ชู “หุ้นสหรัฐไซส์กลาง-เล็ก” & “หุ้นเวียดนาม”...ไม่ต้อง ‘ธีมหุ้นเทคฯ’ ก็สร้าง Growth ได้ !!!
Fund Manager View: สำหรับธีมการลงทุนเด่นที่นำมาฝากกันในครั้งนี้ เป็นธีม “Growth Story” ซึ่งน่าจะถูกใจสายซิ่งที่คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยในระดับที่สูงกัน
ธีมแรกเป็น “หุ้นสหรัฐไซส์กลาง-เล็ก” ซึ่งบุคลิกของหุ้นก็จะมีความหวือหวานทั้งในด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงที่สูงกว่าหุ้นขนาดใหญ่อยู่แล้ว
ส่วนธีมที่2 ยังเป็นรายประเทศ ได้แก่ “หุ้นเวียดนาม” ที่เศรษฐกิจโตร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่และด้วยบุคลิกของ “ตลาดชายขอบ (Frontier Market)” ก็ยังสามารถทำกำไรเกินปกติให้ผลตอบแทนที่สูงกับนักลงทุนได้
ใครที่ชื่นชอบหุ้นเติบโตสูง หุ้นที่มี “Growth Story” ทั้ง 2 ธีมนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญสายบลจ.มาอัพเดทให้ฟังกัน
“บลจ.ยูโอบี” ชี้จังหวะลุย ‘หุ้นสหรัฐไซส์กลาง-เล็ก’...ราคาไม่แพง-โอกาสทำกำไรดีกว่าหุ้นใหญ่
โดย “กุลฉัตร จันทวิมล” รองกรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) บอกถึงภาพการลงทุนในสหรัฐว่า ในแง่ของเศรษฐกิจการฟื้นตัวเศรษฐกิจดูเหมือนจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว สะท้อนจาก ข้อมูลจาก Bloomberg (ณ ธ.ค. 21) ที่ปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจ GDP ในปี 21 และปี 22 ของสหรัฐลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าที่ +5.9% และ +4.2% ลงไปสู่ระดับ +5.5% และ 3.9% ตามลำดับ นอกจากนี้การลดวงเงินเข้าซื้อสินทรัพย์ (QE Tapering) และแผนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เร็วขึ้นเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงเร่งตัวอยู่ในระดับสูง

(กุลฉัตร จันทวิมล)
“รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่เร่งตัว ความเสี่ยงที่พรรค Democrats จะเสียที่นั่งในสภาให้กับพรรค Republicans ในการเลือกตั้ง Mid-Term Election ในช่วงปลายปี และประเด็นการขึ้นภาษีนิติบุคคล (Corporate Tax) จะเป็นปัจจัยกดดันการลงทุนในตลาดหุ้นและมีโอกาสการปรับฐานได้”
ภาพรวมการลงทุนในสหรัฐจะมีความผันผวนสูงขึ้นในช่วงต่อจากนี้ อย่างไรก็ตามเรามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีพื้นฐานและศักยภาพในการเติบโตที่ดีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หุ้นขนาดกลาง-ขนาดเล็ก” ที่มีมูลค่าพื้นฐานในระดับที่เหมาะสมโดยอ้างอิงจาก ‘ดัชนี Russell 2000’ ที่ซื้อขายอยู่ในระดับ Forward P/E 25 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 26.8 เท่า และเมื่อเปรียบเทียบกับ S&P500 หรือ NASDAQ ที่ซื้อขายอยู่ระดับ Forward P/E 21 เท่า และ 31 เท่าตามลำดับ (Bloomberg, ข้อมูล ณ ม.ค. 22) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว
“ทำให้การลงทุนใน ‘หุ้นขนาดกลาง-ขนาดเล็กสหรัฐ’ ในช่วงนี้เป็นจังหวะเข้าลงทุนในระดับราคาที่ไม่สูงนักและเป็นโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ เป็นอีกหนึ่งธีมที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน”
“บลจ.พรินซิเพิล” แนะลุย “หุ้นเวียดนาม” พื้นฐานแกร่ง-ราคาไม่แพง...คาดกำไรปีนี้โตสูง 25-30%
หันมาดูธีม “Growth Story” ของทางฝั่งเอเชียกันบ้าง ชั่วโมงนี้คงต้องยกให้กับ “หุ้นเวียดนาม” น้องใหม่ ไฟแรง
ด้าน “ชาตรี มีชัยเจริญยิ่ง” หัวหน้าการลงทุนฝ่ายตราสารทุน บลจ.พรินซิเพิล มองโอกาสการลงทุนในหุ้นเวียดนามว่า เวียดนามเองได้ชื่อว่าเป็น “New Unicorn of Asia” คาดการณ์ปี22 GDP จะเติบโตสูงถึง 7.2% ฟื้นตัวจากปี21 ที่โต 2.58% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและบริการของเวียดนามค่อนข้างมาก แต่ในปีนี้รัฐสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี ประกอบกับปัจจุบันเวียดนามได้เร่งฉีดวัคซีนแล้วกว่า 76% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาขับเคลื่อนอีกครั้งและในปีนี้ไม่น่าจะมีการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบเกิดขึ้นอีกก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ
ยังมีปัจจัยหนุนจากการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัว และงบประมาณพิเศษของภาครัฐคิดเป็น 4.2% ของ GDP เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงสนับสนุนธุรกิจต่างๆ ที่ได้รับกระทบจากโควิด-19

(ชาตรี มีชัยเจริญยิ่ง)
“ใครที่กังวลว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอาจทำให้หนี้พุ่งนั้น เวียดนามเองยังไม่เจอปัญหานั้น ปัจจุบัน สัดส่วน ‘หนี้สาธารณะต่อ GDP’ ของเวียดนามอยู่ที่ 44% ต่ำกว่าเพดานที่กำหนดไว้ 60% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 3% โดยที่แนวโน้มอัตราอัตราดอกเบี้ยปีนี้คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เนื่องจากรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ ถือว่ายังไม่แพง โดยมีค่า P/E Ratio ที่ 14.8 เท่า และประเมินว่ากำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ในปีนี้จะเติบโต 25 - 30% คาดว่า ‘กลุ่มธนาคาร’ จะเป็น sector ที่โดดเด่นในช่วงไตรมาสแรก เพราะสะท้อนปัจจัยลบไปหมดแล้ว ใครที่รับความเสี่ยงได้ก็เป็นโอกาสในการเข้าไปลงทุนเช่นกัน”
ใครที่มองหาธีมการเติบโตที่มี “Growth Story” รองรับ ทั้ง ‘หุ้นสหรัฐไซส์กลาง-เล็ก’ และ ‘หุ้นเวียดนาม’ น่าจะเป็น 2 ธีมเด่นที่ตอบโจทย์ให้คุณได้ไม่มากก็น้อย ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่หนีออกมาจากธีม ‘หุ้นกลุ่มเทคฯ’ ได้เช่นกัน แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้ากับ “Fund Manager View” ครับ
