“เงินเฟ้อ” มาแรงไม่เป็นไร... “กองทุนหุ้น” 4 ธีมเด็ด-ช่วยได้ !!!
ลายแทงกองทุน: ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นตัวช่วยนักลงทุน ค้นหา “กองทุนเด่น-กองทุนเด็ด” จากค่ายสำนักที่ให้บริการด้านนี้โดยตรงจากแหล่งต่างๆ
ถ้าคุณว่า “หุ้น” มี 700 กว่าตัวว่ามากแล้ว จนเลือกลงทุนไม่ถูก รู้หรือไม่ว่า...เรามี “กองทุนรวม” ให้เลือกมากถึง 2,300 กว่ากอง เรียกว่า...มีมากจนไม่รู้จะลงทุนกองไหนดีเลยทีเดียว !!!
ในเดือนกุมภา-ปีขาล มากับเรื่องของ “เงินเฟ้อสูง” ทั้งสหรัฐและไทยเอง เรียกว่า “แพงทั้งแผ่นดิน” ไปหมดแล้ว แม้ราคาหมูจะลง แต่ข้าวของที่ปรับขึ้นไปแล้วยังค้างสูงไม่ลงตามแต่ประการใด
“ลายแทงกองทุน” ในเดือนแห่งความรักที่เงินเฟ้อพุ่งสูงปรี๊ดเช่นนี้ จึงมาพร้อมกับ 4 ธีมหุ้น กองทุนสู้เงินเฟ้อที่น่าสนใจ ได้แก่ ‘หุ้นโลก-หุ้นเทคฯ-หุ้นไทย-หุ้นจีน’
ส่วนจะเป็นกองทุนไหนนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปดูกันเลยดีกว่า
“TMBGQG”
แม้เศรษฐกิจโลกในปีนี้มีแนวโน้มจะโตช้าลงเหลือ 4.40% จาก 5.90% ในปีก่อน แต่ก็ยังถือว่าเติบโตอยู่นั่นเอง แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะผันผวนมากขึ้นจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ไต่ระดับขึ้นสูง แต่หุ้นที่มีคุณภาพและมีการเติบโตทั่วโลกก็ยังเป็นกลุ่มที่สามารถรับกับสถานการณ์เช่นนี้ได้ดี
ทาง “Wealth Advisory by CIMB Thai Bank” แนะนำให้ Buy on Dip ได้แก่ “TMBGQG: กองทุนเปิดทหารไทย Global Quality Growth” ที่เน้นลงทุนในหุ้นเติบโตและมีคุณภาพทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘Wellington Global Quality Growth Fund’ ที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวจากการลงทุนในหุ้นคุณภาพทั่วโลก
สำหรับผลตอบแทน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ก.พ. 22) YTD -8.52%, ย้อนหลัง 1 ปี +1.61% ต่อปี, 3 ปี +14.31% ต่อปี และ 5 ปี +12.74% ต่อปี
“M-META”
ชั่วโมงนี้รับต้นปีมาคงไม่มีกลุ่มกองทุนเทคฯ ธีมไหนจะร้อนแรงเท่า “METAVERSE” อีกแล้ว แม้ในปีที่ผ่านมาในภาพรวมของกองเทคฯ จะผลตอบแทนไม่สู้ดีนัก และยังคงเป็นกลุ่มที่ดูจะโดนเทจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ที่ทำให้คนหันไปลงทุนใน “หุ้นคุณค่า” แทนก็ตาม แต่นี่กลับเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาว
ทาง “TISCO Wealth Advisory” แนะนำกองทุนเดนที่แนวโน้มเติบโตสูงตามความต้องการใช้ที่มาแรงซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปไม่นานกับ “M-META: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เมตาเวิร์ส อิควิตี้” ที่ลงทุนหุ้นทั่วโลกที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse ผ่านกองทุนหลัก ‘Roundhill Ball Metaverse ETF’

“TISCOHD-A”
“ตลาดหุ้นไทย” ในเดือนก.พ. กลับมายืนเหนือระดับ 1,700 จุด ได้อีกครั้ง พร้อมทั้งการกลับเข้ามาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันกว่า 4.37 หมื่นล้านบาท ก็ทำให้ Sentiment การลงทุนในหุ้นไทยเองดีขึ้น และภาพรวมตลาดก็มองหุ้นไทยปีนี้ยังมีอัพไซด์ที่น่าสนใจประมาณ 10% ที่มาพร้อมกับเศรษฐกิจที่น่าจะโตได้ดีกว่าปีก่อนซึ่งมาจากฐานที่ต่ำด้วย
ทาง “NOMURA iFUND” เอง ยัง Overweight หุ้นไทย และแนะนำ “TISCOHD-A: กองทุนเปิดทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป” ที่อยู่ในกลุ่มกองทุนหุ้นขนาดใหญ่ เน้นลงทุนในหุ้นไทยในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index
“สำหรับหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ณ 31 ม.ค. 22 ได้แก่ PTT 11.21%, ADVANC 9.91%, BBL 9.48%, SCC 8.53% และ KTB 6.43% ล้วนเป็นหุ้นใหญ่ปันผลดีที่นักลงทุนไทยรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี”
ในแง่ของผลตอบแทนเองนั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 22) YTD +1.45%, ย้อนหลัง 1 ปี +24.84% ต่อปี, 3 ปี +9.49% ต่อปี และ 5 ปี +7.39% ต่อปี
“KT-Ashares-A”
“หุ้นจีน” เป็นอีกตลาดที่เข้าสู่ปีขาลนักลงทุนทั่วโลกต่างแนะนำให้เป็นหนึ่งในเป้าหมายของเม็ดเงินการลงทุนในปีนี้ โดยเฉพาะในตลาด “A-Share” ซึ่งเป็นศูนย์รวมของหุ้น New Economy ซึ่งเป็นอนาคตของการเติบโตของเศรษฐกิจจีนอย่างปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่ารัฐจะออกมาคุมเข้มอย่างไรก็ตาม
ทาง “Phillip Fund SuperMart” มีมุมมองที่เป็นบวกต่อหุ้นจีนมากขึ้นเล็กน้อย (Slightly OW) พร้อมแนะนำ “KT-Ashares-A: กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า เอแชร์ อิควิตี้ ฟันด์ (ชนิดสะสมมูลค่า)” ที่เน้นลงทุนหุ้นจีน A-Shares ขนาดกลาง-ใหญ่ที่มีศักยภาพเติบโตสูง ผ่านกองทุนหลัก ‘Allianz Global Investors Fund - Allianz China A-Shares’
“โดยแนะนำเป็น Core Port ถือลงทุนมากกว่า 1 ปี ให้รอย่อและเข้าสะสมได้”
ในแง่ของผลตอบแทนเองนั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ก.พ. 22) YTD -9.60% และย้อนหลัง 1 ปี -17.68%
นี่คือ “4 กองทุนเด่น” ในเดือนกุมภา-ปีขาล ที่พร้อมจะต่อสู้กับเงินเฟ้อ พร้อมกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ลงทุนในระยะยาว ไว้พบกันใหม่ครั้งหน้ากับ “ลายแทงกองทุน”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
