชนิดไม่จ่ายเงินปันผล สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ONE-VIETNAM-RA)” ที่มี ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด’ บริหารจัดการภายใต้กลยุทธ์แบบเชิงรุกหรือมุ่งหวังให้ผลการดำเนินงานสูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active management) ทำผลตอบแทนได้ 40.55%
“โดยมีนโยบายจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนตราสารทุนต่างประเทศ และกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนในประเทศเวียดนามหรือได้ประโยชน์จากการประกอบธุรกิจในประเทศเวียดนามเป็นหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”
“ความน่าสนใจของ ‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ ที่ผ่านมาได้ถูกตลาดหุ้นหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มี ‘ตลาดหุ้นจีน’ และ ‘ตลาดหุ้นอินเดีย’ เป็นตัวเต็งในการดึงดูดความน่าสนใจจากกระแสเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ แต่ในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นเวียดนามที่สามารถเอาชนะปัจจัยลบต่างๆ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านักลงทุนไม่น้อยที่ยังคงสนใจตลาดนี้อยู่ และไม่เคยห่างหายไปจากเรดาร์การลงทุนของนักลงทุนทั่วโลกแต่ประการใด”
