“KWI INDIA-A” ลุย “หุ้นอินเดีย” 5 ปี...ปั้นผลตอบแทนเน้นๆ 10.38% ต่อปี !!!
กองทุนติดดาว: ในครั้งนี้ เป็นกองทุน “หุ้นอินเดีย (India Equity)” ที่มีดีดรีเรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 65) ซึ่งถือเป็นกองทุนที่มีผลงานดีสุด 10% แรกในกลุ่ม ตามวิธีการคำนวณ ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ ตามสูตรลับเฉพาะของ “Morningstar” อีกด้วย
ในปีที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นอินเดีย” เป็นอีกหนึ่งตลาดหุ้นที่เรดาร์การลงทุนถูกบดบังด้วยความร้อนแรงของ “ตลาดหุ้นเวียดนาม” จนดึงดูดจากเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกไป
แต่เมื่อเศรษฐกิจเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นทั่วโลก “อินเดีย” ก็เป็นตลาดที่น่าสนใจไม่แพ้กับตลาดหุ้นอื่นๆในโลก ล่าสุดทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)” คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียในปีนี้ว่าจะโตได้ 9% เท่ากับปีก่อน และจะชะลอตัวลงเหลือ 7.1% ในปี23 ซึ่งนั่นก็ยังเป็นตัวเลขที่สูงอยู่นั่นเอง !!!
จึงไม่น่าแปลกใจว่า...ชั่วโมงนี้ หลายค่ายเริ่มแนะนำให้กลับเข้าลงทุนใน “หุ้นอินเดีย” อีกครั้งแล้ว
วันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากนำกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศที่มีนโยบายการลงทุนใน “ตลาดหุ้นอินเดีย” ที่น่าสนใจมาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
“หุ้นอินเดีย” พื้นฐานแกร่ง...แนวโน้มดีตามเศรษฐกิจที่เติบโต
“หุ้นอินเดีย” มีดีที่พื้นฐาน ด้วยการบริโภคในประเทศที่ได้รับประโยชน์จากจำนวนประชากรที่อยู่ในระดับสูงถึง 1.38 พันล้านคน พร้อมทั้งยังมีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานที่สูงถึง 65% ทำให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการผลักดันงบประมาณการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง จึงยังมีโอกาสอีกมากที่ตลาดหุ้นจะเติบโตได้ดีในระยะยาว
“ไม่เพียงเท่านี้ ยังจะปั้นเศรษฐกิจให้มีขนาด 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้ได้ภายในปี2030 อีกด้วย โดย อินเดียจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกสูง ศูนย์กลางการค้าทางทะเลจะย้ายจากมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งส่งผลให้อินเดียและจีนจะเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี2030 อีกด้วย”

“KWI INDIA-A” คว้าโอกาสลงทุน ‘หุ้นแดนภารตะ’…โชว์ผลงานตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 7 ปี 7.73% ต่อปี
โดยกองทุนหุ้นอินเดียที่จะแนะนำในครั้งนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ อินเดีย อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ชนิดสะสมมูลค่า” หรือ “KWI INDIA-A” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน คิง ไว (เอเชีย) จํากัด’ ที่สามารถผลักดันจนผลการดำเนินงานของกองทุนจนได้รับการจัดอันดับ “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว”
สำหรับที่มาที่ไปของกองทุนนั้น เป็นกองทุนรวมประเภท FIF (Foreign Investment Fund) หรือกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก ที่ได้ถูกจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 41,140,999 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 16.63 บาทต่อหน่วย
“ในส่วนของนโยบายการลงทุนของกอง แม้ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นต่างประเทศแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการลงทุนโดยตรงในตลาดหุ้นนั้นๆ โดยจะเป็นการลงทุนผ่านกองทุนต่างประเทศหรือกองทุนหลัก อย่าง ‘Manulife Global Fund-India Equity Fund (Share Class I2)’ ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”
ซึ่งกองทุนหลักมีนโยบายเน้นลงทุนที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน และตราสารทุนของบริษัทซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ต่างๆ ของเศรษฐกิจในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในอินเดียหรือตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ
โดยอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักคัดเลือกให้น้ำหนักการลงทุนเป็น 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
-กลุ่มการเงิน 33.24%
-กลุ่มเทคโนโลยี 16.24%
-กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม 8.55%
-กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย 8.52%
-กลุ่มอุตสาหกรรม 8.24%

“สำหรับผลการดำเนินงานของ ‘กอง KWI INDIA-A’ ในระยะยาว ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.พ. 65) มีผลการดำเนินงานเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 7.73% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 10.37% ต่อปี) ในขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานที่เฉลี่ยอยู่ 17.79% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.45% ต่อปี) อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองเคยมีผลขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ -37.87%”
ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 5,000 บาท และครั้งถัดไป ‘ไม่กำหนด’
โดยนักลงทุนที่สนใจในกองทุนดังกล่าว เงื่อนไขการซื้อครั้งแรกจะอยู่ที่ 5,000 บาท ในส่วนของการซื้อครั้งถัดไปอยู่ที่และการจะขายคืนผู้ลงทุนสามารถทำได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำ แต่มีเงื่อนไขการได้รับเงินค่าขายคืนอยู่ที่ 5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV (T+5)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายถ้าไม่พูดถึงช่องทางการลงทุนก็เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ โดยสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน คิง ไว (เอเชีย) จํากัด และผู้สนับสนุนการขายหรือผู้รับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์สำหรับลูกค้าที่เปิดบัญชีโดยตรงกับบลจ.สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ Click for Funds
“ความน่าสนใจของ ‘ตลาดหุ้นอินเดีย’ ในระยะสั้น อาจจะยังมีปัจจัยต่างๆ กดดันให้ตลาดย่อตัวลงแต่ในระยะยาวหากเรามองถึงไส้ในหรือรายละเอียดเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของตลาดไม่ว่าจะเป็นการบริโภคในประเทศหรือการดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนจากผู้ประกอบการก็จะพบว่าเป็นตลาดหุ้นที่มีการเติบโตได้ในระยะยาวตามทิศทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้เป็นอย่างดี แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าใน ‘กองทุนติดดาว’ ครับ”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
