กังวล “ยูเครน-รัสเซีย” แจกส่วนลด “หุ้นยุโรป”...ชูหุ้น “Growth” & “Tech” ถูก-แนวโน้มเติบโตดี!!!
Special Interview: “ตลาดหุ้นยุโรป” เป็น 1 ใน 3 ตลาดหุ้นตลาดพัฒนาแล้วอันดับต้นที่เริ่มมีการฟื้นตัวขึ้น หลังจากเศรษฐกิจได้ส่งสัญญาณดีขึ้นตามลำดับ ด้วยการแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ประชาชนจนสามารถกลับมาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ปกติ
จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่นักลงทุน “กลับมาให้ความสนใจ” และให้น้ำหนักการลงทุน เฉกเช่นเดียวกันกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเมกะเทรนด์
แต่เพิ่งเริ่มตั้งลำได้ไม่นาน ความตึงเครียดระหว่าง “ยูเครน” และ “รัสเซีย” ก็ปะทุขึ้นมาซ่ะงั้น ทำให้บรรยากาศการลงทุน “สะดุด” ไปบ้างพอสมควร ตั้งแต่ต้นปีปรับตัวลงแล้วประมาณ – 4.3%
แต่โดยตัว “พื้นฐาน” เองยังแข็งแกร่งไม่ได้เปลี่ยนไปแต่ประการใด และนี่ถูกจับตาว่าจะเป็นตลาดที่ฟื้นตัวได้ดีตามรอย “สหรัฐ” ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงมุมมองการลงทุนใน “ตลาดหุ้นยุโรป” จากผู้เชี่ยวชาญในสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน มาฝากให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ
“หุ้นยุโรป” ปีเสือ-เด่นสุดกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว...ในขณะที่ “หุ้นสหรัฐ” น่าสนใจลดลง
เข้าสู่ปี 65 นี้เองก็มีหลายตลาดที่ความน่าสนใจเริ่มลดน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว “หุ้นสหรัฐฯ” เริ่มมีคนตั้งคำถามมากขึ้น? ...ว่ายังคงจะน่าสนใจลงทุนอยู่หรือไม่? หลังจากเริ่มมีการลดวงเงินในโครงการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และเริ่มส่งสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้นที่อาจกระทบกับกำไรบริษัทจดทะเบียนในเชิงลบ
“หุ้นยุโรป...เป็นตลาดที่คนจับตามอง และในปี64 ที่ผ่านมา ก็เป็นภูมิภาคที่มีเงินลงทุนของกองทุนไทยไหลเข้าไปลงทุนมากเป็น “อันดับ9” ด้วย สะท้อนถึงสัญญาณการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินเข้าสู่ภูมิภาคนี้ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว”
โดย “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน และลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า “ตลาดหุ้นยุโรป” ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจซึ่งหากดูจากสถานการณ์ธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะเคลื่อนไหวให้อัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ตลาดหุ้นยุโรปมีแนวโน้มและความน่าสนใจมากกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ
(ดร.สมชัย อมรธรรม)
“เนื่องจากเศรษฐกิจยุโรปได้รับอานิสงส์ประโยชน์จากการเปิดเมืองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศฝรั่งเศสและสเปน ซึ่งหากตัวเลขนักท่องเที่ยวเริ่มฟื้นกลับมาได้เต็มรูปแบบ ก็จะส่งผลให้แนวโน้มของภาพรวมเศรษฐกิจมีการเติบโตได้อย่างมีความเสถียรภาพ แม้ว่าจะเติบโตได้ในระดับที่ไม่สูงมากนัก”
ขณะเดียวกัน “ธนาคารกลางยุโรป (ECB)” ยังคงเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันยังคงดำเนินโครงการซื้อพันธบัตรฉุกเฉินป้องกันผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือ Pandemic Emergency Purchase Programme (PEPP)
ชี้ “ECB” ไม่ขึ้นดอกเบี้ยตาม “เฟด”...แนวโน้มดอลลาร์แข็ง-ปัจจัยบวกศก.ยุโรปในอนาคต
ส่วนความกังวลเรื่องการปรับขึ้นนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปให้เป็นไปตามธนาคารสหรัฐฯ (เฟด) เชื่อว่ายังคงไม่ได้เห็นในเร็วนี้ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งและค่าเงินยูโรอ่อนจะเป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจยุโรปมากกว่า
“ขณะเดียวกันความจำเป็นที่ธนาคารกลางยุโรปจะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในตอนนี้ ยังถือว่าไม่มีความจำเป็นมากนักด้วยระดับความเร็วในการเติบโตของเศรษฐกิจที่ยังไม่มากนัก แตกต่างจากสหรัฐฯ ที่การเติบโตของเศรษฐกิจไปได้ไกลและรวดเร็วจึงมีความจำเป็นที่จะต้องลดความร้อนแรงลง”
ข้อพิพาท “ยูเครน” – “รัสเซีย” ยังกดดันตลาดยุโรป...แนะ ‘ทยอยซื้อสะสม’ ช่วงตลาดย่อ
ด้านความตึงเครียดระหว่าง “รัสเซีย” และ “ยูเครน” ที่อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ หลังจากมีชนวนจากการแย่งชิงอำนาจเชิงยุทธศาสตร์และข้อพิพาทเรื่องพรมแดนนั้น เป็นปัจจัยกดดันเฉพาะที่จะส่งผลกระทบไปยังประเทศระแวกใกล้เคียงซึ่งในปัจจุบันทั้ง “ตลาดหุ้นยุโรป” และ “ตลาดหุ้นรัสเซีย” ก็โดนกดดันจนดัชนีตลาดปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ดีภาพของผลกระทบที่จะส่งมายังตลาดโลกก็มีเช่นกันแต่เป็นในรูปแบบของน้ำมันดิบ

“โดยส่วนตัวยังเชื่อว่าความขัดแย้งหรือความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน มีโอกาสที่น้อยมากที่ระดับของความรุนแรงจะไปสู่สงครามเต็มรูปแบบซึ่งต้องจับตาดูว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายได้ช่วงใด แต่ในระหว่างนี้ก็อาจกดดันตลาดหุ้นยุโรปได้ ซึ่งผู้ลงทุนสามารถใช้โอกาสที่ตลาดย่อเพื่อซื้อสะสม หรือลงทุนอยู่ก่อนก็สามารถถือรอตลาดดีดตัวกลับ”
ชี้เป้า “หุ้นเติบโตสูง” & “หุ้นเทคฯ”...ในตลาดยุโรปยังน่าสนใจ-ราคาถูก-แนวโน้มเติบโตดี
คำแนะนำสำหรับการลงทุนใน “ตลาดหุ้นยุโรป” ด้วยภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตในระดับที่ไม่สูงมากแต่มีความเสถียร นักลงทุนอาจจะต้องเฟ้นหาหรือคัดเลือก ‘หุ้นที่มีการเติบโตสูง (Growth Stock)’ และ ‘หุ้นที่มีการเติบโตสูงที่มีเสถียรภาพ’ และ ‘หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในยุโรป’ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยราคาที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างต่ำหรืออยู่ในระดับที่ถูก
โดยความน่าสนใจของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในยุโรป ที่นอกจากราคาถูกยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มุ่งเน้นการทำธุรกิจใน “ตลาดเฉพาะกลุ่ม” หรือ การทำตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม รวมไปถึงการทำธุรกิจแบบการออกแบบการวิจัยและพัฒนา (R&D) จึงทำให้การเติบโตของธุรกิจในอนาคตเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพได้ดี
“ตลาดหุ้นยุโรป ในอดีตการเติบโตของเศรษฐกิจอาจจะดูไม่โดดเด่นมากนัก แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันด้วยการเติบโตไม่สูงมากที่มาพร้อมกับความเสถียรภาพกับเป็นตัวช่วยให้ตลาดหุ้นดูน่าสนใจจนสามารถเบียดตลาดหุ้นสหรัฐฯได้ ใครที่สนใจรอ ‘จังหวะตลาดย่อ’ จากความกังวลเรื่องสงคราม ‘ทยอยลงทุนได้’ ส่วนใครที่ลงทุนอยู่แล้วก็ไม่ต้องกังวลมากไป สามารถ ‘ถือต่อไปได้’ เช่นกัน”
