หุ้น “Small cap-ไทย” เตะตาบลจ. มั่นใจปีนี้ “ผลตอบแทน” ดีกว่าตลาดรวม !!!
Fund Manager View: มุมมอง “หุ้นไทย” ปีเสือนี้ ตลาดบลจ.มองเป้าหมายกัน 1,650 – 1,850 จุด แล้วแต่ว่าค่ายไหน แต่ที่ตรงกันคือทิศทางยังคงมี “มุมมองเชิงบวก” อยู่นั่นเอง
ล่าสุดทาง “ก.คลัง” ได้ออกมาคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี22 จะโตได้ 4% จากปีก่อนที่โต 1.2% ตามการใช้จ่ายในประเทศและภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง
ก็ถือเป็นมุมมองบวกๆ ที่น่าจะทำให้แฟนพันธุ์แท้ตลาดหุ้นไทยอุ่นใจขึ้นกับการลงทุนในปีนี้ไม่มากก็น้อย แต่ “ความผันผวน” ระหว่างทางยังมีอยู่แน่ๆ แล้วหุ้นกลุ่มไหนโดดเด่น เข้าตากรรมการกันบ้าง
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealtthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจาก 3 บลจ. มาอัพเดทให้ฟังกัน
“บลจ.เกียรตินาคินภัทร” มองบวก “หุ้นไทย” ปีเสือ...คัด 4 กลุ่มเด่น “ธนาคาร-พาณิชย์-สื่อสาร-อาหาร&เครื่องดื่ม” น่าสนใจ
โดย “ยุทธพล ลาภละมูล” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เกียรตินาคินภัทร ให้มุมมองว่าเศรษฐกิจโลกจะยังสามารถเติบโตได้ดีต่อเนื่อง ส่วนเศรษฐกิจไทยคาดว่าจะโตได้ 3.4% โดยธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปี เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ ด้วยเหตุนี้ “ตลาดหุ้นไทย” จึงยังคงมีความน่าสนใจต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า โดยประมาณการณ์ว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตได้ดีประมาณ 10% แนะลงทุนในหุ้นที่เข้าเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ยุทธพล ลาภละมูล)
1) หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวกับการบริโภคภายในประเทศ ที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดเมือง ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับโควิด และการใช้จ่ายก่อนการเลือกตั้ง
2) หุ้นกลุ่มที่ราคาไม่สูง หรือหุ้นกลุ่มราคาขึ้นช้า (Laggard) ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เนื่องจากเศรษฐกิจมีการเติบโตที่กระจายตัวขึ้น
3) หุ้นกลุ่มที่มีอำนาจกำหนดราคา (pricing power) สูง สามารถปรับตัวได้ในภาวะเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น หรือ หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มสูงขึ้น
4) หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของโลก เช่น 5G, Data Center, ยานยนต์ไฟฟ้า หรือพลังงานสะอาด เป็นต้น
“โดยอุตสาหกรรมที่บริษัทมีมุมมองที่เป็นบวกได้แก่ กลุ่มธนาคาร กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มการสื่อสาร และกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่อาจทำให้การคาดการณ์ข้างต้นต่างไปอย่างมีนัยสำคัญคือ การระบาดของโควิดในวงกว้างซึ่งอาจเกิดจากสายพันธุ์ใหม่ที่มีความรุนแรงและดื้อต่อวัคซีน อัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดการณ์มาก การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลกที่เร็วและมากกว่าที่คาด ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงการชะลอตัวที่รุนแรงของเศรษฐกิจจีน”
“บลจ.ไทยพาณิชย์” เปิดโพย 3 ธีมเด่นลุยหุ้นไทย...“เปิดเมือง-ดอกเบี้ยขาขึ้น-เมกะเทรนด์”
ด้าน “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ มองว่าหุ้นไทยน่าจะฟื้นตัวได้ต่อในปี22 โดยมีความน่าสนใจเพราะ “ตลาดหุ้นไทย” ยังตามหลังตลาดหุ้นอื่นพอสมควร ทางบริษัทมองบวกการลงทุนหุ้นไทย 3 ธีมได้แก่ ธีมดอกเบี้ยขาขึ้น (ธนาคาร) ธีมเปิดเมือง (พลังงาน พาณิชย์ อาหาร และอสังหา) ธีมลงทุนระยะยาวแบบเมกะเทรนด์ที่ได้รับประโยชน์จาก digital transformation, EV, AI, หรือ cloud เป็นต้น

(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)
“สำหรับปัจจัยเสี่ยงอย่างเงินเฟ้อและโอมิครอนน่าจะมีผลกระทบต่อการลงทุนจำกัด โดยเชื่อว่าเงินเฟ้อแม้จะอยู่ในระดับที่สูงขึ้นแต่ยังสามารถควบคุมได้ ขณะประชาชนทั่วโลกจะปรับตัวอยู่ร่วมกับโควิดได้ดีขึ้น นอกจากนี้มองว่า ‘หุ้น small cap ไทย’ ที่มีเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับการเติบโตบนเมกะเทรนด์ในระยะยาวน่าจะทำผลประกอบการได้ดีกว่าตลาดหุ้นโดยรวม”
“บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์”...แนะหุ้นกลุ่ม “Small cap-ไทย” คาดผลงานโดดเด่นช่วงศก.ฟื้น
สุดท้าย “มนรัฐ ผดุงสิทธิ์” กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮาส์ ให้ความเห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสทำผลตอบแทนได้ดีในช่วงครึ่งแรกของปี22 หลังจาก laggard (ราคาขึ้นช้ากว่า) ตลาดหุ้นโลกมายาวนาน โดยมองว่าการเติบโตในตลาดพัฒนาแล้วเริ่มชะลอลง แต่ทางฝั่งตลาดกำลังพัฒนาใน “เอเชีย (ไม่รวมจีน)” คาดว่าน่าจะมีโมเมนตัมการฟื้นตัวที่ดีขึ้น หุ้นกลุ่ม “small cap ไทย” ที่มีความสัมพันธ์กับการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศสูงน่าจะทำผลตอบแทนได้ดี นอกจากนี้ บริษัทเหล่านี้ยังมีโอกาสปรับตัวได้เร็วในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเร่งตัว โดยมีโอกาสร่วมมือหรือได้รับเงินลงทุนจากบริษัทขนาดใหญ่ที่กำลังเจอข้อจำกัดของการเติบโต

(มนรัฐ ผดุงสิทธิ์)
“สำหรับมุมมองเงินเฟ้อเชื่อว่าอาจปรับเพิ่มสูงขึ้นได้แต่ว่ากลุ่ม small cap ไทยไม่ได้น่ารับผลกระทบมากนักเพราะถือว่าเป็นหุ้นที่มี duration สั้น”
นั่นเป็นมุมมองกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจลงทุนในปีนี้ จาก 3 บลจ. ที่รวบรวมมาฝากกัน หวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลไว้ประกอบการตัดสินใจลงทุนใน “หุ้นไทย” ปีนี้ได้ไม่มากก็น้อย
