“ตราสารหนี้แย่”- “หุ้นแพง”...แนะมี “สินทรัพย์ทางเลือก” ติดพอร์ตรับ ‘ดอกเบี้ยขาขึ้น’ !!!
Fun of Funds: สถานการณ์ “ยูเครน-รัสเซีย” ที่ดูเหมือนจะคลี่คลายก็สลายกลายเป็นอากาศธาตุไปซะงั้น หลังล่าสุด “โจ ไบเดน” ออกมาแถลงว่า...มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่รัสเซียจะบุกยูเครนก็เขย่าตลาดสินทรัพย์เสี่ยงกันอีกครั้ง ตามติดมาด้วยรัสเซีย “ขับฑูตสหรัฐ” ออกนอกประเทศ เล่นเอาเขย่า “ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง” ทั่วโลกไปตามๆ กัน
แต่ “การจัดพอร์ต” ช่วยคุณให้ Stay Invest ได้ในทุกสถานการณ์ การลงทุนนอกจากจะต้องมี ‘สินทรัพย์หลัก’ อย่างตราสารทุนหรือหุ้น และตราสารหนี้แล้ว ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ เองก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนจำเป็นจะต้องให้น้ำหนักการลงทุนเข้าพอร์ตไว้ด้วยเช่นกัน...ไม่มากก็น้อย
เนื่องจากในบางสภาวะที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนก็จะเป็นตัวช่วยให้โอกาสในการสร้างผลตอบแทนมีตัวเลขที่ดีขึ้นหรือช่วยสร้างบาลานซ์ให้แก่พอร์ตลงทุน
ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นช่วง “อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น” ที่มาพร้อมกับความไม่แน่นอนหรือความชัดเจนจากธนาคารสหรัฐฯ (เฟด) จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาสินทรัพย์ทางเลือกเข้ามาเสริมให้แก่พอร์ตลงทุน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากจะขอนำเสนอมุมมองการลงทุนและการจัดพอร์ตให้รับกับสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบันมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ

ชี้ “ดอกเบี้ยขาขึ้น”...ทำ “ตราสารหนี้” ผลตอบแทนต่ำ-ในขณะที่ “หุ้น” แพงยากจะไปต่อได้
โดย “ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด (BCAP) กล่าวถึงมุมมองการลงทุนในช่วงนี้ว่า ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่ตลาดหุ้นทั่วโลกต้องเผชิญอย่าง “อัตราดอกเบี้ยที่เข้าสู่ช่วงขาขึ้น” จากตัวเลขเงินเฟ้อที่สูง ทำให้ตลาดหุ้นเกิดความผันผวนและเกิดแรงขายขึ้นในหุ้นที่ราคาหุ้นค่อนข้างแพง

(ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร)
“ซึ่งด้วยตัวเลขเงินเฟ้อที่ค่อนข้างสูงในปัจจุบันถือเป็นสถานการณ์ที่ตลาดไม่ได้พอเจอหรือต้องเผชิญในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาจึงทำให้ช่วงที่ผ่านมาธนาคารกลางทั่วโลกสามารถอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อพยุงเศรษฐกิจโดยไม่ต้องคำนึงถึงผลที่จะตามมาในภายหลัง และเทรนด์หลายๆ อย่างที่เป็นตัวกดให้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต้องอยู่ในระดับที่ต่ำมีการเปลี่ยนแปลงไป”
ทำให้เทรนด์อัตราดอกเบี้ยของธนาคารทั่วโลกต้องกลับมาสู่ขาขึ้น ซึ่งเมื่อมาพิจารณาการลงทุนในสินทรัพย์อย่าง “ตราสารหนี้” ต่อให้เป็นการลงทุนในระยะยาวผลตอบแทนก็ยังคงต่ำแม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้น ขณะที่ “หุ้น” ถึงจะเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสุด แต่ระดับราคาหุ้นที่เริ่มสูงหรือค่อนข้างแพงโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจึงมีโอกาสยากที่ราคาจะไปต่อได้
แนะ “การลงทุนทางเลือก” ติดพอร์ต 5%...เสริมแกร่งให้พอร์ตปีเสือ
ส่วนธีมการลงทุน “หุ้นเมกะเทรนด์” ที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยเสริมให้แก่พอร์ตการลงทุนหรือผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น ผู้ลงทุนเองก็จะพิจารณาว่าบริษัทรายใหม่ที่จดทะเบียนและยังไม่จดทะเบียน จะมีศักยภาพที่แข่งขันหรือดิสรั่ปบริษัทขนาดใหญ่ๆ ที่อยู่ในตลาด
“จึงมีความจำเป็นที่นักลงทุนก็ควรจะเริ่มมองหา ‘การลงทุนทางเลือก’ นอกเหนือจาก หุ้น ตราสารหนี้ กองรีทหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้โอกาสการลงทุนในปีนี้ จะยังเป็นหุ้นแต่ไม่ใช่หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อย่าง ‘สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative)’ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยี ทำให้การลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้เริ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น”
โดยแนะนักลงทุนจัดพอร์ตการลงทุน โดยให้มีสินทรัพย์ทางเลือกในพอร์ตที่เป็นการลงทุนในระยะยาวเพื่อการเกษียณของต่างประเทศจะมีสัดส่วนของสินทรัพย์ดังกล่าวถึง 30% ขณะนักลงทุนทั่วโลกที่เป็นนักลงทุนบุคคลและการลงทุนระยะยาวจะมีสินทรัพย์ทางเลือกในพอร์ต 5%
สำหรับนักลงทุนไทยสินทรัพย์ที่น่าสนใจ ก็อาจจะลงทุนในกองรีทหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทองคำ เหรียญคริปโตเคอเรนซี่ หรือจะเป็นกองทุนรวมอย่าง Private equity fund Hedge fund และ Private real Estate fund
“สินทรัพย์ทางเลือก นักลงทุนส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้ให้ความน่าสนใจหรือน้ำหนักการลงทุนที่มากนัก เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อย่าง ‘หุ้น’ ที่ในช่วงที่ผ่านมาราคาหลักทรัพย์มีการปรับขึ้นอย่างหวือหวา แต่เมื่อมาถึงระดับหนึ่งก็มีความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้น ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ ก็ดูจะไม่เลวร้ายมากนัก”
